ส.อ.ท.แนะตรึงค่าไฟงวดม.ค.-เม.ย. 67 หวั่นขยับขึ้นทะลุ 4บาท/หน่วย ซ้ำเติมต้นทุนผลิต ขัดนโยบายลดค่าครองชีพประชาชน
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยว่าค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ(เอฟที)งวดม.ค.-เม.ย. 67 ที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.)ได้พิจารณาเตรียมปรับขึ้น และกำลังเปิดรับฟังความเห็น 3 ทางเลือกซึ่งจะปรับขึ้นเป็น 5.95-4.93 และ 4.68 บาท/หน่วยจากงวด ก.ย.-ธ.ค. 66 เฉลี่ยที่ 3.99 บาท/หน่วย นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ภาคเอกชนกังวลต่อต้นทุนและค่าครองชีพประชาชนจะสูงขึ้น
ทั้งนี้หากมีการปรับขึ้นถือว่าสวนทางหรือขัดกับนโยบายรัฐบาลที่มุ่งเน้นการลดค่าครองชีพประชาชน รวมไปถึงการที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลังเดินทางไปต่างประเทศเพื่อดึงการลงทุนมายังไทยเพราะค่าไฟที่สูงกว่าเพื่อนบ้านเป็นอีกปัจจัยหนึ่งต่อการตัดสินใจลงทุน ดังนั้นจึงเห็นว่ารัฐควรจะตรึงค่าไฟอยู่ที่ 3.99 บาท/หน่วย
นอกจากนี้รัฐบาลควรจะพิจารณาปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่ระยะยาวเพื่อที่จะคำนึงถึงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การลงทุนและการแข่งขันของประเทศซึ่งเห็นว่าจำเป็นอย่างยิ่งท่ามกลางการแข่งขันที่มีมากในปัจจุบันโดยตัวอย่างค่าไฟฟ้าเวียดนามที่คงอัตรา 2.70 บาท/หน่วยมานานแล้ว
ขณะที่อินโดนีเซียมีอัตราค่าไฟอยู่ที่ 3.30 บาท/หน่วย แต่ค่าไฟฟ้าของไทยกำลังจะมองเป้าหมายในอนาคตที่ส่งสัญญาณว่าจะแตะระดับ 5 บาท/หน่วย จึงเห็นว่าควรปรับโครงสร้างที่ควรวางเป้าหมายให้ใกล้เคียงกับประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ระหว่าง 2.70-3.30 บาท/หน่วย
“ผมอยากให้ปรับโครงสร้างระยะยาวที่มีปัจจัยอะไรที่ควรนำมาลดได้ก็ควรพิจารณาไม่อยากจะต้องมานั่งลุ้นทุก 4 เดือนแล้วปรับขึ้นทำไมเวียดนามเขายังคงอัตราเดียว 2.70 บาท/หน่วยได้ช้านานเข้าใจว่าค่าไฟเวียดนามเมื่อเร็วๆนี้มีการดับและต้องแบ่งปันในการผลิต แต่นั่นเพราะการลงทุนตรงจากต่างประเทศ (FDI)เข้าไปมากเกินกว่าที่คาดไว้และแน่นอนว่าหนึ่งในนั้นคือค่าไฟของเขาถูกนั่นเอง”นายเกรียงไกรกล่าว