เมื่อ Food Group ไทยเบฟ จะไม่เป็นแค่ธุรกิจอาหาร แต่จะใช้ทุกสาขาโชว์เคสธุรกิจเครื่องดื่มด้วย

เมื่อ Food Group ไทยเบฟ จะไม่เป็นแค่ธุรกิจอาหาร แต่จะใช้ทุกสาขาโชว์เคสธุรกิจเครื่องดื่มด้วย
‘ไพศาล อ่าวสถาพร’ วางมิสชั่นกลุ่มธุรกิจอาหารเครือไทยเบฟ ‘รวมเป็นหนึ่งเดียว’ ปรับแนวบริหาร/ทำแบรนด์ใหม่รับเทรนด์อาหารโลก/ท้องถิ่น เจาะตลาดรวม 7 แสนล.

ไพศาล อ่าวสถาพร ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารสูงสุด สายธุรกิจอาหาร (ประเทศไทย) เผยวิสัยทัศน์หลังเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ เพื่อดูแลภาพรวมธุรกิจอาหาร เครือไทยเบฟเวอเรจในประเทศไทย พร้อมวางเป้าหมายธุรกิจให้สอดคล้องพันธกิจไทยเบฟ MISSION 2030 ตามที่ประธานกรรมการบริหารกลุ่มไทยเบฟ ‘ฐาปน สิริวัฒนภักดี’ได้ประกาศไว้ก่อนหน้า   

โดยแนวทางขับเคลื่อนธุรกิจอาหารไทยเบฟ ด้วยแนวคิด ‘ONE FOOD – ONE TEAM – ONE GOAL’ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมจัดโครงสร้างใหม่แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ดังนี้

  1. กลุ่มธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นเครือโออิชิ (OISHI) ประกอบด้วย 11 แบรนด์ ภายใต้การบริหารของ ‘ศสัย ตังเดชะหิรัญ’ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ โฮลดิ้ง จำกัด 
  2. กลุ่มคิวเอสอาร์ (QSA) ธุรกิจร้านอาหารบริการด่วน (Quick Service Restaurant-QSR) หนึ่งในผู้รับสิทธิ์บริหารแฟรนไชส์เคเอฟซี ประเทศไทย ภายใต้การบริหารของ ‘อรณัฐร์ ผกาภรณ์รัตน์’ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะ คิวเอสอาร์ ออฟ เอเชีย จำกัด
  3. กลุ่มเอฟโอเอ (FOA) ธุรกิจร้านอาหารครบวงจร/ประเภท อาหารจีน, อาเซียน, ตะวันตก รวมไปถึงเค้กและเบเกอรี่ ภายใต้การบริหารของ ธารินทร์ รินธนาเลิศ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟู้ด ออฟ เอเชีย จำกัด

“ในฐานะผู้บริหารกลุ่มอาหารไทยเบฟ วางเป้าหมายหลัก คือสนับสนุนพร้อมผลักดันทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจให้เติบโตสอดคล้องกับ MISSION 2030 ของไทยเบฟฯที่ประกาศไว้ก่อนหน้านี้” ไพศาลกล่าว พร้อมเสริมว่า

“กลุ่มธุรกิจอาหารไทยเบฟจะยังเป็นเอาต์เล็ตสำคัญ ในการโชว์เคสผลิตภัณฑ์ต่างๆในธุรกิจหลักเครื่องดื่มทั้งแอลกอฮอล์และนัน-แอลกอฮอล์ของไทยเบฟ ที่ปัจจุบันมีร้านอาหารทุกแบรนด์ในเครือรวมกัน 847 สาขาทั่วประเทศ”  

สำหรับในปี 2568 กลุ่มธุรกิจอาหารไทยเบฟ เตรียมงบลงทุนไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อขยายธุรกิจสาขาของแต่ละแบรนด์ร้านอาหาร ของทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจ (โออิชิ, คิวเอสเอ และ เอฟโอเอ) ซึ่งจะให้สัดส่วนขยายสาขามากที่สุดในกลุ่มโออิชิและเคเอฟซี จากปัจจุบันมีสาขาภายใต้แบรนด์โออิชิ 284 แห่ง, กลุ่มคิวเอสเอ มีสาขาร้านเคเอฟซี ราว 500 แห่ง และ เอฟโอเอ ราว 63 แห่ง

นอกจากนี้ กลุ่มธุรกิจอาหารไทยเบฟ ยังวางแผนพัฒนาธุรกิจร้านอาหารภายใต้แบรนด์ใหม่ๆ เพิ่มเติมในอนาคต เพื่อรองรับพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไปทั้งในตลาดระดับท้องถิ่นและตลาดโลก

ทั้งนี้ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยตลาดรวมร้านอาหารในไทยคาดมีมูลค่าราว 7 แสนล้านบาท ซึ่งมองว่าตลาดมีมูลค่าอัตราการเติบโตคงที่ จากรายใหม่ที่เข้ามาในตลาดเฉลี่ย 1,000ในปี 2567 และปิดกิจการไปราว 800 ราย

จากแนวโน้มดังกล่าว บริษัทฯ มองว่ายังมีโอกาสในการดำเนินธุรกิจเพื่อเข้าถึงความต้องการผู้บริโภคยุคปัจจุบันที่เปลี่ยนตัวตามกระแสโลกที่เกิดขึ้น

 

สำหรับเทรนด์อาหารระดับโลก 2025 มีดังนี้

 

  1. Unusual Ingredients ความสร้างสรรค์วัตถุดิบใหม่เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับอาหาร
  2. Gut Health จุดเริ่มต้นของสุขภาพดี สมองดี เริ่มต้นที่อาหารและระบบทางเดินอาหารที่ดี
  3. Sustainability ความรักษ์โลก การใช้ทรัพยากรเพื่อความยั่งยืนได้ถูกปลูปฝังใน DNA ของคนรุ่นใหม่
  4. AI & Automated Technology เพิ่มประสิทธิภาพ/วางแผนระบบห่วงโซ่อุปทาน บริหารต้นทุน/ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น
  5. Local Food Culture อาหารเป็นมากกว่าอาหาร แต่เป็นการผสมผสานและแสดงออกถึงวัฒนธรรมแต่บะพื้นที่

 

ขณะที่เทรนด์อาหารประเทศไทย 2025 มีดังนี้

 

  1. Value for Money, Yet High Value ความคุ้มค่าที่ต้อง ‘ทำถึง’
  2. Casual Fine Dining ความลักซูที่เข้าถึงได้
  3. Beyond Food, But Experience มากกว่าอิ่มท้อง อิ่มถึงความรู้สึก
  4. Local Ingredient เสน่ห์ของความเป็นไทย
  5. Digital & AI เพิ่มประสิทธิภาพเข้าใจผู้บริโภค
  6. Sustainability รักษ์โลกลดwaste เพื่อความยั่งยืน
  7. Tourist ต่างชาติต่างความชอบ
  8. Busy & Lazy ตัวช่วยเพื่อชีวิตเร่งรีบ  

“เทรนด์ระดับโลกจะเกิดขึ้นล่วงหน้า3 ปีก่อนเข้ามายังเอเชีย หรือหากเกิดในเอเชียแล้วจะใช้เวลาราว3ปีไปเกิดในระดับโลก ซึ่งบริษัทฯ จะเลือกหยิบเทรนด์และนำมาปรับใช้ในการทำธุรกิจในไทย พร้อมวางเป้าหมายทวงแชมป์ในตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นของโออิชิให้กลับมา” ไพศาล กล่าวทิ้งท้าย   

TAGS: #ไทยเบฟ #กลุ่มอาหารไทยเบฟ #ThaiBev #ไพศาลอ่าวสถาพร