ม.หอการค้าคาดการณ์การใช้จ่ายวันมาฆบูชา-วาเลนไทน์เงินสะพัดรวม 6.2 พันล้านบาท ทำสถิติสูงสุดรอบ 6 ปี คนไทยเริ่มมีการใช้เงินมากขึ้น แต่ยังระมัดระวังเนื่องจากมูลค่าสินค้าราคาแพง
รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลการสำรวจทัศนะและพฤติกรรมการใช้จ่ายของประชาชนในวันมาฆบูชาและการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ ว่า การใช้จ่ายในวันมาฆบูชาคาดมีเงินสะพัด2,500 ล้านบาทขยายตัว 2.8% เทียบกับปีก่อน ปรับตัวดีขึ้นในรอบ 4 ปี แม้เป็นอัตราที่ไม่ได้สูงกว่าเทศกาลตรุษจีน แต่ก็เริ่มเห็นสัญญาณของการใช้จ่ายเกิดขึ้น
ทั้งนี้ส่วนใหญ่คนไทยยังตั้งใจไปทำบุญตักบาตรรองลงมาเป็นการเวียนเทียน และไปไหว้พระ โดยบรรยากาศทั่วไปเหมือนยังใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา เฉลี่ยมีค่าใช้จ่ายคนละ1,590 บาท
ด้านการใช้จ่ายเทศกาลวันวาเลนไทน์มีปีนี้คาดจะมีเงินสะพัด 2,700 ล้านบาท ขยายตัว 7.2% สูงสุดในรอบ 6 ปี โดยค่าใช้จ่ายเฉพาะซื้อของสำหรับมอบให้คู่รัก จำแนกตามGen พบว่าGen X มากสุดเฉลี่ย 1,669 บาทต่อคน รองลงเป็นGenY 1,238 บาทต่อคนและGenZ 617 บาทต่อคน เฉลี่ยรวมคนละ1,200 บาท
สำหรับธุรกิจที่ได้ประโยชน์ในเทศกาลวาเลนไทน์ 5 อันดับแรก คือ ร้านขายของขวัญและดอกไม้ ร้านอาหารและคาเฟ่ โรงแรมที่พัก ร้านไวน์และเครื่องดื่ม ช็อกโกแลตและขนมหวาน
อย่างไรก็ดีภาพรวมทั้ง 2 วันสำคัญ จะเห็นว่าเริ่มมีการใช้จ่ายมากขึ้นแต่ยังระมัดระวัง เนื่องจากสินค้ามีมูลค่าที่สูงขึ้น ขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐยังไม่กระจายทั่วถึง ยังไม่สะท้อนต่อการใช้จ่ายมากนัก
“เท่าที่มอง 2 เทศกาลสำคัญ ทำให้เห็นว่าเศรษฐกิจฟื้นแล้วแต่แบบอ่อนๆ การใช้จ่ายไม่ได้สะพัดมาก แต่ก็สะท้อนว่าคนยังใช้จ่ายมากขึ้น ภาพรวมราคาสินค้าแพง ทำให้การใช้จ่ายขยายตัว”