ส.อ.ท.จัดทำโพลเสนอ 9 พรรคการเมือง สิ่งที่อยากให้รัฐบาลใหม่ทำภายใน 90 วัน เน้น 5 เรื่องเร่งด่วนราคาพลังงานแพง ลดภาษีวัตถุดิบ ลดต้นทุนทางการเงิน แก้ปัญหาแรงงาน เร่งปราบคอร์รัปชั่น
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) กล่าวว่า ส.อ.ท.ได้จัดทำหนังสือข้อสรุปผลการสำรวจความเห็นภาคอุตสาหกรรมครั้งที่ 27 (FTI Poll) จากผู้ตอบแบบสอบถาม 427 คนเรื่อง”สิ่งที่อยากให้รัฐบาลใหม่ดำเนินการใน 90 วันแรก” ให้กับตัวแทน 9 พรรคการเมืองหลักในเวทีเสวนาเรื่อง "วิสัยทัศน์การขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทย" โดย 9 พรรคการเมือง ในงานประชุมสามัญประจำปี 2566 วันที่ 28 มี.ค. เพื่อฝากเป็นการบ้านให้ช่วยพิจารณาเมื่อได้เป็นรัฐบาล
ทั้งนี้ผลสำรวจมี 5 ประเด็นสำคัญดังนี้1.ท่านคิดว่ารัฐบาลใหม่ควรเร่งแก้ไขปัญหาภาคพลังงานและค่าไฟในเรื่องใดซึ่งพบว่า 77.8% ต้องการให้ปรับปรุงโครงสร้างราคาพลังงานทั้งระบบ เช่น ค่าไฟฟ้า น้ำมัน ก๊าซฯ และปรับลดสัดส่วนเชื้อเพลิงที่ผลิตไฟให้สมดุล ความเห็น 70% ต้องการให้พิจารณาปรับลดค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ(เอฟที)เดือนก.ย.-ธ.ค. ลดลงมาเพื่อลดภาระผู้ประกอบการ ขณะที่ 50.6% แต่งตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อให้เอกชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาพลังงาน(กรอ.)พลังงาน เป็นต้น
2.ท่านคิดว่ารัฐบาลใหม่ควรเร่งแก้ไขปัญหา ต้นทุนวัตถุดิบแพงและการสร้างความปลอดภัยให้กับห่วงโซ่การผลิต(Supply Chain Security ) ในเรื่องใด โดยพบว่า 65.3% ขอให้มีการทบทวนปรับลดโครงสร้างภาษีนำเข้าในกลุ่มสินค้าวัตถุดิบที่ไม่กระทบต่อผู้ผลิตในประเทศ ขณะที่ 58.3% ลดขั้นตอนและค่าธรรมเนียมด้านศุลกากรและส่งเสริมการใช้งานแพลตฟอร์มการค้าดิจิทัลระหว่างประเทศของไท และ 54.6% การจัดทำแผนพัฒนาและรองรับปัญหาการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน ฯลฯ
3.ท่านคิดว่ารัฐบาลใหม่ควรเร่งแก้ไขปัญหาต้นทุนทางการเงินในภาคธุรกิจอย่างไร พบว่า 60% ต้องการให้ออกมาตรการช่วยลดภาระต้นทุนการผลิตให้แก่ SMEs ที่อยู่ในระบบภาษี เช่น ลดค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าธรรมเนียมต่างๆ ฯลฯ โดย 59.5% ต้องการให้ปรับปรุงเงื่อนไขการขอรับสิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุนสำหรับSMEsให้สะดวกและง่ายยิ่งขึ้น และ 58.3% ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่องและเพิ่มกำลังซื้อให้ประชาชน ฯลฯ
4.ท่านคิดว่ารัฐบาลใหม่ควรแก้ไขปัญหาแรงงานอย่างไร พบว่า 65.8% สนับสนุนการจ่ายค่าจ้างแรงงานตามทักษะฝีมือและรัฐปรับปรุงระบบสวัสดิการแรงงานเพื่อลดค่าใช้จ่ายให้กับแรงงาน รองลงมาคือ การจัดสรรงบประมาณในการสนับสนุนการเพิ่มทักษะฝีมือแรงงานเพื่อให้เหมาะสมกับธุรกิจยุคใหม่ 65.1% และกำหนดให้การเพิ่มผลิตภาพแรงานเป็นวาระแห่งชาติเพื่อให้เกิดการบูรณาการ การพัฒนาบุคคลากรจากทุกส่วน 63%
5.ท่านคิดว่ารัฐบาลใหม่ควรแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างไร 74.7% ต้องการให้ปรับปรุงกฏหมายรองที่เกี่ยวข้องกับการอนุมัติ อนุญาตของภาครัฐและที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจ รวมทั้งยกเลิกกฏหมายที่ล้าสมัย ขณะที่ 62.1% อยากให้ปรับปรุงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐให้เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อแก้ฮั้วประมูล และ ปรับรูปแบบากระบบการขออนุมัติอนุญาจากหน่วยงานภาครัฐ มาเป็นรายงานผลการปฏิบัติตามกฏหมายและตรวจติดตามผล 58.3 %
อย่างไรก็ตามกิจกรรมที่เป็นไฮไลท์ของการประชุมสามัญประจำปี 2566 ก็คือเปิดเวทีดีเบตที่ได้เชิญตัวแทน 9 พรรคการเมืองมาร่วมแสดงวิสัยทัศน์ ได้แก่ 1.นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล 2. ผศ.สันติ กีระนันทน์ กรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ พรรคชาติไทยพัฒนา 3. นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า
4. นายสุพันธุ์ มงคลสุรี รองหัวหน้าพรรคและประธานคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจ พรรคไทยสร้างไทย 5. นายเกียรติ สิทธิ์อมร คณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ พรรคประชาธิปัตย์ 6. นายอุตตม สาวนายน ประธานคณะกรรมการจัดทำนโยบาย พรรคพลังประชารัฐ 7. นายแพทย์พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจ และประธานคณะกรรมการนโยบายพรรคเพื่อไทย 8. นางสาวภาดาท์ วรกานนท์ ว่าที่ผู้สมัครเขตดินแดง-พญาไท พรรคภูมิใจไทยและ 9. นายสุชาติ ชมกลิ่น กรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรคการเมือง พรรครวมไทยสร้างชาติ