ยอดขายรถยนต์ไม่คึกคักเหตุสถาบันการเงินเข้มงวดปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อ ไตรมาสแรกแตะ 2.17 แสนคันลดลง 6.11% ด้านส่งออกยังโตตามเป้า 1.05 ล้านคัน
นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ยอดขายรถยนต์ในประเทศเดือนมี.ค. อยู่ที่ 79,943 คันลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว 8.37% ส่งผลให้ไตรมาสแรกปีนี้มียอดขาย 217,073 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 6.11%
ทั้งนี้เนื่องจากสถาบันการเงินมีมาตรการที่เข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อกับผู้ซื้อรถยนต์ โจากการเข้มงวดของสถาบันการเงินในการอนุมัติสินเชื่อกับผู้ซื้อรถยนต์โดยเฉพาะกระบะ ซึ่งไตรมาสแรกมียอดขายลดลงถึง 21.85%เพราะจำนวนของผู้ที่ขอสินเชื่อเช่าซื้อกระบะมีสัดส่วนกว่า 80% ส่วนหนึ่งเป็นผลจากอัตราดอกเบี้ยอยู่ในทิศทางขาขึ้น ขณะที่หนี้ครัวเรือนยังคงสูงทำให้สถาบันการเงินมีความเข้มงวดหลักฐานทางการเงินมากขึ้น
สำหรับการผลิตรถยนต์ทุกประเภทเดือนมี.ค. 66 อยู่ที่ 179,848 คันเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 4.16% ส่งผลให้ไตรมาสแรก(ม.ค.-มี.ค.66) อยู่ที่ 507,787 คันเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 5.77% เป็นผลจากได้รับชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์เพิ่มขึ้น ทำให้สามารถรักษาระดับการผลิตดังกล่าวไว้ โดย 3 ไตรมาสที่เหลือมั่นใจว่ายอดผลิตจะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ 1.95 ล้านคันและมีโอกาสแตะระดับ 2 ล้านคัน แต่ต้องติดตามปัจจัยลบใหม่เรื่องวิกฤติธนาคารว่าจะเพิ่มขึ้นและทำให้อำนาจซื้อของประเทศคู่ค้าลดลงหรือไม่
ขณะที่การส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปเดือนมี.ค. อยู่ที่ 98,381 คันเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 4.84% ส่งผลให้ส่งออกไตรมาสแรกอยู่ที่ 273,692 คันเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 12.57% มีมูลค่าการส่งออก 168,121.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 16.62% เนื่องจากได้รับชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์เพิ่มขึ้นหากวิกฤติการเงินโลกไม่เป็นปัจจัยลบรุนแรงรวมถึงข้อขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ไม่ขยายตัวปีนี้การส่งออกจะเป็นไปตามเป้าที่วางไว้ ที่ 1.05 ล้านคัน
ทั้งนี้ต้องติดตามการส่งออกรถยนต์ของจีนปีนี้ก้าวสู่อันดับ 1 ของโลกที่จะมีผลต่อพื้นที่เรือบรรทุกรถยนต์(Ro-Ro) ที่อาจจะไม่เพียงพอมากขึ้นได้ รวมถึงการส่งออกรถยนต์ของไทยไปออสเตรเลียที่ล่าช้าจากการเสียเวลาล้างดอกหญ้าที่ติดบนรถส่งออกไปจากท่าเรือไทยทำให้เกิดความเสียหายหลายร้อยล้านบาท
นายสุรพงษ์ กล่าวถึงรถยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนใหม่ (ป้ายแดง) ที่เป็นรถยนต์นั่งไม่เกิน 7 คนในประเทศไตรมาสแรกปีนี้มีทั้งหมด 14,536 คันเพิ่มขึ้น 1,076.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีเพียง 1,236 คันเนื่องจากรัฐบาลได้สนับสนุนประกอบกับรถยนต์ไฟฟ้าเริ่มมีราคาต่ำลงทำให้เข้าถึงได้ง่าย ส่งผลให้ยอดรถยนต์ไฟฟ้าสะสมในประเทศ ณ 31 มี.ค.66 มีครบทุกกลุ่มประเภทแล้วอาทิ รถบรรทุกไฟฟ้ามี 70 คัน รถโดยสารไฟฟ้า 1,822 คัน รถสามล้อไฟฟ้ามี 586 คันเป็นต้น