ป้ายยาแล้วปักตระกร้าขาย ช่องหนุน Affiliate Marketing รับอีคอมเมิร์ซไทยพุ่ง 7.5 แสนล.

ป้ายยาแล้วปักตระกร้าขาย ช่องหนุน Affiliate Marketing รับอีคอมเมิร์ซไทยพุ่ง 7.5 แสนล.
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ปลุกใจ ‘ซีอีโอ’ SME ไทย เข้าวงการนายหน้าออนไลน์ปักตระกร้าขายผ่าน‘ไลฟ์’เพิ่มยอดขายพุ่ง ดัน 4 แนวทางหนุนธุรกิจค้ารายย่อย แข่งเวทีอีคอมเมิรซ์ 7.5 แสนล.

สถาพร ร่วมนาพะยา รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยเติบโตต่อเนื่องอย่างรวดเร็วคาดในปี 2568 มีมูลค่ารวมกว่า 7.5 แสนล้านบาท จากในปี2567 อยู่ที่ 6.9 แสนล้านบาท โดยในปี 2566  มีมูลค่าราว 6.34 แสนล้านบาท คิดเป็นอัตราเติบโตเฉลี่ย 6% ซึ่งเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายของผู้ประกอบการธุรกิจไทยในการปรับตัวพร้อมใช้เทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือสำคัญ เพื่อสร้างความได้เปรียบในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผู้บริโภคใหม่ ๆ ตามแนวโน้มในปัจจุบัน

ทั้งนี้ เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดอีคอมเมิร์ซ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยังได้จัดกิจกรรม ‘สร้างนักการค้าออนไลน์มืออาชีพ Smart Trader Online’ หลักสูตรฝึกอบรมพัฒนาผู้ประกอบการรุ่นใหม่ให้มีความรู้ด้านการค้าออนไลน์และก้าวสู่การเป็นนักขายออนไลน์มืออาชีพ จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 4  โดยปีนี้เน้นการพัฒนาทักษะการใช้เครื่องมือการตลาดยุคใหม่อย่าง เช่น การตลาดแบบพันธมิตร หรือ Affiliate Marketing ที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในขณะนี้

โดย กิจกรรมฯ เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เดือนเม.ย.ปีนี้ จัดอบรมทั้งหมด 3 ครั้ง มีผู้สนใจเข้าร่วมกว่า 1,000 ราย ทั้งประชาชนทั่วไป เจ้าของร้านค้า ผู้ผลิตสินค้า และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ซึ่งหลังจากอบรมครบทั้ง 3 รอบ จะคัดเลือกผู้เข้าอบรมเหลือเพียง 30 ราย ผ่านเข้ารอบสุดท้ายเพื่อเข้าร่วมจับคู่ธุรกิจและคัดเลือกสินค้าชุมชนที่มีศักยภาพมาไลฟ์ขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์จริง  ซึ่งหลังจากกิจกรรมฯสิ้นสุดในปีนี้ ได้ผู้ชนะเลิศการประกวด ‘สุดยอดนักการค้าออนไลน์มืออาชีพ’ คือ นางสาวบุริญ ใจสิงห์ หรือ โฟมม่อน

ด้าน ปรัชญา ไพโรจน์กุลมณี ผู้อำนวยการกองพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวเสริมว่าการสร้างรายได้จากการทำตลาดด้วยการเป็นนายหน้าขายออนไลน์ Affiliate Marketing ในไทยมีแนวโน้มการเติบโตสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา จากความต้องการของสินค้าบริการต่างๆ ที่หันมาทำการตลาดลักษณะดังกล่าวทั้งบนสื่อสังคมออนไลน์ และ แพล็ตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ มากขึ้น โดยผู้ที่เป็นนายหน้าฯ ไม่จำเป็นต้องลงทุนซื้อสินค้า แต่ใช้เพียงทักษะการขายผ่านไลฟ์ แล้วปักตระกร้าขายสินค้าเท่านั้น พร้อมรับค่าตอบแทนติดตามสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ของสินค้าที่ขายได้ตามที่ตกลงกับเจ้าของสินค้า

ทั้งนี้ ยังสอดคล้องกับภาพรวมอีคอมเมิร์ซไทย ซึ่งเติบโตต่อเนื่องและเป็นโอกาสใหญ่ของเอสเอ็มอีไทย ซึ่งกรมฯ ได้วางแนวทางสนับสนุนผู้ประกอบการธุรกิจรายย่อยไทยให้เข้าสู่แพลตฟอร์มการค้าธุรกิจออนไลน์ ครอบคลุม 4 ด้านสำคัญ ประกอบด้วย

  1. สร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) การทำธุรกิจให้สอดคล้องกันทั้งระบบ
  2. ส่งเสริมองค์ความรู้พร้อมให้การสนับสนุนเครื่องมือด้านต่างๆ ในด้านออนไลน์ (Online Marketing Genius : OMG)
  3. พัฒนาและส่งเสริมชุมชน ดิจิทัล (Digital Village) ในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง จากที่ผ่านพัฒนาไปแล้วราว 96 แห่งใน 55 จังหวัด  
  4. ส่งเสริมพัฒนาศักยภาพเจ้าของธุรกิจ (CEO) ของไทยในด้านดิจิทัล เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีการค้าออนไลน์  วางเป้าหมายดำเนินการให้บรรลุผล 3,000 คนต่อปี

“จาก 4 บทบาทข้างต้นจะเข้ามาส่งเสริมธุรกิจรายย่อยไทยได้อย่างสอดคล้องกัน โดยเฉพาะการสนับสนุนซีอีโอรายย่อยได้ใช้ทักษะการไลฟ์ขายสินค้ามาใช้เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญในการทำตลาด เพื่อสร้างรายได้เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่าหลักหมื่นบาทต่อราย” ปรัชญา กล่าว

 

TAGS: #กรมพัฒนาธุรกิจการค้า #เอสเอ็มอี #อีคอมเมิร์ซ #ธุรกิจออนไลน์