ส่งออกรถยนต์จ่อทะลุเป้า 1.1 ล้านคัน EV ป้ายแดงโตไม่หยุด

ส่งออกรถยนต์จ่อทะลุเป้า 1.1 ล้านคัน EV ป้ายแดงโตไม่หยุด
ส.อ.ท.โชว์ส่งออกรถยนต์ขยายตัว 10 เดือน 9.27 แสนคัน คาดสิ้นปีทะลุเป้า ส่วนยอดขายปิคอัพในประเทศสวนทางลดลงจากกฏเหล็กลิสซิ่ง ขณะที่กระแส EV ยังมาแรง

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์  รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึง สถานการณ์ยานยนต์เดือนต.ค.ว่า การผลิตรถยนต์ทั้งหมดมีจำนวน 158,734 คัน ลดลงร้อยละ 7.02 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน  ซึ่งการผลิตเพื่อขายในประเทศลดลงร้อยละ 11.65 จากการผลิตรถกระบะลดลงร้อยละ 27.44 ตามยอดขายรถกระบะที่ลดลงถึงร้อยละ 37.93 จากการเข้มงวดการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงิน โดยในช่วง จำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ในเดือน เดือน(ม.ค.-ต.ค.) มีจำนวน 1,544,705 คัน เพิ่มขึ้น ร้อยละ 0.65จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

ส่วนการผลิตเพื่อส่งออก เดือนตุลาคม 2566 ผลิตได้ 94,342 คัน เท่ากับร้อยละ 59.43 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากเดือนตุลาคม 2565 ร้อยละ 3.57 ส่วนเดือนมกราคม - ตุลาคม 2566 ผลิตเพื่อส่งออกได้ 904,306 คัน เท่ากับร้อยละ 58.54 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปี 2565 ระยะเวลาเดียวกันร้อยละ 7.12

 

ขณะที่การผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ เดือนตุลาคม 2566 ผลิตได้ 64,392 คัน เท่ากับร้อยละ 40.57 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากเดือนตุลาคม 2565 ร้อยละ 11.65 และเดือนมกราคม - ตุลาคม 2566 ผลิตได้ 640,399 คัน เท่ากับร้อยละ 41.46 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากเดือนมกราคม – ตุลาคม 2565 ร้อยละ 7.26

สำหรับยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนตุลาคม 2566 มีจำนวนทั้งสิ้น 58,963 คัน ลดลงจากเดือนกันยายน 2566 ร้อยละ 5.03 และลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว ร้อยละ 8.75 จากยอดขายรถกระบะที่ลดลงถึงร้อยละ 37.93 เพราะสถาบันการเงินเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อ

 

รวมทั้งยอดขายรถพีพีวีลดลงร้อยละ 19.32 จากการออกรถรุ่นใหม่ของรถSUV หลายรุ่น รวมทั้งรถบรรทุกขายลดลงร้อยละ 14.48 จากเศรษฐกิจชะลอตัวด้วยงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 ที่ล่าช้าออกไปซึ่งกระทบการลงทุนของภาครัฐ และการส่งออกหลายสินค้ายังคงลดลงซึ่งกระทบอำนาจซื้อจากการลดเวลาการทำงานลง

ทั้งนี้ยอดขายแบ่งตามประเภทเชื้อเพลิง ดังต่อไปนี้ รถยนต์สันดาปภายใน (ICE) 42,317 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 71.77 ของยอดขาย ลดลงจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วที่ร้อยละ 29.60  รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) 7,394 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 12.54 ของยอดขาย เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วที่ร้อยละ 491.05

ด้านรถยนต์ไฟฟ้าผสมแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) 79 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 0.13 ลดลงจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 75.54  รถยนต์ไฟฟ้าผสม (HEV) 9,173 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 15.56 เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 212.22   โดยตั้งแต่เดือนมกราคม - ตุลาคม 2566 รถยนต์มียอดขาย 645,833 คัน ลดลงจากปี 2565 ในระยะเวลาเดียวกันร้อยละ 7.51 โดยแบ่งเป็น รถยนต์สันดาปภายใน (ICE) 518,438 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 80.27 ลดลงจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 19.15

รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) 56,119 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 8.69 เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 702.39  รถยนต์ไฟฟ้าผสมแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) 1,738 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 0.27 ลดลงจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 13.66  และรถยนต์ไฟฟ้าผสม (HEV) 69,538 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 10.77 เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 44.67

การส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เดือนตุลาคม 2566 ส่งออกได้ 105,726 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนที่แล้วร้อยละ 8.46 และเพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2565 ร้อยละ 12.20 จากการส่งออกรถกระบะและรถ PPV เพิ่มขึ้นตามยอดขายรถยนต์ในประเทศคู่ค้าที่เติบโต ดังนั้น จึงส่งออกเพิ่มขึ้นในตลาดออสเตรเลีย ตะวันออกกลาง ยุโรป อเมริกาเหนือ อเมริกากลางและอเมริกาใต้ แยกเป็นรถยนต์สันดาปภายใน ICE 103,614 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2565 ร้อยละ 11.10 ส่งออกรถยนต์ HEV 2,112 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2565 ร้อยละ 119.31 มูลค่าการส่งออก 72,481.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2565 ร้อยละ 17.33   โดย 10 เดือน ของปีนี้ ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 927,625 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2565 ในระยะเวลาเดียวกันร้อยละ 15.86

“ ปีนี้การส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป คาดว่าจะทำได้ทะลุเป้า 1.1 ล้านคัน ถือเป็นสัญญาณที่ดีทำให้การผลิตปี 2566 ที่มีการปรับเป้าใหม่ล่าสุดว่าจะมีทั้งสิ้น  1.85 ล้านคันแบ่งเป็นการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 8 แสนคันผลิตเพื่อส่งออกที่ 1.05 ล้านคัน ซึ่งการขายรถยนต์ในประเทศยังมีจำนวนลดลง หวังว่างานMotor Expo 2023 ที่จะเริ่ม 30 พ.ย.-11 ธ.ค.นี้จะมาช่วยกระตุ้นยอดขายในช่วงปลายปี”

นายสุรพงษ์ กล่าวถึง  กระแสความนิยมของรถยนต์ไฟฟ้าในไทยยังมีการเติบโตต่อเนื่อง  โดยยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท BEV เดือนตุลาคม 2566 เดือนตุลาคม 2566 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (BEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 9,808 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคมปีที่แล้วร้อยละ 400.41 โดยแบ่งเป็น รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 7,715 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2565 ร้อยละ 526.73  โดยช่วงเดือนม.ค.-ต.ค. มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (BEV) จดทะเบียนใหม่สะสมมีจำนวน      77,737 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - ตุลาคมปีที่แล้วร้อยละ 409.98

ส่วนยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท HEV เดือนตุลาคม 2566เดือนตุลาคม 2566 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (HEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 6,613 คัน ลดลงจากเดือนตุลาคมปีที่แล้วร้อยละ 31.31 โดยช่วงเดือนม.ค.-ต.ค. มียอดจดทะเบียนใหม่สะสมมีจำนวน  72,036 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - ตุลาคมปีที่แล้วร้อยละ 31.34

 

TAGS: #ส่งออกรถยนต์ #EV #รถยนต์สันดาป