เอ็มดี GGC คนใหม่โชว์วิสัยทัศน์ ดัน 3 ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนธุรกิจ จับมือพันธมิตรต่างชาติ เล็งออกแบรนด์สกินแคร์ของตัวเอง ปี’66 อัดงบลงทุน 2.5 พันล้าน เพิ่มรุกธุรกิจใหม่ ปรับคุณภาพการผลิต
นายกฤษฎา ประเสริฐสุโข กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC บริษัทในเครือ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC กล่าวในโอกาสรับตำแหน่งใหม่ว่าพร้อมสานต่อวิสัยทัศน์ เป็นผู้นำผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้ตั้งเป้าหมายอัตรากำไรก่อนจะหักค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย, ภาษี, ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย(EBITDA) ในปี 2573 ไว้ที่ 5,000 ล้านบาท จากปี 2565 อยู่ที่ประมาณ 1,700 ล้านบาทหรือเติบโต 2 เท่า
อย่างไรก็ตามทิศทางการลงทุนในปี 2566 ยังมีความท้าทายและปัจจัยภายนอกหลายประการ ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมรับมือ โดยกำหนดงบลงทุนในปีนี้ไว้ 2,500 ล้านบาท แยกเป็น การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต 500 ล้านบาทและ 2,000 ล้านบาทสำหรับโครงการลงทุนใหม่ๆ
“ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรต่างชาติ 2-3 ราย เพื่อศึกษาในการผลิตเครื่องสำอางประเภทสกินแคร์ ซึ่งจะเป็นแบรนด์ของตัวเอง จากเดิมที่เป็นผู้ผลิตสารตั้งต้นให้กับแบรนด์เครื่องสำอางชั้นนำมาโดยตลอด โดยจะสรุปได้ในปีนีนี้
นอกจากนี้ได้ตั้งเป้าทิศทางการดำเนินงานตาม 3 ยุทธศาสตร์หลัก เพื่อบรรลุเป้าหมายในระยะยาว ได้แก่ ยุทธศาสตร์การยกระดับความสามารถในการแข่งขัน สร้างความยืดหยุ่น เพื่อรองรับสถานการณ์ที่กดดันต่อการดำเนินธุรกิจ รวมทั้งการสร้างผลกำไรอย่างเต็มความสามารถ
2. ยุทธศาสตร์การเติบโตในธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม การมุ่งเน้นสร้างการเติบโตผ่านการลงทุนต่อยอดในธุรกิจเดิมของบริษัทฯ รวมถึงการลงทุนในธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพใน 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจเชื้อเพลิงชีวภาพ (Biofuel Business) ธุรกิจเคมีชีวภาพ (Biochemical Business) ธุรกิจส่วนประกอบอาหารและโภชนเภสัช (Food ingredient & Nutraceutical Business)
3. ยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน เพื่อการเป็นบริษัทที่ประกอบกิจการอย่างยั่งยืนและเน้นย้ำถึงบทบาทความ “เป็นผู้นำผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อสิ่งแวดล้อม พร้อมขับเคลื่อนพลังแห่งการสร้างสรรค์ เพื่อคุณค่าที่ยั่งยืน”
ด้าน ภาพรวมการดำเนินงานในปี 2565 GGC เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีตัวเลขผลการดำเนินงานที่ “สูงสุดเป็นประวัติการณ์” (Record Year) โดยสามารถสร้างรายได้จากการขาย 25,084 ล้านบาท และ มีกำไรสุทธิ 953 ล้านบาท