เมื่อหุ้นนั้นซื้อขายในตลาดฯไประยะหนึ่ง ผู้ลงทุนอาจสังเกตเห็นว่าหุ้นบางตัว ราคาค่อย ๆ ขึ้นลง หรือราคานิ่ง ๆ ในขณะที่หุ้นบางตัวขึ้นลงอย่างหวือหวาในเวลาสั้น ๆ เมื่อเห็นเช่นนี้แล้ว ผู้ลงทุนควรจะเข้าไปรับความเสี่ยงหรือควรจะหลีกเลี่ยงดี ?
ฝ่ายพัฒนาและส่งเสริมความรู้ตลาดทุน สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และ ตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. กล่าวว่า หลายคนเชื่อว่า หากได้จองซื้อหุ้นตอน IPO จะได้เปรียบเพราะคิดว่าเป็นราคาเริ่มต้นที่เข้ามาซื้อขาย จึงน่าจะเป็นราคาที่เหมาะสมแล้ว จริง ๆ ไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป เพราะทันทีที่หุ้นนของบริษัทเข้าซื้อขายในตลาดรอง หรือตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลาดหลักทรัพย์ฯ) การเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้นจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย มีโอกาสเคลื่อนไหวได้ทั้งขึ้นและลง
ซึ่งโดยทั่วไปมีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาหุ้น เช่น บริษัทมีกําไรเพิ่มขึ้น มีแผนธุรกิจที่ ชัดเจนว่าจะเติบโตต่อเนื่องราคาหุ้นก็ขึ้นหรือกรณีมีปัจจัยพิเศษอย่างโควิด-19 อาจมีผลกระทบด้านลบต่อธุรกิจ ท่องเที่ยวหรือเดินทาง แต่เป็นบวกกับธุรกิจออนไลน์และโรงพยาบาล ลักษณะเช่นนี้ เรียกว่า ราคาหุ้นเปลี่ยนแปลง ตามปัจจัยพื้นฐาน
แต่ขณะเดียวกัน ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นบางตัว อาจมาจากการสร้างราคา/ปริมาณหลักทรัพย์ หรือที่รู้จักกันคุ้นหูว่า “การปั่นหุ้น” สังเกตเบื้องต้นได้จากการที่ราคา/ปริมาณการซื้อขายเปลี่ยนแปลงโดยไม่มี ปัจจัยพื้นฐานรองรับ อาจมีข่าวที่ไม่ทราบที่มา ไม่ได้รับการยืนยันจากบริษัท ทําให้ราคาหุ้นขึ้นหรือลง มีสภาพ การซื้อขายผิดไปจากปกติ
ซึ่งอาจเป็นการซื้อขายที่มาจากกลุ่มบุคคลบางกลุ่ม ผู้ลงทุนรายย่อยควรสังเกตและ ระมัดระวังเพื่อไม่ให้เข้าไปซื้อขายในช่วงนั้น ซึ่งอาจทําให้เข้าไปซื้อหุ้นในราคาที่ไม่ปกติ ตกเป็นเหยื่อการปั่นหุ้น ส่วนผู้ลงทุนที่ชอบหุ้นที่หวือหวาความเสี่ยงสูง ก็ต้องระวังและจํากัดความเสี่ยงด้วย
ลักษณะของหุ้นที่ถูกปั่นได้ง่าย มักเป็นหุ้นที่มีมูลค่าทางตลาดต่ําเพราะใช้เงินทุนจํานวนน้อย มีสภาพ คล่องการซื้อขายน้อย ปัจจัยพื้นฐานไม่ค่อยดี หรือมีจํานวนหุ้นหมุนเวียน (free float)* ต่ำ
การปั่นหุ้น มีทั้งกรณีการส่งคําสั่งซื้อขายที่ทําให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิด และการส่งคําสั่งซื้อขายในลักษณะ ต่อเนื่องกันโดยมุ่งหมายทําให้ราคาหรือปริมาณการซื้อขายหุ้นผิดไปจากสภาพปกติของตลาด ซึ่งอาจมีพฤติกรรม หลายลักษณะ อาทิ ทําราคาเปิด-ปิด จับคู่ซื้อขายกันเอง ผลักดันชี้นําราคา แตกย่อยคําสั่ง หรือเสนอขายโดยระบุ ราคาที่ไม่น่าจะขายได้ ขณะเดียวกัน เพื่อจะทําให้การปั่นหุ้นสําเร็จ อาจจะมีการปล่อยข่าวเท็จเสริมเข้าไปอีก เช่น สร้างข่าวว่าหุ้นตัวนี้จะมีข่าวดี ทําให้ผู้ลงทุนรายอื่นเข้าใจผิด เป็นต้น
การปั่นหุ้น อาจเป็นการทําให้ราคาสูงขึ้น ทําราคาลดลง หรือการพยุงราคา โดยมีเหตุจูงใจแตกต่างกัน ออกไป เช่น ทําให้ราคาสูงขึ้นเพื่อทํากําไรจากการซื้อขาย หรือหลีกเลี่ยงการถูกเรียกประกันเพิ่มในกรณีที่ใช้หุ้น เป็นหลักประกันในธุรกรรมต่าง ๆ ต้องการขายหุ้นแก่ผู้อื่น (นอกตลาดหลักทรัพย์ฯ) ให้ได้ราคาตามที่ต้องการ ต้องการทํากําไรจากการลงทุนในตลาดอื่น เป็นต้น
ทั้งนี้ การดูแลการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นนั้น ปกติแล้วตลาดหลักทรัพย์ฯ ในฐานะเป็นด่านหน้า (Front- line Regulator) ดูแลการซื้อขายหุ้นในตลาดรองให้เป็นระเบียบเรียบร้อยถูกต้องตามกฎกติกา จะมีเกณฑ์ ดูแล** เช่น เกณฑ์ Ceiling & Floor ที่ดูแลไม่ให้ราคาซื้อขายมีความผันผวนมากเกินไปและป้องกันการทําราคา หุ้นผิดปกติ โดยกําหนดระดับราคาเสนอซื้อ/เสนอขายสูงสุดและต่ําสุด เปลี่ยนแปลงได้ไม่เกิน 30% จากราคาปิด วันก่อนหน้า แต่ก็ยกเว้นกรณีการซื้อขายหุ้น IPO วันแรก และวันแรกที่ประกาศขึ้นเครื่องหมาย XD (Excluding Dividend) XR (Excluding Right) XA (Excluding All)
อย่างไรก็ดีเมื่อมีข้อมูลข่าวสารหรือเกิดกรณีที่อาจกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของผู้ถือหลักทรัพย์หรือต่อ การตัดสินใจในการลงทุน หรือกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงราคา ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังไม่ได้รับรายงานจาก บริษัท ตลาดหลักทรัพย์ฯ อาจพิจารณาขึ้นเครื่องหมาย เช่น H (Halt) หรือ SP (Trading Suspension) เพื่อหยุดการซื้อขายชั่วคราวรอให้บริษัทชี้แจงข้อมูลให้ชัดเจน และหากพบว่ามีการซื้อขายหลักทรัพย์ผิดไปจาก สภาพปกติของตลาด*** ก็จะมีมาตรการ เช่น การประกาศรายชื่อหลักทรัพย์ที่เข้าข่ายมาตรการกํากับการ ซื้อขาย (Turnover list) ที่กําหนดให้ผู้ลงทุนต้องวางเงินสดเต็มจํานวนในการซื้อขาย (Cash balance) มาตรการห้ามหักกลบราคาค่าซื้อกับราคาค่าขายหลักทรัพย์ในวันเดียวกัน เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังมีแนวทางการปฏิบัติงานของสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย (ASCO) กรณีที่พบว่า ลูกค้ามี พฤติกรรมซื้อขายหลักทรัพย์ในลักษณะที่อาจไม่เหมาะสม ซึ่งมีผลให้มีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่เปลี่ยนแปลงอันไม่ ตรงต่อสภาพปกติของตลาด (false market) หรือตามที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีข้อสังเกต ASCO ก็จะมีมาตรการดูแล เช่น การตักเตือน หรือการปรับลดวงเงินซื้อขายของลูกค้ารายนั้น
เมื่อตลาดหลักทรัพย์ฯ พบลักษณะการซื้อขายที่มีความผิดปกติ และแจ้งมายังสํานักงานคณะกรรมการ กํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
โดยมีเหตุเชื่อได้ว่ามีการกระทําอันไม่เป็นธรรมในการซื้อขาย หลักทรัพย์ เช่น การปั่นหุ้น ทาง ก.ล.ต. จะดําเนินการโดยจะประสานกับตลาดหลักทรัพย์ฯ และบริษัท หลักทรัพย์ เพื่อติดตามสภาพการซื้อขายอย่างใกล้ชิด รวมทั้งบูรณาการการทํางานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) กรมสอบสวน คดีพิเศษ (DSI) สํานักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)
ในกรณีที่มีความจําเป็น เพื่อตรวจสอบ รวบรวมข้อเท็จจริง และสืบสวนสอบสวน รวมทั้งดําเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทําผิด โดยมีกระบวนการพิจารณาเป็นไปอย่างรอบคอบและรัดกุม สามารถศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการพิจารณาได้จากลิงก์นี้ https://www.sec.or.th/TH/Documents/Enforcement/InvestigationandEnforcementMeasures_TH.pdf
สําหรับผู้ลงทุน เมื่อสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของราคาที่ผิดปกติ หรือได้รับข่าวสาร ควรหาข้อมูลหรือ สอบถามจากผู้เชี่ยวชาญ และต้องชั่งใจก่อน เพื่อปกป้องตนเองจากขบวนการที่ไม่หวังดีและเอารัดเอาเปรียบ อย่างไม่เป็นธรรมผ่านไปแล้ว 2 ตอน ในเรื่องของใครบ้างที่ดูแลคุ้มครองผู้ลงทุนในตลาดแรกและตลาดรอง อย่าลืมติดตาม ตอนสุดท้ายที่สําคัญกว่า จะมาดูกันว่า ผู้ลงทุนหรือผู้ถือหุ้น จะดูแลและปกป้องสิทธิของตนเองในฐานะที่มีส่วนเป็น เจ้าของบริษัทนั้นอย่างไร