Metthier เปิดศูนย์ปฏิบัติการอัจฉริยะเมทเธียร์ หรือ MIOC อีกหนึ่งตัวแปรสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ ที่ช่วยยกระดับประเทศไทยให้ก้าวสู่เมืองแห่งนวัตกรรม
จากบทสัมภาษณ์พิเศษ TheBetter กับ “ขยล ตันติชาติวัฒน์” CEO หนุ่มไฟแรง ผู้บริหารรุ่นใหม่ของ Metthier ผู้ให้บริการ Smart Facility Management รายแรกของประเทศไทย ได้เปิดเผยวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและบริการที่เหนือระดับ มุ่งสู่เป้าหมาย Top 5 ในด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ในระดับประเทศ
ในวันที่ประเทศไทยกำลังมุ่งสู่การเป็นเมืองที่น่าอยู่อันดับต้นๆ ของโลก การพัฒนาแต่ละเมืองให้กลายเป็นเมืองแห่งนวัตกรรมจึงถือเป็นเรือธงสำคัญที่จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนในประเทศให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายอันแน่วแน่ของ Metthier ผู้ให้บริการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์อัจฉริยะแบบครบวงจร (Smart Facility Management) รายแรกของประเทศไทย ผ่านแนวคิด “RISE ABOVE ORDINARY ที่เมทเธียร์เราเหนือกว่าด้วยเทคโนโลยี” โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาสร้างความแตกต่าง เพื่อให้บริการที่ตอบโจทย์ในการดูแลจัดการอสังหาริมทรัพย์ขององค์กรทุกระดับ ทั้งในเรื่องของความสะดวก สะอาด และปลอดภัย
โดยหนึ่งในไฮไลต์ของนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ Metthier คือ ศูนย์ปฏิบัติการอัจฉริยะเมทเธียร์ (Metthier Intelligent Operation Center: MIOC) เป็นระบบที่ออกแบบมาเพื่อบริหารจัดการความปลอดภัยและความสะดวกในอาคารหรือพื้นที่ ถูกคิดค้นและพัฒนาโดยทีมคนรุ่นใหม่ที่เป็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์ของบริษัทฯ จุดเด่นคือ สามารถสร้างแบบจำลองอาคาร 3D Virtualization และ Digital Mapping ซึ่งสามารถระบุพิกัดและตําแหน่งเหตุการณ์ภายในอาคารได้อย่างแม่นยำและเรียลไทม์
สำหรับการทำงานของ MIOC จะเชื่อมโยงกับกับอุปกรณ์ IoT (Internet of Things) เทคโนโลยี AI (Artificial Intelligence) และกำหนด SOP (Standard Operating Procedure) ที่จะช่วยวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์นั้นๆ เพื่อแนะแนวทางการทำงานของแต่ละฝ่ายให้สามารถปฏิบัติตามขั้นตอนที่เหมาะสม โดยมาพร้อมกับเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญที่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้กระบวนการบริหารจัดการอาคารในภาพรวมทั้งหมดมีประสิทธิภาพสูงสุด รวดเร็ว สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในแต่ละธุรกิจได้อย่างเหมาะสม
นอกจากนี้ Metthier ยังมีกำลังคนที่พร้อมให้บริการทั่วประเทศมากกว่า 6,000 คน ครอบคลุมทั้งการให้บริการ รปภ. แม่บ้าน คนสวน ช่างซ่อมบำรุง พร้อมยกระดับการให้บริการแก่ลูกค้าด้วยระบบบริหารจัดการกำลังพล (Workforce Management System) ในการวางแผนกำลังเจ้าหน้าที่ภายในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ ร่วมกับแอปพลิเคชัน MettLink ที่สามารถบันทึกเวลาเข้า-ออกงานด้วยการสแกนใบหน้า เพื่อตรวจสอบข้อมูลลงเวลาทำงานแบบเรียลไทม์และระบุจุดที่ตั้งของเจ้าหน้าที่ ทำให้การแก้ไขเหตุการณ์เป็นไปอย่างรวดเร็วและทันท่วงที
ศูนย์ปฏิบัติการอัจฉริยะเมทเธียร์ (Metthier Intelligent Operation Center: MIOC)
ขยายฐานลูกค้า มุ่งสู่ Top 5 ของธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ในระดับประเทศ
ปัจจุบัน Metthier มีลูกค้ากว่า 300 ราย ครอบคลุมทั้งภาครัฐและเอกชน สำหรับปี 2567 Metthier ตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าให้หลากหลายมากขึ้น เนื่องจากมองว่าภาคอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยขยายตัวอย่างต่อเนื่อง สอดรับกับเศรษฐกิจไทยที่มีการขยายตัวจากการเข้ามาลงทุนของนักลงทุนทั้งในไทยและต่างประเทศ จึงทำให้บริษัทฯ นั้นวางเป้าหมายขยายพนักงานที่ให้บริการเพิ่มจากเดิมถึง 10,000 คนในปีนี้ ด้วยตั้งเป้าหมายที่จะนำ Metthier ขึ้นแท่น Top 5 ในด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ในระดับประเทศ
สำหรับเป้าหมายฐานลูกค้าที่ Metthier ต้องการขยายคือกลุ่มเจ้าของหรือผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ 5 กลุ่ม ได้แก่ โรงงานอุตสาหกรรม โครงการมิกซ์ยูส (Mixed-Use) โรงพยาบาล สถาบันทางการเงิน และสถานศึกษา ซึ่งบริษัทฯก็พร้อมที่จะให้บริการตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม
นอกเหนือจากนี้สิ่งที่ Metthier ให้บริการและทำแล้วคือ การเฝ้าสังเกตจุดเสี่ยงของลูกค้าในพื้นที่ต่างๆ โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีคนเฝ้าอยู่บริเวณนั้น สามารถลดจำนวนคนได้ และมีการให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวก หรือแม่บ้านที่ทำความสะอาดทั่วไป รวมถึงคนดูแลอาคาร และสิ่งที่บริษัทฯเหนือกว่าที่อื่นคือ เริ่มมีการนำหุ่นยนต์เข้าไปเกี่ยวข้อง โดย Metthier มีทีมผู้เชี่ยวชาญเพื่อศึกษาเรื่องหุ่นยนต์ทำความสะอาดและหุ่นยนต์รักษาความปลอดภัยโดยเฉพาะ จึงรู้ข้อดีข้อเสียของหุ่นยนต์แต่ละประเภท
"ลูกค้าของเราในแต่ละกลุ่มจะมีความต้องการที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นก่อนที่เราจะให้บริการเราจะพูดคุยรายละเอียดเหล่านี้ให้กับพนักงานทุกครั้ง รวมถึงพูดคุยกับลูกค้าอยู่เสมอ สิ่งที่เราลองเริ่มทำคือ การนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้ในการทำงานร่วมด้วย อย่างที่สองคือต้องพิสูจน์ได้ว่า การให้บริการของเรานั้นช่วยให้พื้นที่นั้นๆ ดีขึ้นได้จริง อย่างในธุรกิจของ Metthier เราทำเรื่องการดูแลความปลอดภัยของอาคารสำนักงานธุรกิจขนาดใหญ่ด้วยคน แต่ผมมองว่าการที่จะขับเคลื่อนได้มันต้องไม่ใช่แค่คนอย่างเดียว มันต้องมีศูนย์รวบรวมข้อมูล ต้องมีเทคโนโลยี AI CCTV และอุปกรณ์ IoT ทำงานร่วมกัน เพื่อรักษาความปลอดภัย "
หัวใจสำคัญของการเป็นผู้ให้บริการ Smart Facility Management
Metthier มองเห็นว่า หัวใจสำคัญของการเป็นบริษัทที่ให้บริการด้านระบบ Smart Facility Management นั้น ไม่ได้อยู่ที่การมีเทคโนโลยีล้ำสมัยเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ “การเข้าใจความต้องการของลูกค้า” และ “การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีมาตอบสนองความต้องการเหล่านั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
ในยุคที่เทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญในการดำเนินธุรกิจ ลูกค้ามีความต้องการที่หลากหลายและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา องค์กรจึงต้องเข้าใจความต้องการของลูกค้าอย่างลึกซึ้ง เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตรงกับความต้องการเหล่านั้น โดยอาศัยเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และนำเสนอข้อมูลเชิงลึกให้แก่ลูกค้า
ลูกค้าแต่ละรายมีความต้องการที่แตกต่างกันไป ทั้งในด้านของประเภทธุรกิจ ลักษณะอาคารสถานที่ งบประมาณ และระดับความคาดหวัง ดังนั้น การที่ Metthier จะประสบความสำเร็จได้นั้น จะต้องรู้จักลูกค้าของตนเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมการใช้งาน ความต้องการเฉพาะด้าน หรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้สามารถออกแบบและพัฒนาบริการที่ตอบโจทย์ได้อย่างตรงจุด
ระบบ Smart Facility Management ของ Metthier รวบรวมข้อมูลจากอุปกรณ์ IoT ต่างๆ ทั่วทั้งอาคาร เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลและประมวลผลด้วย AI ช่วยให้สามารถระบุปัญหาหรือความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ล่วงหน้า และสามารถวางแผนการซ่อมบำรุงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ลูกค้าสามารถลดต้นทุนในการดำเนินงานได้ อีกทั้งยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการอาคารได้อีกด้วย
ซึ่งในบริบทของ Metthier คือการช่วยพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน และประเทศไทยให้ดีขึ้นจากเดิมด้วยเทคโนโลยีที่หลากหลาย พร้อมด้วยทีมงานที่มีคุณภาพ เพราะถือเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนการทำงานของ Metthier ให้ก้าวไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ได้สำเร็จ เพราะไม่ว่าเทคโนโลยีจะดีสักแค่ไหน ก็ไม่สำคัญเท่ากับคน…