กกพ.มองบวกรื้อสัญญา Adder ลดค่าไฟ 17สต.เป็นไปได้ เชื่อมั่นภาครัฐช่วยเจรจาสร้างความเป็นธรรม ขณะที่ค่าไฟรอบใหม่ 7 มี.ค.รอเคาะตัวเลขเปิดรับฟังคิดเห็น
ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า แนวโน้มอัตราค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ(เอฟที)รอบเดือน พ.ค.-ส.ค. 2568 แนวทางการพิจารณาจะกำหนดเป็น 3 ทางเลือกเหมือนที่ผ่านมา โดยจะเปิดรับฟังความเห็นในวันที่ 7 มี.ค.นี้
ส่วนตัวเลขค่าเอฟทีรอบนี้จะส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเป็นไปในทิศทางไหนนั้น ขึ้นอยู่กับตัวแปรสำคัญจากราคาเชื้อเพลิง อัตราแลกเปลี่ยน ตลอดจนภาระหนี้ที่ต้องจ่ายคืนการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)จากการเข้าช่วยดูแลค่าไฟในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งยังมียอดหนี้ค้างจ่ายประมาณ 8 หมื่นล้านบาท
สำหรับข้อเสนอของกกพ.ก่อนหน้านี้ ในการทบทวนสัญญาซื้อขายไฟฟ้าในรูปแบบ Adder (ส่วนเพิ่มค่าไฟฟ้า) ซึ่งใช้มานาน กับผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็ก(เอสพีพี) และขนาดเล็กมาก(วีเอสพีพี) เพื่อให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงและจะช่วยลดค่าไฟได้ 17 สตางค์/หน่วย นั้น ยังเชื่อว่าหากภาครัฐและทุกฝ่ายร่วมมือกันในการเจรจากับผู้ประกอบการเอกชน จะสามารถทำได้
ส่วนกรณีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน มีข้อกังวลต่อแนวทางลดค่าไฟ 17 สต. ในเรื่องแก้ไขสัญญาจะผิดกฏหมาย นั้น มองว่ายังสามารถทำได้ เพียงแต่ต้องมีการเจรจากับเอกชน ซึ่งต้องอาศัยภาครัฐในการพูดคุยเพื่อหาแนวทางร่วมกัน ขณะที่แนวคิดรมว.พลังงาน ในการปรับโครงสร้างก๊าซธรรมชาติจะลดค่าไฟได้ 40 สตางค์ต่อหน่วยขึ้นอยู่กับนโยบายยังไม่ทราบรายละเอียดยังต้องติดตามกันต่อไป
“ค่าไฟงวดใหม่จะต่ำกว่า 4 บาท ได้หรือไม่จะออกมาเป็นอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย จากอัตราค่าไฟล่าสุดอยู่ที่ 4.15 บาทต่อหน่วย โดยเฉพาะค่าเชื้อเพลิง ซึ่งขณะนี้ราคาปรับขึ้นมาที่ 17 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู เทียบกับช่วงปลายปี 2567 อยู่ที่ 11-13 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู รวมถึงค่าซื้อไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจริงในงวดก่อนหน้า หนี้ค้างจ่ายกฟผ.”