กบง.จ่อเคาะมาตรการดูแล LPG คงราคาเดิมถังละ 423บาท หวังลดภาระประชาชน ควักเงินกองทุนน้ำมันฯดูแลต่อเนื่อง ขณะที่เร่งเก็บเงินดีเซลโปะหนี้แสนล้านบาท
แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานเตรียมพิจารณาแนวทางการดูแลราคาก๊าซหุงต้ม(LPG) ซึ่งจะสิ้นสุดการตรึงราคาในวันที่ 30 ก.ย.นี้ โดยมีความเป็นไปได้ที่จะต่ออายุมาตรการตรึงราคา LPG ออกไปอีก 3 เดือน ที่ราคา 423 บาทต่อถัง(ขนาด 15 ก.ก.)เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนและสอดคล้องกับการแถลงนโยบายลดราคาพลังงานของรัฐบาล
ทั้งนี้หากปล่อยให้ราคาสะท้อนต้นทุนจริงตามกลไกตลาดโลก ราคาก๊าซหุงต้มจะไปแตะที่ระดับ ถังละ 450 บาทได้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้ ซึ่งปัจจุบันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้ใช้เงินเข้าไปอุดหนุนราคาอยู่ก.ก.ละ 4.29 บาท
อย่างไรก็ตามจะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายบริหารพลังงาน(กบง.) ที่มีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน เป็นประธาน ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ เพื่อพิจารณาในเรื่องดังกล่าว โดยคาดว่ายังคงใช้กลไกกองทุนน้ำมันฯมาช่วยดูแลราคาLPG
ปัจจุบันฐานะกองทุนน้ำมันฯยังมีสถานะติดลบอยู่ 105,121 แสนล้านบาท แยกเป็นบัญชีน้ำมัน 57,646 ล้านบาท และบัญชี LPG 47,475 ล้านบาท ในขณะที่มีรายรับอยู่วันละ 45.92 ล้านบาท และมีรายจ่ายวันละ 41.69 ล้านบาท ส่งผลให้มีเงินไหลเข้าอยู่เดือนละ 128.7 ล้านบาท
แหล่งข่าวกล่าวว่า สำหรับการดูแลราคาดีเซลยังคงตรึงไว้ที่ไม่เกินลิตรละ 33 บาท แม้ว่าขณะนี้แนวโน้มราคาน้ำมันตลาดโลกมีแนวโน้มลดลง แต่ราคาขายปลีกดีเซลยังไม่ปรับลดลงตาม เนื่องจากจำเป็นต้องเพิ่มอัตราการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯเพื่อเพิ่มรายได้และนำไปลดภาระหนี้ที่มีอยู่ ซึ่งตอนนี้เก็บเงินของดีเซลอยู่ลิตรละ 3.59 บาท
อย่างไรก็ตามกระทรวงพลังงาน เดินตามนโยบายรัฐบาลที่ประกาศไว้กรับสภาผู้แทนราษฎร ในการลดราคาค่าพลังงานและสาธารณูปโภค ปรับโครงสร้างราคาพลังงาน ปรับปรุงกฎหมายสัญญาซื้อขายพลังงานได้โดยตรง (Direct PPA) หาแหล่งพลังงานเพิ่มเติม และเจรจาพื้นที่ทับซ้อนกับกัมพูชา (OCA) เพื่อลดต้นทุนด้านพลังงาน พร้อมกำหนดใช้อัตราค่าโดยสารในกรุงเทพมหานคร "ราคาเดียว" ตลอดสาย (นโยบาย 20 บาทตลอดสาย