COM7 เผยปี 68 เดินหน้า Diversify ธุรกิจใหม่

COM7 เผยปี 68 เดินหน้า Diversify ธุรกิจใหม่
COM7 เผยปี 68 เดินหน้า Diversify ธุรกิจใหม่ รุกพลังงานสะอาด - Cloud - Solar - Taxi EV

นายสุระ คณิตทวีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7 ผู้นำธุรกิจค้าปลีกสินค้าเทคโนโลยีรายใหญ่ของประเทศ เปิดเผยว่า ในปี 2567 ภาพรวมผลการดำเนินงานที่ออกมาเป็นที่น่าพอใจ และเป็นปีที่ทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท (All Time High) ทั้งในแง่ของรายได้และกำไร พร้อมตั้งเป้าปี 2568 ยังเป็นปีที่สดใส ตั้งเป้ารายได้เติบโตจากปีก่อน 10% พร้อมกับกลยุทธ์ในการ Diversify ธุรกิจ จากปัจจุบันบริษัทในเครือเริ่มมีผลงานที่ดีขึ้น สร้างการเติบโตในแนวกว้างอย่างแข็งแกร่ง ขณะที่ ทิศทางธุรกิจเดิมยังคงเติบโตต่อเนื่องจากการจำหน่ายสินค้าเทคโนโลยีและสื่อสาร และเป็นรากฐานในการต่อยอด COM7 ในอนาคต 

ทั้งนี้ COM7 เล็งเห็นโอกาสของบริษัทในกลุ่มที่เติบโตไปพร้อมกับเมกะเทรนด์ของโลก โดยเฉพาะธุรกิจ Cloud มีทิศทางที่เติบโตสูงจากตลาดในประเทศไทย Public Cloud Service ประเมินมีมูลค่าตลาดในปี 2568 ประมาณ 67,000 ล้านบาท จากปีก่อน 54,000 ล้านบาท และข่าวดีจาก Amazon Web Services (AWS) เข้ามาลงทุน Data Center ในประเทศไทย สะท้อนภาพรวมตลาด Cloud มีโอกาสขยายตัวสูงกว่า 20% ต่อปี สนับสนุนผู้บริโภคในด้านความสะดวกรวดเร็วของการใช้งาน ความปลอดภัยของข้อมูล รวมทั้ง โซลูชันต่างๆ โดย COM7 เป็นพาร์ทเนอร์กับทาง AWS ร่วมมือกันขยายฟีเจอร์ใหม่ๆ รองรับการเติบโตในตลาดนี้ ให้กับลูกค้ากลุ่ม SME และ Startup และมีการเติบโตในแง่ของลูกค้าเพิ่มขึ้น โดยในปี 2567 สร้างยอดขายประมาณ 70 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 130% และตั้งเป้าปีนี้เติบต่อเนื่องอีกเท่าตัว อีกทั้ง ล่าสุดได้รับรางวัลพาร์ทเนอร์ที่แข็งแกร่งในอาเซียน สะท้อนการขยายตลาดอย่างเข้มข้น 

นอกจากนี้ COM7 ในฐานะร้านค้าปลีกสินค้าเทคโนโลยี ได้เริ่มเข้ามาขยายผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มSolar Solution ซึ่งเป็นธุรกิจเมกะเทรนด์ และเป็นสินค้าในกลุ่มไฮมาร์จิ้น ในปีที่ผ่านมาจับมือกับพันธมิตรใหม่ เข้าไปถือหุ้นใน บริษัท Tako Cleantech เพื่อขยายตลาดร่วมกัน ผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายในร้านพันธมิตรแบรนด์ชั้นนำของ TAKO รวมถึงกระจายสู่ร้าน BaNANA และ BaNANA Solarทั่วประเทศ เพื่อตอกย้ำการให้บริการด้าน Solar Solution แบบครบวงจรตั้งแต่การให้คำปรึกษา ออกแบบระบบ การสำรวจ การติดตั้งและการบำรุงรักษา ให้กับกลุ่มลูกค้าที่เป็นบ้านที่อยู่อาศัย (Residential) และกลุ่มธุรกิจ (Commercial) นอกจากนี้ COM7 ยังมีพันธมิตรแบรนด์ชั้นนำตอบโจทย์ผู้บริโภค อาทิ แบรนด์ Huawei และ Energy Libเป็นต้น

สำหรับไฮไลท์ใหม่ในปี 2568 ล่าสุด ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ อนุมัติให้ COM7 HOLDING ซึ่งเป็นบริษัท ย่อยของ COM7 เข้าซื้อหุ้น 99.99% ใน บริษัท อีวีเซเว่น จำกัด (EV7) ดำเนินธุรกิจให้บริการเช่าใช้ เช่าซื้อ รถยนต์ไฟฟ้า เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง โดยมีฐานลูกค้าทั้งในภาครัฐ เอกชน สหกรณ์แท็กซี่ และบุคคลธรรมดาทั่วไป เพื่อขยายการลงทุนในธุรกิจที่สามารถต่อยอดธุรกิจการจําหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าของกลุ่มบริษัท

นับเป็นการต่อยอดจากธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า โดยบริษัท โกลด์ อินทิเกรท จำกัด บริษัทร่วมทุนในกลุ่ม COM7 จากการจัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าเเบรนด์ GAC AION ไปสู่ตลาด TAXI EV จากการเห็นโอกาสในประเทศไทยมี TAXI ในกรุงเทพฯ ประมาณ 80,000 คัน และเป็น TAXI EV เพียงประมาณ 10% ซึ่งจะมี TAXI ที่หมดอายุประมาณ 30,000 - 40,000 คันในปีนี้ ดังนั้น เป็นโอกาสในการเสนอ TAXI EV ด้วยความคุ้มค่าที่มากขึ้น สอดรับเทรนด์การใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ในการเลือกใช้รถไฟฟ้าช่วยลดมลพิษในกรุงเทพฯ จึงมองว่า นี่จะเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่สามารถเติบโต ด้วย Market Size ที่ใหญ่ พร้อมกับทำให้สังคมดีขึ้นไปพร้อมกัน

นายสุระ กล่าวอีกว่า “VISION ของเราปีนี้ เราไม่ได้หยุดแค่ร้านค้าปลีกสินค้าเทคโนโลยี แต่ต่อยอดจากความแข็งแกร่งไปสู่โอกาสใหม่ๆ ผ่านบริษัทในกลุ่มที่จัดตั้งขึ้น และเริ่มทำผลงาน ส่วนใหญ่ทำกำไรเข้ามาสนับสนุน และยังมีบางบริษัทที่ยังสร้างผลงานได้ไม่เต็มที่ ซึ่งมี 3 บริษัทย่อยที่ยังมีผลขาดทุน อาทิ ธุรกิจร้านขายยา Dr.Pharma ธุรกิจร้านอาหารสัตว์ PetPaw ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า AION โดยเล็งเห็นโอกาสในปี 2568 มีแนวโน้มที่ดีขึ้น ตอกย้ำแผน Diversify ธุรกิจ ไปช้าๆ แต่มั่นคงแข็งแรง”

นายถกล นิยมไทย นักลงทุนสัมพันธ์ COM7กล่าวเสริมถึง ความร่วมมือกับ True เป็นพันธมิตรในการขยายตลาดร่วมกัน มองว่ายังมีโอกาสที่ดี จากการบริหาร True Shop และการขยายฐานลูกค้าใหม่เข้ามาใช้ 5G ที่ True มากขึ้น ด้านประกันภายใต้แบรนด์ iCare insurance ปีที่ผ่านมามีรายได้อยู่ที่ 734 ล้านบาท กำไรสุทธิประมาณ 40 ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้ตามสัญญาประกันต่อเนื่องในปี 2568 และมีทิศทางที่ดี จากเดิมพอร์ตประกันจำกัดแค่สมาร์ทโฟน เราเริ่มขยายไปยังกลุ่มสุขภาพ กลุ่มรถยนต์ อย่างไรก็ดี ประกันที่เราไม่เชี่ยวชาญ เราจะไม่โฟกัส เพื่อบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้ง เตรียมออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ในชื่อ 7Care จากการร่วมกับสินค้ากลุ่ม Apple และ iCare ตอบโจทย์ลูกค้าในประเทศไทย และสิทธิพิเศษที่ลูกค้าได้รับมากขึ้นหากซื้อสินค้า IOS พร้อมความคุ้มครอง 7Care

นอกจากนี้ สินเชื่อ UFUND มีทิศทางที่ดี ในช่วงปี 2564 - 2566 เป็นช่วงทดลองตลาด เริ่มปล่อยสินเชื่อไปที่ประมาณ 28,000 - 29,000 ธุรกรรม (IOS)และปี 2567 มีการปล่อยสินเชื่อถึง 80,000 ธุรกรรม(IOS) เติบโต 2-3 เท่า คิดเป็นยอดปล่อยสินเชื่อพันกว่าล้านบาท สนับสนุนรายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น โดยเฉลี่ย NPL ต่ำกว่าเกณฑ์ เพราะเราเริ่มเข้าใจพฤติกรรมลูกค้า ประกอบกับ ขยายไปยังกลุ่มลูกค้าทั่วไป (สัดส่วนประมาณ 30%) นอกเหนือจากกลุ่มนักศึกษา (สัดส่วนประมาณ 70%) ด้วยดอกเบี้ยที่มีความเหมาะสม วันนี้ COM7 ยังขยายไปตลาดAndroid เพิ่มเติม เนื่องจากมีจำนวนตลาดที่ใหญ่

ทั้งนี้ ภาพรวมผลประกอบการปี 2567 COM7 มีรายได้จากการขายและการให้บริการ 79,074.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.7% จากปีที่ผ่านมา กำไรขั้นต้น 10,475.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.8% กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 3,307.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.7% จากการเติบโตของสินค้าเทคโนโลยี โดยเฉพาะกลุ่มสมาร์ทโฟน ทั้งระบบปฏิบัติการ IOS และ Android รวมถึงการมาของเทคโนโลยี AI เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ผลิตแบรนด์ชั้นนำอัปเกรดสินค้าสอดรับเทรนด์ใหม่ๆ ผ่านช่องทางการจำหน่าย 1,312 สาขาทั่วประเทศ (ไม่รวมแฟรนไชส์พาร์ทเนอร์)  และปรับกลยุทธ์ปิดสาขาที่ไม่มีศักยภาพในการทำกำไร ทั้งนี้ COM7 มีแผนเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่องในปีนี้อีกประมาณ 100 - 150 สาขา คาดสิ้นปี 2568 มีจำนวน 1,400 สาขา เรายังเห็นโอกาสจากการเปิดสาขาในทำเลที่มีศักยภาพ

TAGS: #COM7 #หุ้น #การลงทุน