ORI ส่ง ออริจิ้นเพลส บางนา ซื้อเพื่อการลงทุน ปันผลนาน 10 ปี เร่งขยายพอร์ตเซอร์วิสอพาร์ตเม้นต์ เป็น 5,000 ยูนิตใน 2 ปีหน้า พร้อมนำ HHR เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ MAI
สิริพงศ์ ศรีสว่างวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI เปิดเผยว่า จากเมื่อปี 2564 บริษัทฯ ได้รุกธุรกิจเซอร์วิสอพาร์ตเม้นต์เพื่อการลงทุน ผ่านระบบ Investment Property Program หรือ IP Program โดยบริษัทฯ ลูกในเครือ คือ บริษัท แฮมป์ตัน โฮเทล แอนด์ เรสซิเดนซ์ แมเนจเม้นท์ จำกัด (HHR)
โดย ผลตอบรับช่วง 2 ปีมานี้ มีผู้บริโภคสนใจซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนกว่า 2,000 ยูนิต จาก 10 โครงการของออริจิ้น ขณะที่ ภายในปี 2567-2568 บริษัทตั้งเป้าเพิ่มพอร์ตเซอร์วิสอพาร์ตเม้นต์เป็น 5,000 ยูนิต พร้อมนำ HHR เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ MAI
ล่าสุด โครงการที่บริษัทฯ จะนำมาทำเซอร์วิสอพาร์ตเม้นท์ ซื้อเพื่อการลงทุน คือ ออริจิ้น เพลส บางนา ตั้งอยู่ในโครงการ ORIGIN SMART COMPLEX BANGNA อาณาจักร Mixed-Use บนถนนบางนา-ตราด
ซึ่งเมื่อก่อสร้างเสร็จที่นี่จะกลายเป็น THE NEW LANDMARK IN BANGNA ศูนย์กลางธุรกิจประตูสู่ EEC ทำเลที่มีการลงทุนทั้งจากภาครัฐและเอกชนมูลค่าเป็นแสนล้านบาท
สิริพงศ์ ขยายความว่า IP Program เป็นคอนเซ็ปต์การลงทุนอสังหาริมทรัพย์แบบใหม่ ที่เป็นการซื้อเพื่อการลงทุนโดยเฉพาะ ซึ่งนักลงทุนที่เข้าซื้อห้องพักในโครงการจะได้สิทธิ์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในโฉนด สามารถซื้อ-ขายต่อเปลี่ยนมือได้ และยกให้เป็นมรดกหรือสามารถนำไปเป็นสินทรัพย์ในการค้ำประกันสินเชื่อได้ด้วยเช่นกัน
หลังจากที่ซื้อไปแล้ว HHR จะเข้ามาดูแลและหาผู้เช่าพร้อมการบริการลูกค้าด้วยมาตรฐานโรงแรมระดับสากล รวมทั้งจ่ายเงินปันผลแบบต่อเนื่องนาน 10 ปี ต่อสัญญาครั้งละ10 ปี พร้อมกับเปิดให้ผู้ประกอบการรายอื่นเข้ามาเสนองานบริการแข่งในการต่อสัญญา 10 ปีหลัง
ทั้งนี้ การลงทุนดังกล่าว จะอยู่บนพื้นฐานความตกลงยอมรับร่วมกันผ่านระบบ ‘Mutual Agreement Program’ ตกลงที่จะเฉลี่ยรายได้และเฉลี่ยรายจ่ายร่วมกันแบบเป็นกลุ่ม หรือเรียกว่าแบบแชร์ผลประโยชน์ร่วมกัน (Pool Dividend )
โดย HHR จะเข้ามาดูแลและดำเนินการต่างๆ แทนทั้งหมดถือเป็นการลดภาระลูกค้าที่มาลงทุนในพร็อพเพอร์ตี้ ดังนี้
1.เจ้าของห้องไม่ต้องลงทุนเพิ่มเกี่ยวกับการตกแต่ง อุปกรณ์เพื่อการเช่า
2.เจ้าของห้องไม่ต้องจ่ายค่าดูแล ค่ารักษามิเตอร์น้ำ มิเตอร์ไฟฟ้า อินเตอร์เน็ต รวมถึงค่าซ่อมแซม
3.เจ้าของห้องไม่ต้องเสี่ยงติดลบกับการบริหารจัดการ ค่าพนักงาน และค่าวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ เป็นต้น
โดยค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เหล่านี้ HHR จะคอยดูแลทรัพย์สินและรับความเสี่ยงนั่นเองแลกกับค่าบริการทั่วไปรวมอยู่ในค่าเช่าห้องที่ทาง HHR จะหักไว้จากรายได้ทั้งหมดในแต่ละเดือน อาทิ ค่าธรรมเนียม (ค่า Fee) 5%, ค่าประกันภัย 1%, เป็นต้น
“หลังจากลงทุนแล้วลูกค้าอยู่เฉยๆ รอเงินจากค่าเช่าเข้าบัญชีธนาคารทุกๆ เดือน ส่วนความเสี่ยงนั้นแทบปิดความเสี่ยงทุกประตู ยิ่งไปกว่านั้นอสังหาริมทรัพย์ที่ลงทุนไประยะยาวจะมี Capital Gain เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ” ศิริพงศ์ กล่าว
โดยผลตอบแทนหรือเงินปันผลได้จากการลงทุนนั้นจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับทำเลที่อสังหาริมทรัพย์นั้นตั้งอยู่ เช่น ทำเลในเมืองย่านทองหล่อ หรือสุขุมวิท 24 ก็จะได้ค่าเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ 800-900 บาทต่อตารางเมตร ขณะที่ทำเลในต่างจังหวัดก็จะอยู่ประมาณ 300-400 บาทต่อตารางเมตร เป็นต้น
สำหรับอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนโครงการใหม่ล่าสุดที่นำมาทำการตลาดและขายให้กับนักลงทุนผ่าน IP Program คือ “ออริจิ้น เพลส บางนา” (Origin Place Bangna) เซอร์วิสอพาร์ตเม้นต์หรู ที่ตั้งอยู่บนอาณาจักรมิกซ์ยูส ORIGIN SMART COMPLEX BANGNA ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน ซึ่งมีจำนวนห้อง 399 ยูนิตเป็นเซอร์วิสอพาร์ตเม้นต์ คาดว่านักลงทุนน่าจะจองซื้อหมด
โดยทางทีมงานการตลาดและฝ่ายขาย อีกทั้งเครือออริจิ้นได้ผนึกกำลังกับเอเจ้นท์เกือบ 50 รายบุกตลาดเช่าต่างชาติรับแผนเปิดประเทศ รวมทั้งทีมงานได้เจาะตรงถึงลูกค้าที่เป็นองค์กรหรือบริษัทข้ามชาติที่มาเปิดกิจการลงทุนในไทยตามนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาผู้เช่าส่วนใหญ่ 65-70% จะเป็นผู้เช่าต่างชาติที่มาทำธุรกิจในประเทศไทยหรือนักลงทุนที่มาพักอาศัยเป็นเวลานาน โดยผู้เช่ากลุ่มนี้จะเช่าแบบเหมาเป็นรายเดือน ส่วนสัดส่วนที่เหลือ 30-35% จะเป็นนักธุรกิจในไทย