แผนปี68 นีโอ คอร์ปอเรท บุกกลุ่ม ‘สูงวัย-เพ็ต พาเรนต์’ เจาะตลาดมีกำลังซื้อสูง ไม่เกินจริง

แผนปี68 นีโอ คอร์ปอเรท บุกกลุ่ม ‘สูงวัย-เพ็ต พาเรนต์’ เจาะตลาดมีกำลังซื้อสูง ไม่เกินจริง
นีโอฯ  เร่งพัฒนากลุ่มสินค้า ‘ซิลเวอร์ เอจ-เพ็ต พาเรนต์’ เจาะตลาดกำลังซื้อสูง เสริมแกร่งไลน์ผลิตภัณฑ์ FMCG ปีนี้เปิดตัวใหม่กว่า 100 เอสเคยู รับปี67 ทำนิวไฮ รายได้เกินหมื่นล. กำไรพุ่งพันล้านบาท

สุทธิเดช ถกลศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปี 2568 บริษัทฯ มีแผนเปิดตัวสินค้าใหม่ไม่น้อยกว่า 100 เอสเคยู โดยเน้นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์สอดคล้องกับเทรนด์ผู้บริโภค พร้อมก้าวสู่การเป็นบริษัท FMCG แห่งนวัตกรรมของเอเชีย ซึ่งต่อยอดความสำเร็จจากปีก่อนในการทำตลาดเชิงรุกกลุ่มใหม่ ๆ  ด้วยกลยุทธ์ ‘Segment Creator’ ควบคู่กับ ‘Innovation-led Premiumization’ ที่มุ่งมั่นคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยนวัตกรรมที่ล้ำสมัย ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในทุกช่วงวัยและทุกด้าน

“ในปีก่อน บริษัทฯ เป็นผู้บุกเบิกในกลุ่ม Silver Age ด้วยนวัตกรรมการกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ของผู้สูงวัย ภายใต้แบรนด์ ดีนี่ ดีลักซ์ เพื่อรองรับการเติบโตสังคมสูงอายุ และในกลุ่มพ่อ/แม่สัตว์เลี้ยง Pet Parent ผลิตภัณฑ์ในรูปแบบแบบที่ปลอดภัยกับสัตว์เลี้ยง Pet Friendly สำหรับผู้ที่มีสัตว์เลี้ยงในที่อยู่อาศัย เพื่อทำตลาดเชิงรุกมากขึ้นในปีนี้”  

โดยสอดคล้องกับเป้าหมาย บริษัทฯ วางอัตราการเติบโตยอดขายต่อปีแบบทบต้นเฉลี่ย 5 ปี (CAGR) ตั้งแต่ปี 2566-2571 ด้วยตัวเลขสองหลัก หรือ 10-15% โดยปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ คือ การมุ่งขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์ไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ และตลาดที่มีศักยภาพ

“เราเชื่อว่าตลาด FMCG ในประเทศไทยปี 2568 ยังมีศักยภาพแข็งแกร่ง แม้เผชิญความท้าทายทางเศรษฐกิจและการแข่งขันที่รุนแรง เพราะเราไม่ได้เพียงแค่มุ่งตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค แต่เรามั่นใจว่าด้วยการปรับตัวที่รวดเร็ว การตัดสินใจที่คล่องตัว และ Market Insight ที่แข็งแกร่ง NEO จะสามารถสร้างการเติบโตในระยะยาวอย่างต่อเนื่อง” สุทธิเดช กล่าว

โดยแนวทางดังกล่าว ยังต่อยอดจากผลดำเนินงานในปี 2567 ที่บริษัทฯ ประสบความสำเร็จสูงทั้งการนำกิจการเข้าตลาดหลักทรัพย์ พร้อมสร้างยอดขายภายในประเทศเติบโต 10.5% YoY  ซึ่งมากกว่า อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจไทย และสามารถทำกำไรส่วนของบริษัท 1,008 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.4% จากปีก่อนหน้า ด้วยผลกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์และสร้างอัตรากำไรสองหลักได้เป็นครั้งแรก

ขณะที่ กลุ่มธุรกิจหลักทั้ง สามกลุ่มของ NEO ได้แก่ 1. กลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ในครัวเรือน 2. กลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล และ3. กลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้สำหรับเด็ก รวมทั้ง 8 แบรนด์ ซึ่งมีการเติบโตที่ดี โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล เช่นเดียวกับกลุ่มสินค้าพรีเมียมที่มีอัตราการเติบโตโดดเด่น และเป็นไปตามเป้าหมายสัดส่วนยอดขายที่ 5% โดยมีสินค้าที่สำคัญ อาทิ ผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่ม ไฟน์ไลน์ สูตรเข้มข้นพิเศษ พรีเมี่ยมซอฟท์ และผลิตภัณฑ์ครีมอาบน้ำ บีไนซ์ เพอร์ฟูม ชาวเวอร์ เจล เป็นตัวชูโรงในปีที่ผ่านมา

สำหรับ ด้านช่องทางจัดจำหน่ายของ NEO ยังเติบโตดี สามารถขยายร้านค้าช่องทางร้านค้าปลีกดั้งเดิมได้มากกว่า 30% จากเป้า 20% ปัจจุบันมีช่องทางการจัดจำหน่ายกว่า 28,000 ร้านค้า ส่วนช่องทางออนไลน์เติบโตกว่า 10% จากปีก่อนหน้า

ทั้งนี้ บริษัทยังได้แจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 พิจารณาอนุมัติจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นบริษัทในอัตรา 1.35 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XM ในวันที่ 11 มีนาคม 2568 ตามด้วยเครื่องหมาย XD ในวันที่ 30 เมษายน 2568 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 21 พฤษภาคม 2568

โดยบริษัทฯ อยู่ในตลาดสินค้าอุปโภคมากว่า 35 ปี ปัจจุบันบริษัทมีสินค้าครอบคลุมทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ในครัวเรือน กลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล และกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้สำหรับเด็ก รวม 8 แบรนด์ ประกอบด้วย ไฟน์ไลน์, ดีนี่, บีไนซ์,  ทรอส, เอเวอร์เซ้นส์, วีไวต์, สมาร์ท และโทมิ

TAGS: #นีโอคอร์ปอเรท #FMCG