SCB CIO คาดแนวโน้มผลประกอบการของกลุ่มพลังงานหมุนเวียนปีนี้กลับมาเติบโต แนะเป็นทางเลือกน่าสนใจ สำหรับการลงทุนในระยะยาว รับกระแสโลก มุ่งหน้าสู่คาร์บอนเป็นศูนย์
การเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานดั้งเดิมจากฟอสซิล (Energy Transition) ไปสู่พลังงานที่สามารถหมุนเวียนกลับมาใช้ได้ และมีความสะอาดกว่า (Renewables ) เป็นเทรนด์ที่ได้รับความสนใจมากขึ้นสอดคล้องกับโลกที่ให้ความสำคัญกับปัญหาสิ่งแวดล้อม เพราะมีผลต่อการใช้ชีวิต
ในขณะที่ปีที่ผ่านมา เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้โครงสร้างของตลาดพลังงานในปัจจุบันได้รับความสนใจมากขึ้น
ดร.กำพล อดิเรกสมบัติ ผู้อำนวยการอาวุโส และหัวหน้าทีม SCB Chief Investment Office (SCB CIO) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า SCB CIO มองว่า ธุรกิจพลังงานหมุนเวียนจะมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ในปี 2023 หลังจากในปีที่ผ่านมาธุรกิจในกลุ่มนี้ได้รับ ผลกระทบจาก
1) ต้นทุนที่ปรับตัวขึ้นตามเงินเฟ้อ
2) มาตรการแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อของทางภาครัฐนำมาสู่กระแสการเก็บ ภาษี Windfall tax และ
3) แรงกดดันจากการเร่งตัวขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond yield) ตามการขึ้นดอกเบี้ย ของธนาคารกลางเพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อในปีที่ผ่านมา เป็นปัจจัยกดดัน Sentiment ของกลุ่ม แต่ในปีนี้ มองว่าราคา สินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวลงมาจะเป็นปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้ต้นทุนปรับตัวลดลงตาม
ด้านราคาพลังงานที่ปรับตัวลงมา ช่วยลดแรงกดดันในการออกนโยบายควบคุมราคาพลังงาน ในขณะที่ธนาคารกลางยังคงมีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยต่อ เพื่อนำเงินเฟ้อกลับเข้าสู่เป้าหมาย
แต่การปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้มีแนวโน้มชะลอตัวลง ส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรจะมีการปรับตัวขึ้นช้ากว่าปีที่ผ่านมา และ มีแนวโน้มผันผวนลดลง
SCB CIO มองว่าแรงขับเคลื่อนจากภาครัฐ ผ่านการส่งเสริมนโยบายที่มีความชัดเจนขึ้นจะช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุน และ มีแนวโน้มหนุนกลุ่มพลังงานหมุนเวียนต่อไปได้ เช่น ยุโรป ที่มีแผน REPowerEU ซึ่งจะต้องเร่งลงทุนในอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้น เพื่อให้สัดส่วนการผลิตกระแสไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนเกิน 69% ของกระแสไฟฟ้าทั้งหมดที่ผลิตได้ ในปี 2573 ตามแผน
นอกเหนือจากแรงสนับสนุนของภาครัฐ ยังมีปัจจัยอื่นสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจพลังงานหมุนเวียนอีก ได้แก่
1) ต้นทุนการใช้พลังงานสะอาดที่ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง และเริ่มอยู่ในระดับต่ำกว่าการใช้พลังงานฟอสซิล
2) กระแส ESG ที่ทำให้อุตสาหกรรมอื่นต้องหันมาใช้พลังงานที่สะอาดและมีความยั่งยืน ซึ่งรวมถึงการเปลี่ยนไปใช้ยานพาหนะที่ใช้พลังงานสะอาด เช่น พลังงานไฟฟ้า ส่งเสริมให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น และ
3) การเติบโตของอุตสาหกรรมที่อยู่ในห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ในกระแส Energy transition เช่น ธุรกิจการจัดเก็บพลังงาน ที่ช่วยส่งเสริมให้การใช้ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานสะอาดมีเสถียรภาพและเป็นที่นิยมมากขึ้น
ในแง่ปัจจัยเสี่ยงของกระแส Energy transition จะมาจากนโยบายของภาครัฐ ว่าจะให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง และส่งเสริมให้การลงทุนในอุตสาหกรรมมีความคล่องตัวมากน้อยแค่ไหน
ขณะเดียวกันความพร้อมด้านเทคโนโลยี และระบบโครงสร้างพื้นฐานยังคงเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของอุตสาหกรรม และสุดท้ายแม้ว่าธุรกิจจะมีการลงทุนโดยตรงที่เกี่ยวข้องกับ Energy transition แต่ Value Chain ในระบบนั้น จะต้องเอื้อต่อความยั่งยืนด้วยเช่นกัน