หลัง ‘ทานตะวัน ธีระโกเมน’ ทายาทเจน2 รับไม้ต่อบริหารอาณาจักรร้านอาหารเครือเอ็มเคฯ พร้อมลุยอีกธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น ‘ยาโยอิ’ ใช้กลยุทธ์พรีเซ็นเตอร์ ‘เจฟ-ซาเตอร์’ ย้ำแบรนด์ว้าวสื่อสารคนรุ่นใหม่
ทานตะวัน ธีระโกเมน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จํากัด (มหาชน) กล่าวถึงจุดเริ่มต้น ร้านอาหารญี่ปุ่น ‘ยาโยอิ’ ต้นตำรับการเสิร์ฟอาหารแบบเซต ‘เทโชกุ’ (Teishoku) มายาวนานกว่า 139 ปีในประเทศญี่ปุ่น (ค.ศ. 1886) และขยายสาขามายังประเทศไทย ภายใต้การบริหารงานของ เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป รวมระยะเวลากว่า 19 ปี ปัจจุบันมีกว่า 200 สาขาทั่วประเทศ
โดยในปีที่ผ่านมา ร้านอาหารญี่ปุ่น ‘ยาโยอิ’ ได้ปรับโฉมภาพลักษณ์ใหม่ให้มีความทันสมัย สดใส และสนุกสนานมากยิ่งขึ้น เพื่อขยายฐานกลุ่มเป้าหมายผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ที่เด็กลงมากขึ้น” ทานตะวัน กล่าวพร้อมเสริมว่า
สำหรับในปี 2568 นี้ บริษัทฯ วางแผนต่อยอดความสำเร็จแบรนด์ยาโยดิ พร้อมเข้าถึงคนรุ่นใหม่อย่างจริงจังในแคมเปญ ‘เจแปนเลิฟเวอร์’ พร้อมใช้กลยุทธ์การตลาดพรีเซ็นเตอร์ (Presenter Marketing) โดยนำ ‘เจฟ ซาเตอร์’ ด้วยบุคลิกที่เป็นแบบอย่างและแรงบันดาลใจ มาสื่อสารในกลุ่มลูกค้า ทั้งนักเรียน/นักศึกษา, กลุ่มวัยทำงาน ตลอดจนกลุ่มครอบครัวสมัยใหม่
ต่อการเลือก ‘เจฟ ซาเตอร์’ มาร่วมงานกับ ‘ยาโยอิ’ ทานตะวัน เสริมว่า “พรีเซนเตอร์ต้องสะท้อนตัวตนของแบรนด์และสื่อสารกับผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพ และด้วยความสามารถที่ครบเซตของเจฟ ซึ่งเป็นศิลปินที่มีฝีมือโดดเด่น ทั้งการเป็นนักร้อง นักแต่งเพลง โปรดิวเซอร์ เมนเทอร์ และนักแสดง ซึ่งทุกบทบาทต่างถูกยอมรับในฝีมือและศักยภาพจากผู้คนจำนวนมาก พร้อมรางวัลการันตี จากความครบดังกล่าวยังตรงกับแนวคิดการทำตลาดร้านอาหารญี่ปุ่น ยาโยอิ ในคอนเซ็ปต์พร้อมเสิร์ฟความอร่อยครบคุณค่าแบบ ‘ญี่ปุ่นครบเซต’ ไปพร้อมกันด้วย”
นอกจากนี้ เจฟ ซาเตอร์ ยังแสดงออกถึงวัฒนธรรมญี่ปุ่นด้านต่างๆ ทั้งแฟชั่นการแต่งกาย และความชื่นชอบในดนตรี J-Rock ที่เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานเพลง ซึ่งสอดคล้องกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของ ‘ยาโยอิ’ ที่เป็นสาย ‘เจแปนเลิฟเวอร์’ อีกด้วย”
โดย การสื่อสารความเป็นตัวตนของแบรนด์ ‘ยาโยอิ’ จะย้ำ 3 หัวใจสำคัญ (Core Values) คือ
- ราชาเทโชกุตัวจริง (King of Teishoku)
- ความเป็นผู้เชี่ยวชาญจากประเทศญี่ปุ่นของแท้ (Authenticity)
- ความหลากหลายของเมนูอาหารที่ผ่านการคิดอย่างสร้างสรรค์ด้วยนวัตกรรมแบบฉบับครัวญี่ปุ่น (Innovative Variety)
โดยทั้งหมดนี้จะถูกถ่ายทอดด้วยคอนเซ็ปต์ความเป็น “ญี่ปุ่นครบเซต” ผ่าน “หนังสั้น” (Online Film) ที่บอกเล่าต้นกำเนิดของ “ยาโยอิ” สาขาแรกในยุคเมจิ (ค.ศ.1886) รวมถึงการโปรดิวซ์ แต่งเพลง และขับร้องเพลงประกอบโฆษณาใหม่ล่าสุด “รักครบเซต ญี่ปุ่นครบเซต” โดย เจฟ ซาเตอร์ ในฐานะพรีเซนเตอร์ ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากการเปรียบเมนูอาหารของ “ยาโยอิ” เป็นเหมือนความรักที่ดีที่เกิดจากความพิถีพิถันใส่ใจ และตั้งใจส่งมอบอาหารที่ดี ครบคุณค่าและสมดุลโภชนาการ นำมาเสิร์ฟรวมกันในเซตเดียวตามหลัก “เทโชกุ” เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการให้กับลูกค้าทุกๆ คนแบบ “ญี่ปุ่นครบเซต” มีหลากหลายโมเมนต์ร่วมกัน ที่สำคัญไม่ทิ้งกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นแท้ๆ รวมถึงมีแผนกระตุ้นการตลาดอย่างต่อเนื่องด้วยการเตรียมเปิดตัวเมนูใหม่ที่มีความหลากหลาย ผ่านการสร้างสรรค์ด้วยความเชี่ยวชาญของเชฟญี่ปุ่น ผสมผสานกับเสน่ห์ของเชฟไทยในการพัฒนาเมนูใหม่ๆ ร่วมกัน เพื่อเตรียมออกมาเซอร์ไพรส์ผู้บริโภคให้ได้ตื่นเต้นอย่างแน่นอน
ทานตะวัน กล่าวว่า ตลอดการจัดแคมเปญนี้ จะสามารถปลุกกระแสตลาดอาหารญี่ปุ่นให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง รวมถึงเพิ่มจำนวนทราฟฟิกลูกค้ากลุ่ม Dine-in ได้สูงถึง 10% พร้อมตอกย้ำการเป็น Top of Mind ฟู้ดเดสติเนชันตัวจริงที่ทุกคนนึกถึง”