‘พีระพันธุ์’สั่งปตท.-กฟผ.บริหารต้นทุนเชื้อเพลิงคุมค่าไฟฟ้างวดหน้าไม่เกิน 4.18 บาทต่อหน่วย หากเป็นไปได้อยากให้ลดลงอีก หวังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน เปิดเผยว่า นโยบายการดูแลอัตราค่าไฟฟ้ารอบเดือนม.ค.-เม.ย. 2568 ยังคงให้ตรึงค่าเอฟที เท่ากับงวดปัจจุบัน เท่ากับ 39.72 สตางค์ต่อหน่วย เมื่อรวมกับค่าไฟฟ้าฐานที่ 3.78 บาทต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) คงที่เท่ากับ 4.18 บาทต่อหน่วย เช่นเดียวกับปัจจุบัน
ทั้งนี้ได้มอบหมายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)และบริษัทปตท. จำกัด(มหาชน) ไปพิจารณาหาแนวทางบริหารจัดการเชื้อเพลิง เพื่อกำหนดค่าไฟฟ้าที่เหมาะสม ซึ่งทั้ง 2 หน่วยงานก็พร้อมที่จะเข้ามาช่วยดูแล และหากเป็นไปได้จะพยายามทำให้ค่าไฟฟ้าลดลง
“อยากให้เรื่องนี้เป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน เพื่อช่วยดูแลลดค่าใช้จ่าย เบื้องต้นค่าไฟฟ้าไม่เกิน 4.18 บาทต่อหน่วยแน่นอน แต่จะสามารถลดลงได้แค่ไหนคงต้องรอหน่วยงานต่างๆที่รับผิดชอบพิจารณาหาตัวเลขที่เหมาะสม”
นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาล อยู่ระหว่างการเตรียมนำร่างกฎหมายเข้าสภาเพื่อให้กระทรวงพลังงานมีอำนาจในการบริหารจัดการราคาพลังงานในหลายๆ มิติ ซึ่งที่ผ่านมา ที่สามารถดำเนินการได้สำเร็จแล้วคือ การให้ผู้ค้าน้ำมันต้องเปิดเผยต้นทุนราคาน้ำมันนำเข้าที่แท้จริง
ส่วนร่างกฎหมายน้ำมัน SPR หรือ Strategic Petroleum Reserve ระบบสำรองน้ำมันและก๊าซเชิงยุทธศาสตร์ อยู่ระหว่างการเตรียมนำเข้ารัฐสภาในต้นปี 2568 ซึ่งหากดำเนินการสำเร็จ ก็จะทำให้กระทรวงพลังงานสามารถบริหารจัดการด้านน้ำมันได้มากขึ้น
ทั้งนี้ ระบบ SPR จะเป็นแนวทางการรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันแบบที่สากลใช้กันในกลุ่ม IEA หรือองค์การพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency) โดยใช้การบริหารกลไกราคาน้ำมันโดยใช้ปริมาณน้ำมันในสต็อก ซึ่งไม่ได้ใช้เงินในการอุดหนุนเหมือนกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของเราที่ทำอยู่ในปัจจุบัน โดยจะทำให้ไทยมีระบบสำรองน้ำมันเป็นของประเทศไม่ได้ขึ้นอยู่กับภาคเอกชนอย่างเดียว