8 กลยุทธ์แสนสิริ เสริมแกร่งพอร์ตคอนโดทุกกลุ่ม รับเทรนด์ซื้ออยู่จริง/ลงทุนให้เช่ากลับมาแล้ว

8 กลยุทธ์แสนสิริ  เสริมแกร่งพอร์ตคอนโดทุกกลุ่ม  รับเทรนด์ซื้ออยู่จริง/ลงทุนให้เช่ากลับมาแล้ว
‘แสนสิริ’ วาง 8 กลยุทธ์รักษาความแข็งแกร่งพอร์ตคอนโด เปิดตัว 20 โครงการใหม่กว่า 2.6 หมื่นล.บาท รับเทรนด์ตลาดเช่าคอนโดกลับมา-คนย้ายเข้าเมืองหาซื้ออยู่อาศัยจริง ส่วนซื้อลงทุนเก็งกำไรลดลง

องอาจ สุวรรณกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสสายงานพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัทแสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI ผู้ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ เปิดเผยว่า แนวทางการดำเนินสินค้าแนวสูงคอนโดมิเนียมของ ‘แสนสิริ’ มุ่งให้ความสำคัญการบริหารพอร์ตโฟลิโอ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 40 ปีถึงในปัจจุบัน นับจากโครงการแรก ‘บ้านไข่มุก’ บนทำเลชายหาดหัวหิน ได้สร้างกำไร Capital Gain สูงถึง 1,000% นับจากวันที่เปิดตัว

สำหรับปี 2567 บริษัทฯวางแผนกลุ่มธุรกิจคอนโดมิเนียมแสนสิริ เติบโตตามแนวทาง RESILIENT GROWTH - ยืนหยัด ยั่งยืน พร้อมเปิดตัวคอนโดมิเนียม 20 โครงการ มูลค่ารวม 26,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นการสร้างเรคคอร์ดสูงสุดในกลุ่มธุรกิจอสังหาฯ ไทย ภายใต้ 8 กลยุทธ์หลัก ประกอบด้วย

  1. สานต่อจุดแข็ง Super Luxury Condominiums ด้วย Strategic Location ทำเลยุทธศาสตร์ ในทำเลสารสิน และ สุขุมวิท 51 ที่จะอยู่ในพอร์ต Sansiri Luxury Collection (SLC)
  2. รุกหัวเมืองใหญ่และเมืองท่องเที่ยว ที่ปัจจุบันพัฒนาโครงการฯ ครอบคลุม 9 จังหวัดสำคัญ อาทิ ภูเก็ต เชียงใหม่ พัทยา หัวหิน เขตเศรษฐกิจพิเศษตะวันออก (EEC)  ขอนแก่น นครราชสีมา เป็นต้น

“แสนสิริ ยังเปิดตัวไฮไลท์โครงการใหม่ แคนวาส เชิงทะเล มูลค่าโครงการ 1,600 ล้านบาท ตั้งอยู่ในโซนเชิงทะเล-บางเทา จังหวัดภูเก็ต ที่กำลังเป็นทำเลแฮปเพนนิ่ง ยอดนิยมในกลุ่มชาวยุโรป ที่มาพักอาศัยแบบลอง-สเตย์ และเตรียมเปิดตัวในปลายปีนี้” องอาจ กล่าว  

  1. ปักหมุดสุดยอดทำเลศักยภาพในย่าน CBD ที่มีความต้องการสูง บนทำเลสุขุมวิท ได้แก่ เวีย 34 (Via 34) มูลค่าโครงการ 1,400 ล้านบาท บนสุขุมวิท 34 และ เวีย61 (Via61) มูลค่าโครงการ 1,200 ล้านบาท บนสุขุมวิท 61 ซึ่งเป็นแบรนด์คอนโดภายใต้ Aeshetic Collection ของแสนสิริ และอีกหนึ่งโครงการใหม่ จากซีรีส์ One of a Kind Project โครงการใหม่บนทำเลศักยภาพบนสุขุมวิท 36
  2. ลุยตลาดคอนโดสัตว์เลี้ยง เปิดตัวโครงการ พินน์ ศูนย์วิจัย (PYNN Soonvijai) พร้อมแคมเปญไฮไลท์ Pets Welcome Condo และ Pets Welcome Kits ในไตรมาส3 ปีนี้   
  3. ต่อยอดแบรนด์คอนโดที่ประสบความสำเร็จ ด้วยกลยุทธ์ Brand Refresh ปรับโฉมแบรนด์ เดอะ เบส (The Base) ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยในแต่ละทำเล โดยจะเปิดตัวเดอะเบสให้เลี้ยงสัตว์ได้ ใน 2 ทำเล โดยในปีนี้รวม 4 โครงการ คือ เดอะ เบส ไรส์ ภูเก็ต (THE BASE Rise Phuket) วางราคาเริ่มต้น 1.89 ล้านบาท และอีก 2 โครงการใหม่ในทำเลรัชดา และ วงศ์สว่าง รวมอีก 1 โครงการใหม่ที่ขอนแก่น รวมมูลค่าโครงการ 5,700 ล้านบาท
  4. ต่อยอดความสำเร็จแบรนด์ dcondo เน้นทำเลคอมมูนิตี้ใหญ่ ใกล้มหาวิทยาลัย แหล่งงาน และรองรับความต้องการสูง เตรียมเปิดตัวทั้งหมด 4 โครงการ มูลค่ารวม 3,900 ล้านบาท ซึ่งมีราว 6 โครงการรอโอนมูลค่าราว 6,500 ล้านบาท และมีแผนเปิดตัว ดีคอนโด เซนส์ (dcondo sense Bangsan) มูลค่าโครงการ 820 ล้านบาท ในไตรมาส2 ปีนี้

  5. เปิดตัวแบรนด์คอนโดที่เข้าถึงได้ (Affordable Condo) อย่างต่อเนื่อง โดยจะเปิดตัวแบรนด์คอนโดมี (condo me) และเวย์ (Vay) ด้วยจุดเด่นราคาจับต้องได้ พร้อมเฟอร์รนิเจอร์ ใน3 โครงการมูลค่า 1,110 ล้านบาท
  6. ตอกย้ำ 40 ปี ผู้พัฒนาอสังหาฯอันดับ1 ด้วยมาตรฐานการสร้างสรรค์โครงการที่ลูกค้าให้ความเชื่อมั่นในแบรนด์มาโดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

“ด้วยจุดเด่นบริการก่อนและหลังการขาย และความเป็นมืออาชีพในทุกโครงการฯของแสนสิริตลอดที่ผ่านมา เป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า สะท้อนได้จากอีกหนึ่งไฮไลท์หลังปิดการขายห้องเพนเฮ้าส์ พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว มูลค่าเกือบ 500 ล้านบาทของแสนสิริ บนทำเลชิดลม ที่แม้ว่าจะอยู่ระหว่างพัฒนารายละเอียดโครงการฯ ทั้งด้านเซ็กเมนต์ ขนาด และจำนวนยูนิต ซึ่งยังไม่ได้สรุปมูลค่าโครงการทั้งหมดในขณะนี้ก็ตาม” องอาจ กล่าว

พร้อมเสริมต่อถึงโครงการเดอะไลน​ไวบ์ (THE LINE Vibe) ภายใต้การร่วมทุนระหว่าง แสนสิริ และแรบบิท โฮลดิ้งส์ ในกลุ่มบีทีเอส บนทำเลห้าแยกลาดพร้าว ด้วยมูลค่าโครงการกว่า 4,400 ล้านบาท  เป็นอาคารพักอาศัยสูง 33 ชั้น 1 อาคาร รวม 943 ยูนิตแบ่งเป็นเพื่อการพักอาศัย 940 ยูนิต และเพื่อการพาณิชย์ 3 ยูนิต มี 2 รูปแบบห้องชุด คือ 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ 31.50-36.75 ตร.ม. และรูปแบบ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ 56.50-73.25 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 4.09 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 120,000 บาท/ตร.ม.

องอาจ กล่าวว่า “แสนสิริวางเป้าหมายปิดยอดขายเดอะไลน์ ไวบ์ ราวต้นปี2568 ซึ่งกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นลูกค้าซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง เป็นหลักในขณะนี้ ส่วนลูกค้าต่างชาติมีไม่ถึง20% ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนจีน”

สำหรับผลงานแสนสิริ ใน 5 เดือนที่ผ่านมา สร้างยอดขายแล้วกว่า 7,300 ล้านบาท (คิดเป็น 35% ของเป้ายอดขาย)  และมียอดโอน 3,400 ล้านบาท (คิดเป็น 26% ของเป้ายอดโอน) และในช่วงที่เหลือของปี ยังคงทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องจากโครงการที่เปิดขายอยู่ และพร้อมโอนในปีนี้รวม 14 โครงการ มูลค่า 15,700 ล้านบาท พร้อมวางเป้ายอดขายคอนโดที่ 21,000 ล้านบาท และยอดโอนคอนโดที่ 13,000 ล้านบาท

เทรนด์ เช่าอยู่คอนโดกลับมา

องอาจ เสริมว่าสถานการณ์อสังหาฯไทยในปัจจุบันพบว่าตลาดคอนโดมิเนียมเริ่มกลับมาแล้ว โดยเป็นตลาดที่ต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง และ ลงทุนซื้อเพื่อให้เช่า สอดคล้องกับผู้บริโภคภาพรวมในปัจจุบัน เริ่มซื้อคอนโดใหม่ได้ยาก แต่มีความต้องการใช้สินค้า(คอนโด) กลับเข้ามามากขึ้น แต่ก็ยังระวังอยู่

“ทำให้ตลาดเช่าในปัจจุบันใกล้เคียงก่อนช่วงโควิดแล้ว ซึ่งจากข้อมูลที่แสนสิริที่เก็บไว้พบว่ามีลูกค้าซื้อเพื่อลงทุนปล่อยเช่าเยอะขึ้น สอดรับคนย้ายกลับเข้ามาในเมืองหนีรถติด โดยพฤติกรรมของกลุ่มนี้จะมองหาคอนโดพร้อมอยู่ ซื้อแล้วเอาเข้าธนาคารเพื่อเปรียบเทียบผลตอบแทนที่ได้จากธนาคาร และอีกกลุ่มหนึ่งที่แข็งแรง คือ ซื้อเพื่ออยู่เองซึ่งเติบโตในทุกเซ็กเมนต์ของแสนสิริ” องอาจ กล่าวพร้อมเสริมว่า

ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิดแล้ว จะพบว่ามีกลุ่มผู้ซื้อคอนโดเพื่อลงทุนจำนวนค่อนข้างมากโดยในส่วนของแสนสิริ มีราว 50% เท่ากันกับการซื้ออสังหาฯคอนโดเพื่ออยู่อาศัยจริง แต่ในปัจจุบันจะเป็นกลุ่มผู้ซื้อเพื่ออยู่เองมีสัดส่วน 70% แล้ว โดยบริษัทต้องปรับตัวจากการใช้ข้อมูลในการทำตลาดเพื่อเร่งปิดการขาย ด้วยลูกค้ากลุ่มนี้จะใช้เวลาตัดสินใจมากขึ้น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้สถาบันการเงินปฏิเสธสินเชื่อน้อยลงเช่นกัน ด้วยเป็นกลุ่มที่มีความตั้งใจในการซื้อมากกว่า    

ขณะเดียวกัน จากการที่แสนสิริมีพันธมิตรสถาบันการเงินชั้นนำหลายแห่ง ที่อำนวยความสะดวกด้านสินเชื่อให้กับลูกค้าในทุกโครงการ ทำให้ปัจจุบันมีลูกค้าที่ถูกปฏิเสธสินเชื่อในอัตราที่น้อยกว่า 4%  

องอาจ กล่าวต่อถึงภาพรวมเศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งหลังปี 2567 คาดว่าจะยังชะลอตัว ด้วยยังไม่มีปัจจัยบวกมากนักเข้ามากระตุ้น ซึ่งยังต้องใช้เวลาอีกสักระยะ พร้อมมองว่ามาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ต้องการให้ภาครัฐมุ่งเน้นต้นทุนอสังหา โดยเฉพาะด้านไฟแนนซ์ อัตราดอกเบี้ย ด้วยส่งผลกระทบต่อกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องรับภาระมากขึ้นในปลายทาง ซึ่งหากมีการผ่อนคลายจะช่วยเสริมสภาพคล่องได้ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ

รวมไปถึงการผ่อนคลายมาตรการ LTV ด้วยผู้บริโภคมีภาระหาส่วนต่างที่ต้องจัดหาเองเพิ่มขึ้น นอกเหนือจากการขอสินเชื่อธนาคารสำหรับที่อยู่อาศัยหลังที่สอง

 

TAGS: #แสนสิริ #sansiri #siri #อสังหาริมทรัพย์ #คอนโดมิเนียม