โรดแมป 3 ปี อิมแพค สู่เมืองอัจฉริยะ Smart City ลงทุน 100 ล. ลดหนาแน่นจราจร 18 จุด

โรดแมป 3 ปี อิมแพค สู่เมืองอัจฉริยะ Smart City ลงทุน 100 ล. ลดหนาแน่นจราจร 18 จุด
อิมแพค แผนสร้าง ‘เมืองทองธานี’ สู่ Smart City เต็มรูปแบบใน 3 ปี ลงทุนเฟสแรก 100 ล.บาทติด CCTV 200 ตัว ดึงดาต้าจัดการขนส่ง-เชื่อมเดินทางรถไฟฟ้าสีชมพูส่วนต่อขยาย

พอลล์  กาญจนพาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี เปิดเผยถึงแผนพัฒนาโครงการเมืองทองธานี พื้นที่รวมกว่า 4,000 ไร่ ให้เป็น Smart City หรือเมืองอัจฉริยะ อย่างเต็มรูปแบบภายในระยะเวลา 3 ปีจากนี้

โดยในระยะแรกจะมุ่งเป้าที่การจัดการด้านการขนส่ง วางระบบการจราจรในพื้นที่ให้สามารถเชื่อมต่อกับบริการรถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนต่อขยายเข้ามาในเมืองทองธานีได้อย่างเป็นระบบและมีความคล่องตัว ทั้ง 2 สถานี ได้แก่

  • สถานี อิมแพ็ค เมืองทองธานี บริเวณอาคารชาเลนเจอร์
  • สถานีริมทะเลสาบเมืองทองธานี

พร้อมใช้งบลงทุนกว่า 100 ล้านบาท ติดตั้งกล้องวงจรปิด หรือ CCTV เทคโนโลยีอัจฉริยะถึง 200 ตัว เพื่อจะนำดาต้ามาช่วยจัดการด้านการขนส่ง แก้ปัญหาจราจรในพื้นที่ และช่วยให้การเดินทางเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนต่อขยายทั้ง 2 สถานีเกิดความสะดวก ด้วยระบบการจัดการที่เป็นแบบเรียลไทม์สามารถเช็คปริมาณรถยนต์และจำนวนคนเข้าออก ในพื้นที่รายงานแบบทันท่วงที พร้อมดูแลความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง โดยการดำเนินการระยะแรกได้แล้วเสร็จช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้

“การติดตั้ง CCTV ที่เป็นระบบอัจฉริยะนี้ จะช่วยเสริมจากที่มีอยู่เดิมภายใต้โครงการ Smart Safety Zone 4.0 ที่ผ่านมา ในการดูแลเรื่องความปลอดภัยในพื้นที่ โดย CCTV เทคโนโลยีอัจฉริยะที่นำมาใช้นี้มีความสามารถตรวจจับสภาพการจราจร ตามทางแยกโดยใช้กล้อง CCTV มาปรับเปลี่ยนสัญญาณไฟ จราจรได้ตามความเหมาะสม และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ประกอบกับสามารถปรับปรุง การไหลของปริมาณรถ เพื่อลดเวลาในการเดินทางได้ และเพิ่มความปลอดภัย ในพื้นที่โดยใช้เทคโนโลยี ตรวจจับและเตือนภัย โดยการแจ้งเตือนเมื่อมีอุบัติเหตุหรือ สถานการณ์ที่อาจเกิดอันตรายในพื้นที่ได้” พอลล์ กล่าว

ด้าน ธนรัฐ เข็มเพ็ชร ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายบริหารเมือง กล่าวถึงการสำรวจและกำหนดจุดในการติดตั้ง CCTV เทคโนโลยีอัจฉริยะ ครอบคลุมทั้งแยกสำคัญ ถนนหลัก และทางเข้าออกเมืองทองธานี เพื่อให้ระบบทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและดูแลความปลอดภัยให้ทุกคนที่อยู่ในพื้นที่ รวมทั้งหมด 18 จุด ได้แก่

  • บริเวณแยกไฟแดงของอาคาร อิมแพ็ค ฟอรั่ม
  • แยกโรงเรียนเลอโนท
  • วงเวียนทางเข้าอิมแพ็ค
  • วงเวียนของ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น เซ็นเตอร์
  • แยกบีไฮฟ
  • ถนนด้านหลังทางออกคลองปะปา (ซอย 5 บาท)
  • ถนน S19

โดยจะติดตั้งเพิ่มเติมอีกรวม 10 จุด ได้แก่

  • บริเวณปากทางเข้าจากถนนแจ้งวัฒนะ
  • แยกธนาคารกสิกรไทย
  • แยกโครงการโมริคอนโด
  • วงเวียนทางเข้าอิมแพ็ค
  • แยกคอสโม
  • ถนน S19
  • แยกด้านหน้าอาคารชาเลนเจอร์ (รอยัล จูบิลี่)
  • แยกอาคาร อิมแพ็ค อารีน่า
  • แยกด้านหลัง Hall 9
  • บริเวณสะพานทางเชื่อมอาคารชาเลนเจอร์และอิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น เซ็นเตอร์ ใต้ Sky Kitchen
  • เป็นต้น

สำหรับการติดตั้ง ระบบการจัดการการจราจรอัจฉริยะ (Intelligent Traffic Management System) มีความโดดเด่นด้านเทคโนโลยี และพร้อมช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพ โดยระบบสามารถบันทึก และแสดงข้อมูลปริมาณจราจร ความเร็วของรถ ปริมาณท้ายแถวสะสม และสามารถแยกประเภทรถได้ สามารถวิเคราะห์ปริมาณจราจรตามทางแยกโดยใช้กล้อง AI-CCTV และอุปกรณ์  Traffic Signal Controller มาปรับเปลี่ยนสัญญาณไฟจราจรได้ตามความเหมาะสม แบบ Real Time ตัวกล้อง AI-CCTV มีระบบอ่านป้ายทะเบียนที่จะช่วยบันทึกภาพทะเบียนได้อย่างชัดเจนและแม่นยำสูงถึง 98% และสามารถตรวจนับรถบริเวณที่มีรถสัญจรตามจุดต่างๆ ตามช่องจราจรจริงในพื้นที่ได้

ธนรัฐ กล่าวอีกว่า นอกจากการเตรียมระบบเทคโนโลยีมาช่วยในการบริหารจัดการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตแล้ว อิมแพ็ค โดยฝ่ายบริหารเมือง ยังได้มีการเตรียมพร้อมด้านบุคลากร จัดการฝึกอบรมการทำงานควบคู่กับการทำงานของระบบอัจฉริยะ

โดยที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานความมั่นคง ตำรวจในท้องที่ในการจัดฝึกอบรม ด้านการรักษาความปลอดภัย การจัดการจราจร การดูแลการเดินทางเข้าออกพื้นที่ รวมถึงการปรับภูมิทัศน์เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของเมืองอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบรับกับนโยบายการพัฒนาและยกระดับเมืองทองธานีสู่ Smart City ที่สมบูรณ์แบบเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับชาวชุมชน พร้อมส่งเสริมการอยู่อาศัยและการทำงานในสภาพแวดล้อมที่ทันสมัยและปลอดภัยในอนาคต  

 

TAGS: #อิมแพค #เมืองทองธานี #SmartCity #รถไฟฟ้าสีชมพู