‘เซ็นทรัล ชิดลม’ สีชมพู ใช้ค่าตัวแปลงโฉมใหม่ 4 พันล.บาท ‘จิ๊กซอว์’ สำคัญย่านลักซูฯ ‘เพลินจิต ดิสทริค’

‘เซ็นทรัล ชิดลม’ สีชมพู ใช้ค่าตัวแปลงโฉมใหม่ 4 พันล.บาท ‘จิ๊กซอว์’ สำคัญย่านลักซูฯ ‘เพลินจิต ดิสทริค’
‘กำลังซื้อสินค้าลักซูรี่คนไทยใกล้เคียงยุโรปแล้ว’ หนึ่งในเหตุผล ‘เซ็นทรัลชิดลม’ สีชมพู มุ่งสู่ ‘The Store of City’ อีกองค์ประกอบสำคัญของ ‘Ploenchit District’ ย่านลักซูรี่ ไลฟ์สไตล์ ใจกลางเมืองระดับโลก

ณัฐธีรา บุญศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น (CRC) กล่าวว่า ห้างฯเซ็นทรัลชิดลม เปิดให้บริการในปี 2517 ถึงปัจจุบันได้ดำเนินการเป็นระยะเวลา 50 ปี ในฐานะห้างสรรพสินค้าเรือธง (Flagship Store) ต้นแบบสาขาในทุกด้านทั้งสินค้าและบริการ

ล่าสุดเซ็นทรัลชิดลม ใช้งบลงทุนกว่า 4,000 ล้านบาทในการเปลี่ยนผ่านห้างฯครั้งใหญ่ในรอบ 5 ทศวรรษ เพื่อมุ่งสู่การเป็น หนึ่งในเก้า เดอะ สโตร์ ออฟ เดอะ ซิตี้ (The Store of the city) บนทำเลยุทธศาสตร์พร้อมรองรับกำลังซื้อท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวในแต่ละเมืองใหญ่สำคัญ ประกอบด้วย

  • ห้างฯ เซ็นทรัล ชิดลม กรุงเทพฯ ประเทศไทย
  • ห้างฯ รินาเชนเต (Rinascente) โรม ประเทศอิตาลี
  • ห้างฯ รินาเชนเต (Rinascente) มิลาน ประเทศอิตาลี
  • ห้างเซลฟริดเจส (Selfridges) ลอนดอน ประเทศอังกฤษ
  • ห้างคาเดเว (KaDeWe) เบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี
  • ห้างโกลบุส (Globus) ประเทศสวิตเซอร์
  • ห้างอิลลุม (Illum) โคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก
  • ห้างฯ บราวน์ โทมัส (Brown Thomas) ดับบลิน ประเทศไอร์แลนด์
  • ห้างฯ ดี แบนคอร์ฟ (de Bijenkorf) อัมสเตอร์ดัม  ประเทศเนเธอร์แลนด์

ณัฐธีรา กล่าวว่า “เซ็นทรัลชิดลมยังวางตำแหน่งให้เป็นวัน-สต็อป-ชอปปิ้ง สินค้าและบริการลักซูรี่ด้วยพื้นที่เหมาะสมขนาด 60,000 ตร.ม. พร้อมตกแต่งทั้งภายในและภายนอกห้างฯพร้อมสื่อสารการตลาดภายใต้อัลลักษณ์ใหม่ด้วยโทนสีเฉพาะที่เรียกว่า Central Chidlom Pink ให้บรรยากาศเสมือนเป็นบ้านหลังที่สองในการพักผ่อนและซื้อสินค้าในรูปแบบลักซูรี่ ที่ปัจจุบันกำลังซื้อในประเทศไทยใกล้เคียงกับตลาดลักซูรี่ในยุโรป แล้ว”

ต่อการปรับโฉมใหม่เซ็นทรัล ชิดลม พิงก์ ยังจะสร้างประสบการณ์ร่วมกับผู้เข้ามาใช้บริการด้วยใช้ 4 แกนหลักดังนี้

1. การคัดสรรสินค้า (The Store of Curation) นำสินค้าลักซูรี่จากทั่วโลก อาทิ Beauty Galeria โฉมใหม่ที่หรูหราที่สุดในประเทศไทย และผลิตภัณฑ์ความงามระดับโลกกว่า 150 แบรนด์ อาทิ Chanel, Dior, Gucci, Prada Beauty, Lamer ฯลฯ พร้อมโซนพิเศษรวมแบรนด์สกินแคร์ออร์กานิกระดับพรีเมี่ยม และ เอ็กซคลูซีฟแบรนด์ อาทิ Ausgustinus Bader, Officine Universelle Buly และ Valentino Beauty จำหน่ายที่ห้างฯเซ็นทรัล ชิดลม เท่านั้น

พร้อมปรับโซนแฟชั่นในรูปแบบ Shop in Shop จากแบรนด์หรูทั่วโลก อาทิ Bottaga Veneta, Balenciaga, Burberry, Celine, Dolce & Gabbana, Emillo Pucci, Fendi, Gucci, Kenzo,Loewe, Louis Vuitton, Miu Miu, Missioni, Prada, Roger Vivier, Versace โดยแบรนด์ Chanel ยังได้เข้ามาในโซน ‘Shoes Avenue’ ในไทยเป็นครั้งแรก เปิดตัวในเดือนธ.ค.นี้

“ห้างฯเซ็นทรัล ชิดลม ยังอยู่ระหว่างศึกษานำแบรนด์ใหม่เพิ่มเข้ามาจากประเทศเกาหลี เพื่อรองรับกระแสความนิยมแฟชั่นเกาหลีในไทยที่ยังเติบโตดีอยู่” ณัฐธีรา กล่าว

2. โฉมใหม่มีเอกลักษณ์ (The Store of Design) ต่อยอดจากจุดเริ่มต้นของห้างเซ็นทรัล ใช้สัญลักษณ์เป็นรูปดอกกุหลาบมาตกแต่งในคอนเซปต์ ‘Garden of Rose’ สร้างบรรยากาศเสมือนเดินช้อปปิ้งที่ห้างหรูในยุโรป และนำไอเดียของสถาปัตยกรรมชั้นนำระดับโลกเข้ากับสถาปัตยกรรมไทยมาไว้ด้วยกัน  พร้อมเปิดทางเข้าใหม่ Sky Terrace เชื่อมจากรถไฟฟ้าสถานีชิดลมเข้าสู่ห้างเซ็นทรัลชิดลมที่ชั้น 1 โซนลักซูรี่ ได้โดยตรง

3.สร้างความประทับใจสูงสุดทุกมิติด้วยบริการช้อปปิ้ง (The Store of Excellent Services) แบบ One Stop Journey โดยลงทุนด้านเทคโนโลยีเพื่อให้บริการแบบ Omni service ด้วยบริการผู้ช่วยส่วนตัวในการช้อปปิ้ง, บริการผู้เชี่ยวชาญในการเลือกสินค้าในสไตล์ที่เป็นคุณ และยังนำการวิเคราะห์ข้อมูลมานำเสนอสินค้าและบริการได้ตรงตามความต้องการของลูกค้าแต่ละราย

พร้อม Personal Shopping Suite | Sounds by Devialet ครั้งแรกในโลกกับเลานจ์เอ็กซ์คลูซีฟสำหรับลูกค้าด้วยประสบการณ์การช้อปปิ้งในแบบส่วนตัว พร้อมรับความสุนทรีจากระบบเสียงของ Devialet แบรนด์ดังจากฝรั่งเศสให้ลูกค้าได้สัมผัสถึงคุณภาพเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของผลิตภัณฑ์

4. เชื่อมโยงคนทุกเจเนอเรชัน เป็นคอมมูนิตี้สำหรับทุกไลฟ์สไตล์ (The Store of Communities)

จากแนวทางทั้ง 4 แกนดังกล่าว ยังเพื่อรองรับกลุ่มเป้าหมายทุกคนที่เรียกว่าชาวชิดลม (CitizenofChidlom) ใน 4 กลุ่มสำคัญ คือ

  1. กลุ่มเซ็นฟินิตี้ (CENFINITY) และกลุ่มเวลทธ์และพรีเมี่ยม (Wealth & Premium) ลูกค้าและสมาชิก(ปัจจุบันมีอยู่ราว 7,000 ราย) ซึ่งมียอดใช้จ่ายสูง ราว 600,000 บาทต่อปี หรือ ประมาณ 20,000 บาทต่อรายต่อครั้ง (Per Visit)
  2. กลุ่มครอบครัว (Family & Kids) ที่ใช้เวลาทำกิจกรรมร่วมกันในห้างฯ
  3. กลุ่มคนรุ่นใหม่เจนวายและซี (GenY & Gen Z) ที่มักมีอิสระทางการเงิน มีแนวโน้มใช้จ่ายสูงในกลุ่มสินค้าทันสมัยทั้งแฟชั่น เครื่องประดับ และเทคโนโลยี
  4. กลุ่มช่าวต่างชาติพำนักอาศัยในไทย และ นักท่องเที่ยว (Expat & Tourist) ที่ตั้งใจเดินทาง มาช้อปปิ้ง และท่องเที่ยวโดยฉพาะ ซึ่งห้างฯ ยังได้ร่วมกับพันธมิตรทั้งสายการบิน บัตรเครดิต โรงพยาบาล ฯลฯ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการจับจ่ายและบริการต่างๆ ในช่วงการเดินทางในไทย ด้วย

ณัฐธีรา กล่าวว่า ห้างฯ เซ็นทรัลชิดลมยังได้เลือก ‘นัม จู ฮยอก’ (Nam Joo Hyuk) นักแสดงและนายแบบชาวเกาหลีใต้ เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรกของห้างฯ ร่วมสะท้อนภาพลักษณ์ความเป็นตัวตนอย่างมีอิสระ “เพราะความลักซูรี่ไม่ได้ถูกกำหนดด้วยราคาเท่านั้น แต่คือการสร้างเอกลักษณ์หรือรสนิยมของทุกคนในแต่ละไลฟ์สไตล์” เพื่อสื่อสารแบรนด์เซ็นทรัลชิดลม ไปยังกลุ่มเป้าหมายดังกล่าว ด้วย

พร้อมกันนี้ ห้างฯเซ็นทรัลชิดลม ยังได้เปลี่ยนชุดยูนิฟอร์พนักงานใหม่ทั้งหมดเพื่อต้อนรับผู้เข้ามาใช้บริการ ที่คาดว่าจะมีปริมาณหมุนเวียน (Traffic) ราว 300,000 คนต่อวัน จากเดิมเป็นกลุ่มลูกค้าระดับกลางถึงสูง และมีลูกค้า Expat & Tourist ราว 20% และคนไทย 80% มี Traffic ราว 25,000 คนต่อวัน

"ในปี2568 วางเป้าหมายมีลูกค้าเข้ามาห้างฯ เซ็นทรัล ชิดลม ใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 30% หลังจากเปิดโฉมใหม่ไปราว 6 เดือนก่อนหน้าได้การตอบรับดีมีการใช้จ่ายต่อบิลเติบโตแล้ว 25% ซึ่งในปัจจุบันมีพื้นที่สินค้าลักซูรี่สัดส่วน 20% ของทั้งหมด"      

ณัฐธีรา กล่าวอีกว่า หลังปรับโฉมใหม่ห้างฯเซ็นทรัลชิดลม พร้อมให้บริการอย่างเต็มรูปแบบในวันที่ 12 ธ.ค.ปีนี้ ซึ่งจะเป็นช่วงระยะเวลาใกล้เคียงกับดิออร์ โกลด์ เฮาส์ (Dior Gold House) ของแบรนด์ระดับไฮเอนด์ Christian Dior ได้เข้ามาเปิดอาคาร Dior สืทองในรูปแบบบูทีค ช้อป เป็นแห่งแรกในประเทศไทย บริเวณลานมรกต (หน้าอาคารจอดรถเซ็นทรัลชิดลม) ซึ่งมีแผนเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 8 ธ.ค.นี้ และเตรียมจัดกิจกรรม (Event) .ในวันที่ 6 ธ.ค.นี้

“การปรับโฉมใหม่ของเซ็นทรัลชิดลม และการเปิด ดิออร์ โกลด์ เฮ้าส์ ในครั้งนี้ ยังจะเป็นเสมือนความเป็นเพื่อนบ้าน (Neighbor) ด้านลักซูรี่ ไลฟ์สไตล์ ร่วมกันบนทำเลใจกลางเมืองของกรุงเทพฯ เพื่อสร้างเป็นเพลินจิต ดิสตริกต์ (PloenChit District) ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย”  ณัฐธีรา ทิ้งท้าย

 

TAGS: #เซ็นทรัลชิดลม #ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล #ณัฐธีราบุญศรี