‘คุณาลัย‘ เตรียมย้ายเข้า SET วันที่ 11 กันยายน นี้ ตั้งเป้า 5 ปี รายได้เติบโตเฉลี่ย 10-15 % ต่อปี อัตรากำไรสุทธิราว 12% ต่อปี พร้อมมุ่งสู่หุ้น Stock Dividend
ประวีรัตน์ เทวอักษร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วิลล่า คุณาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ KUN เปิดเผยว่า วันที่ 11 กันยายน 2567 บริษัทฯเตรียมย้ายเข้า SET เป็นวันแรก จากเดิมที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2562
โดยการย้ายครั้งนี้ได้สะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตทางธุรกิจ และผลการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญการย้ายกระดานเทรดในครั้งนี้เป็นการเพิ่มสภาพ คล่อง และเพิ่มเสถียรภาพของบริษัทฯ รวมถึงยังช่วยลดข้อจำกัดในการ เข้าลงทุน และยังสามารถดึงดูดให้กลุ่มกองทุน นักลงทุนสถาบันทั้งใน ประเทศและต่างประเทศ หันมาลงทุนในหุ้น KUN ได้มากยิ่งขึ้น
สำหรับแผน Road Map ของบริษัทฯ ภายในระยะเวลา 5 ปี (2566-2570 ) บริษัทฯ ตั้งเป้าอัตราการเติบโตของรายได้โตเฉลี่ย 10-15% ต่อปี และมีอัตรากำไรสุทธิราว 12% ต่อปี รวมถึงการมุ่งเป็นหุ้น Stock Dividend (หุ้นปันผล) จากอดีตที่เป็นหุ้น Growth Stock (หุ้นเติบโต)
ทั้งนี้ บริษัทฯจะเน้นไปที่การพัฒนาโครงการในที่ดินที่บริษัทฯมีอยู่ในมือเป็นหลัก ซึ่งเพียงพอสำหรับการพัฒนาโครงการใหม่ได้อีกหลายปี ควบคู่กับการร่วมทุน( JV ) กับเจ้าของที่ดินที่สนใจอยากพัฒนาโครงการร่วมกับบริษัท ซึ่งจะช่วยให้บริษัทมีความสามารถในการทำกำไรในระดับที่สูงได้
“ตอนนี้เรามีที่ดินรอพัฒนาโครงการใหม่อีก 2 แปลง พื้นที่รวมประมาณ 65 ไร่ ที่อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี โดยแบ่งเป็นที่ดินที่อยู่ระหว่างรอ การพัฒนา 1 แปลง และเป็นที่ดินเปล่าอีก 1 แปลง และเนื่องจากบริษัทฯ ยึดรูปแบบธุรกิจการซื้อที่ดินขนาดใหญ่ (business model) ทำให้การ เปิดโครงการใหม่ไม่เพิ่มขึ้นมาก แต่บริษัทฯ จะเน้นเปิดโครงการเดิม ตามแผนที่วางไว้มูลค่า 14,000 ล้านบาท” ประวีรัตน์ กล่าว
สำหรับภาพรวมธุรกิจภายในปี 2567 บริษัทฯ คาด ว่ารายได้จะมากกว่า 800 ล้านบาท หรือเติบโต 10-15% จากปีก่อน เนื่องจาก ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2567 จะมีการทยอยรับรู้รายได้ของ บ้านกลุ่ม นาวาร่า ประกอบกับในช่วงครึ่งปีแรก ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 2567 บริษัทฯ มีรายได้ไปแล้วประมาณ 300 ล้านบาท และมียอดขายที่รอการ โอนกรรมสิทธิ์ (Backlog) ประมาณ 240 ล้านบาท โดยจะทยอยรับรู้ รายได้ในครึ่งปีหลังทั้งหมดทำให้มั่นใจว่าผลประกอบการปีนี้จะเป็นไป ตามแผนที่วางไว้
ด้านยอดขาย (Presale) ในปีนี้บริษัทวางเป้าไว้ที่ 1,600 ล้านบาท ล่าสุด (Year to Date) บริษัทมียอดขายแล้วเกือบ 1,000 ล้านบาท และในเดือนพฤศจิกายนนี้ บริษัทจะเปิดตัวโครงการ นาวาร่า พระราม 2 มูลค่า 3,700 ล้านบาท อย่างเป็นทางการ ซึ่งจะช่วยผลักดันผลการดำเนินงานในช่วงปลายปีเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ บริษัทฯยังอยู่ระหว่างศึกษาและเจรจากับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพ เพื่อร่วมกันพัฒนาโครงการบ้านผู้สูงอายุ โดยโครงการดังกล่าวคาดว่าจะสามารถเริ่มพัฒนาได้ในปี 2571
ประวีรัตน์ กล่าวเพิ่มเติมถึงภาพรวมตลาดอสังหาฯ ว่า บรรยากาศการซื้อบ้านและคอนโดเริ่มกลับมาฟื้นตัวมากขึ้นหลังจากสถานการณ์การเมืองภายในประเทศเริ่มนิ่ง โดยลูกค้ามีความสามารถในการก่อสร้างหนี้ก้อนใหญ่มากขึ้น ถึงแม้จะไม่หรูหรามากนักเมื่อเทียบกับที่ผ่านมาก็ตาม
“ในฐานะผู้ประกอบการ เราคาดหวังให้รัฐบาลชุดนี้อยู่ครบวาระ เพื่อทำให้การขับเคลื่อนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจทำได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมคาดหวังเห็นการปลดล็อค LTV ทำให้คนอยากมีบ้านมีความสามารถในการขอสินเชื่อมากขึ้น“ ประวีรัตน์ กล่าว