‘เด่นหล้า’ ลงทุน 600 ล. ขยายอาคารเรียน-ปรับหลักสูตร STEM สร้างเชื่อมั่นทางวิชาการขั้นสุด รับการแข่งขันสูงในตลาด ‘รร.นานาชาติ’ ปี67 โต13% แตะ 8 หมื่นล.
ดร.เต็มยศ ปาลเดชพงศ์ กรรมการบริหารเด่นหล้ากรุ๊ป เปิดเผยว่า โรงเรียนนานาชาติ DLTS International School ได้ลงทุนขนาดใหญ่เพื่อขยาย ด้วยงบประมาณถึง 600 ล้านบาท โดยจะครอบคลุมทั้งด้าน การเพิ่มพื้นที่การเรียนรู้ของโรงเรียนและสร้างอาคารใหม่เพิ่มเติม รวมถึง Club House ที่มาพร้อมกับ Gymnasium และ Sport Center เพื่อตอบสนองต่อความต้องการด้านการเรียนและการใช้ชีวิตของนักเรียน
“การลงทุนครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากประสบการณ์การสอนที่ยาวนานกว่า 45 ปี ของเด่นหล้ากรุ๊ป ซึ่งได้ผลักดันให้โรงเรียนสามารถตอบสนองต่อความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ” ดร.เต็มยศ กล่าว
นอกจากนี้ ยังได้ขยายหลักสูตรและคุณสมบัติของโรงเรียน โดยมีการเปิดหลักสูตรใหม่ที่ครอบคลุมเกรด 7 ถึง 9 (มัธยมศึกษาปีที่ 1-3) เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของนักเรียนที่มีความต้องการในการเปลี่ยนแปลงมาเรียนหลักสูตรนานาชาติและเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคตโรงเรียนเน้นการเรียนการสอนแบบ 3 ภาษา (อังกฤษ-ไทย-จีน) โดยอิงหลักสูตรอเมริกัน และเน้นการศึกษาในรูปแบบ STEM (Science, Technology, Engineering, Mathematics) รวมถึงการมีวิชา AI and Innovation ที่ช่วยให้นักเรียนเรียนรู้การเขียน Coding และ Programming เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต
ด้าน ดร. แมทธิว เฟย์ ครูใหญ่ของโรงเรียนนานาชาติ DLTS กล่าวว่า “การเปิดหลักสูตรใหม่และการขยายพื้นที่ในครั้งนี้เป็นการตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นในการศึกษาในระดับนานาชาติ โรงเรียนของเราเน้นการเรียนการสอนในรูปแบบที่เน้นการปฏิบัติและการพัฒนาทักษะที่สำคัญสำหรับอนาคต โดยเฉพาะในด้าน STEM และ AI ซึ่งเป็นสิ่งที่เรามองว่าเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการเตรียมความพร้อมในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว”
ทั้งนี้การเติบโตของโรงเรียนนานาชาติในไทยสะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงในแนวโน้มการศึกษาที่ก้าวหน้าทั้งในด้านการลงทุนของผู้ปกครองและความนิยมในหลักสูตรการศึกษานานาชาติ การลงทุนของเด่นหล้ากรุ๊ปใน DLTS International School เป็นการตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นและการขยายตัวที่ชัดเจนของตลาดโรงเรียนนานาชาติในไทย
ทั้งนี้ ผลสำรวจ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (Kresearch) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับ ตลาดโรงเรียนนานาชาติในประเทศไทยกำลังเผชิญกับการเติบโตอย่างโดดเด่นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในปี 2567 คาดว่าตลาดโรงเรียนนานาชาติจะขยายตัวได้ถึง 13% จากปีที่แล้ว มีมูลค่าตลาดมากกว่า 80,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเติบโตที่สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของจำนวนโรงเรียนและนักเรียน รวมถึงการปรับขึ้นของค่าเล่าเรียนเฉลี่ยที่ 3.8% การขยายตัวนี้ไม่เพียงแค่เป็นผลมาจากความนิยมที่เพิ่มขึ้นในหลักสูตรการศึกษาต่างประเทศ แต่ยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในปัจจัยหลายประการที่เป็นแรงสนับสนุนการเติบโตของโรงเรียนนานาชาติในประเทศไทย
สวนทางจำนวนนักเรียนในประเทศไทยโดยรวมมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การเติบโตของโรงเรียนนานาชาติกลับมีอัตราการขยายตัวที่สูงชัน ในปีการศึกษา 2567 จำนวนการลดลงของนักเรียนในไทยรวมลดลง 1.7% แต่จำนวนนักเรียนในโรงเรียนนานาชาติเพิ่มขึ้นถึง 10.2% สาเหตุหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตนี้รวมถึง
- ความนิยมในหลักสูตรนานาชาติ หลักสูตรการศึกษาต่างประเทศได้รับการพัฒนาให้ทันสมัยและตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของโลกมากขึ้น ทำให้ผู้ปกครองหลายรายเห็นถึงความสำคัญในการลงทุนด้านการศึกษาที่มีคุณภาพสูงขึ้น
- การลงทุนของผู้ปกครอง การเพิ่มขึ้นของครัวเรือนที่มีรายได้สูงและจำนวนผู้ที่มีทรัพย์สินมากกว่า 1 ล้านดอลลาร์ฯ ในไทยสะท้อนถึงความสามารถในการลงทุนที่สูงขึ้นของผู้ปกครอง
- การขยายตัวนอกกรุงเทพฯ การเติบโตในเมืองหลักอื่น ๆ เช่น เชียงใหม่ ระยอง และภูเก็ต มีการขยายตัวสูงกว่าในกรุงเทพฯ ทำให้โรงเรียนนานาชาติสามารถเข้าถึงตลาดใหม่ๆ ที่มีศักยภาพ