ถนนทุกสายมุ่งหน้าสู่ “มาตรฐานทองคำ” รัสเซีย จะนำเหล่าชาติตะวันออกสู่เส้นทางใหม่

ถนนทุกสายมุ่งหน้าสู่ “มาตรฐานทองคำ” รัสเซีย จะนำเหล่าชาติตะวันออกสู่เส้นทางใหม่
ตอนนี้สัญญาณต่าง ๆ ก็ชัดเจนมากแล้วว่าเรากำลังเดินหน้าสู่การเปลี่ยนผ่านจาก “เปโตรดอลลาร์” สู่ “เปโตรหยวน”

นับตั้งแต่รัสเซียตัดสินใจเปิดปฏิบัติการพิเศษทางทหารต่อยูเครนเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2022 อันเนื่องมาจากสาเหตุของการถูกเหล่าชาติมหาอำนาจตะวันตกที่นำโดยสหรัฐอเมริกาและอังกฤษยั่วยุอย่างต่อเนื่อง

ทำให้รัสเซียถูกระดมมาตรการแซงก์ชั่นระดับมารดาเข้าถล่มใส่ไม่หยุดไม่ว่าจะเป็นการยึดเงินทุนสำรองที่ฝากเอาไว้ในต่างประเทศของรัสเซียไปกว่า 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นครึ่งหนึ่งของเงินทุนสำรองระหว่างประเทศของรัสเซีย

รวมไปถึงการตัดรัสเซียออกจากระบบ SWIFT (The Society for Worldwide Interbank Financial Telecommunication) ซึ่งเป็นระบบการส่งคำสั่งชำระเงินหรือโอนเงินระหว่างประเทศที่ใช้กันในระดับโลกซึ่งสหรัฐเป็นคนคุมระบบนี้อยู่

ตรงนี้จะทำให้รัสเซียค้าขายกับใครไม่ได้และจะมีผลต่อมูลค่ารูเบิลที่จะลดลง (เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ) นอกจากนี้ยังออกกฎหมายแบบห้ามซื้อน้ำมันและก๊าสจากรัสเซีย (เพื่อตัดรายได้รัสเซียสำหรับทำสงครามในระยะยาว) และไม่ให้รัสเซียเข้าถึงตลาดทองคำในลอนดอน (London bullion market)

สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในช่วงตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ทุกประเทศทั่วโลกต่างก็ได้เห็นและรับทราบถึงความอันตรายจากการเข้าไปถือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐและเงินดอลลาร์สหรัฐอยู่ในมือจำนวนมาก ว่าวันหนึ่งพวกเขาอาจจะโดนสหรัฐใช้เงินดอลลาร์เป็นอาวุธ (Weaponize) ได้

ตรงนี้ทำให้เหล่าประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกเริ่มมองหาทางกระจายความเสี่ยงในการถือครองทรัพย์สินที่อยู่ในรูปของดอลลาร์กันมากขึ้น

#เตรียมเข้าสู่ “มาตรฐานทองคำ”

โดยเรื่องนี้รัสเซียและจีนถือเป็นหัวหอกสำคัญในการผลักดันโดยมีเป้าหมายเพื่อออกจากอิทธิพลของดอลลาร์สหรัฐให้ได้ ซึ่งทางคุณ Alasdair Macleod ซึ่งเป็น Head of research อยู่ที่ Goldmoney มองว่า สงครามค่าเงินยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง และรัสเซียกำลังจะนำเหล่าประเทศตะวันออกไปสู่ “มาตรฐานทองคำ” ในรูปแบบใหม่

ย้อนกลับไปในช่วงเดือนธันวาคม 2022 มีบทความหนึ่งในหนังสือพิมพ์รัสเซียที่ชื่อว่า Vedomosti เผยว่า คุณเซอร์เกร์ กลาซิเยฟ (Sergey Glazyev) ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของประธานาธิบดีปูตินได้เตรียมการที่จะสร้างวิธีการชำระเงินสำหรับการค้าขายระหว่างประเทศโดยไม่มีดอลลาร์เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเตรียมจะออกแบบให้สกุลเงินใหม่ที่ใช้ซื้อขายนี้มีสินค้าโภคภัณฑ์สนับสนุนอยู่ข้างหลัง

พร้อมกับการจำนวนสมาชิกที่เข้าร่วมกับ The Shanghai Cooperation Organisation (SCO) หรือ องค์กรระหว่างประเทศด้านการเมือง เศรษฐกิจ ความมั่นคงในระดับนานาชาติ และการป้องกันที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ไม่ว่าจะเป็นอียิปต์ กาตาร์ ที่เข้ามาเป็นสมาชิกในเดือนกันยายน 2022 ขณะที่ซาอุดิอาระเบียตอบรับในเดือนพฤศจิกายน นอกจากนี้ยังมีบาห์เรน มัลดีฟส์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต และพม่า และเหล่าประเทศกลุ่มอ่าว (Gulf Cooperation Organisation) ก็เดินหน้าเข้าสู่การเป็นสมาชิกเช่นกัน

สิ่งที่เหล่าสมาชิกจะได้รับจากการเป็นสมาชิกก็คือได้ซื้อราคาพลังงานในราคาถูก พร้อมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนด้านการลงทุนของจีน และเงินที่จับต้องได้ (Sound Money) ที่จะเป็นองค์ประกอบสำคัญสำหรับการปฏิวัติอุตสาหกรรมของใหญ่ของฝั่งเอเชียที่กำลังจะเกิดขึ้น

การเกิดขึ้นของสิ่งเหล่านี้จะทำให้เศรษฐกิขของเหล่าประเทศโลกตะวันตกจำนวนมากต้องเผชิญกับสภาวะถดถอยอย่างรุนแรงพร้อมราคาสินค้าที่พุ่งสูง อัตราดอกเบี้ยขาขึ้นที่รุนแรง การพังทลายของตลาดเงิน และการล่มสลายของสกุลเงินจำนวนมาก

ตอนนี้เหล่าประเทศตะวันตกกำลังพยายามทุกวิถีทางในการส่งรถถังและอาวุธยุทโธปกรณ์ทั้งหลายเข้าไปช่วยยูเครน และการเริ่มต้นของสงครามครั้งใหม่จะมีนาโต้เข้าไปเกี่ยวพันโดยตรง ปฏิบัติการทางทหารเหล่านี้จะทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ทั้งหลายพุ่งสูงขึ้น พร้อมกับการเป็นสาเหตุเข้าไปกัดกร่อนตลาดการเงิน ความสามารถในการใช้จ่ายของรัฐบาล และสุดท้ายนำไปสู่การพังทลายของสกุลเงิน

ต้องบอกว่าเหล่าประเทศตะวันตกกำลังจะมุ่งไปสู่การทำสงครามล้างหนี้กันแล้ว

การถูกแซงก์ชั่นจากสหรัฐไม่ให้เข้าถึงดอลลาร์นั้นได้ ตรงนี้ทำให้รัสเซียต้องเพิ่งพาสกุลหยวนของจีนเพียงเท่านั้นซึ่งคงไม่ใช่เรื่องดี ทางออกที่ดูจะเหมาะสมที่สุดน่าจะเป็นการตอบรับการใช้เงินหลากหลายสกุลในระดับท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น รูปีของอิเดีย ลีร่าของตุรกี เรียลของอิหร่าน และอื่น ๆ เป็นต้น

สิ่งนี้ได้กระตุ้นให้กลุ่มสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย (Eurasian Economic Union) ที่นอกจากรัสเซียแล้วก็มี เบลารุส คาซัคสถาน คีร์กีซสถาน และอาร์เมเนีย เร่งออกแบบสกุลเงินที่จะใช้ในการชำระสำหรับการค้าระหว่างประเทศกันใหม่

โดยในปีที่แล้วทางคุณเซอร์เกร์ กลาซิเยฟ ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของประธานาธิบดีปูติน ได้ออกประกาศในขั้นต้นว่า สกุลเงินใหม่จะอยู่บนพื้นฐานของสกุลเงินชาติสมาชิก และตะกร้าของสินค้าโภคภัณฑ์ที่จะเกี่ยวพันกับการค้าขายของพวกเขา นอกจากนั้นจะเป็นระบบเงินที่ตั้งใจมีไว้สำหรับชาติต่าง ๆ ที่เข้าร่วมอีกด้วย

โดยเรื่องนี้คุณ Alasdair Macleod ซึ่งเป็น Head of research อยู่ที่ Goldmoney บอกว่าข้อเสนอนี้น่าจะยังไม่สามารถดำเนินการได้จริงและรัสเซียควรเอา “ทองคำ” เข้ามาสนับสนุนอยู่เบื้องหลังสกุลเงิน (เหตุผลตรงนี้แอดมินคิดว่าน่าจะเป็นเพราะคุณสมบัติของทองคำและความน่าเชื่อที่ทีมีมากว่า 5,000 ปี)

หลังจากนั้นในเดือนกรกฎาคม 2022 ทางคุณกลาซิเยฟ ก็ได้เสนอให้มีการตั้งตลาดแลกเปลี่ยนทองคำมอสโกขึ้นมาใหม่เพื่อแทนที่การสูญเสียความสามารถในการเข้าถึงตลาดทองคำในลอนดอนไป

และในเวลาเดียวข้อเสนอใหม่ของคุณกลาซิเยฟ ที่ก่อนหน้านี้เน้นไปที่สินค้าโภคภัณฑ์ (แต่เหมือนจะยังไม่รวมทองคำเข้าไป) ได้มีการรวมเอาทองคำเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของตะกร้าสินค้าโภคภัณฑ์ในฐานะ “หลักประกัน” สำหรับการชำระเงินรูปแบบใหม่ (แต่ตัดเงินสกุลท้องถิ่นออกไป) ตรงนี้จะเหมือนเป็นการเปิดประตูให้เข้าถึงสมาชิกทั้งหมดของ The Shanghai Cooperation Organisation ได้

ลองนึกภาพดูว่าถ้าเหล่าประเทศในเอเชียทั้งหมดและตะวันออกกลางต่างพร้อมใจกันตอบรับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ทั้งหลายเป็นสกุลเงินท้องถิ่นหรือใช้ทองคำ มันจะเกิดอะไรขึ้นกับดอลลาร์สหรัฐ?

แน่นอนเลยสิ่งที่ตามมาเป็นสิ่งแรกคืออำนาจการซื้อที่ลดลงอย่างรวดเร็วของดอลลาร์ซึ่งจะถูกสะท้อนผ่านเงินเฟ้อบนราคาสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะการซื้อขายในเรื่องของพลังงานจะตอบโจทย์ทั้งรัสเซียที่ไม่ต้องพึ่งพาดอลลาร์อีกต่อไปและซาอุดิอาระเบียที่ช่วยในกระจายความเสี่ยงในการถือครองสกุลเงินดอลลาร์มากเกินไป

ผลลัพธ์จากความไม่เป็นมิตรอย่างรุนแรงของสหรัฐที่มีต่อซาอุดิอาระเบียในระยะหลังยิ่งทำให้ เจ้าของบ่อน้ำมันเบอร์หนึ่งของโลกตระหนักว่าการเข้าร่วมกับจีนและรัสเซียเป็นทางเลือกที่ดูจะเหมาะสม ตรงนี้เราจึงได้เห็นซาอุฯและเหล่าชาติกลุ่มอ่าวทำสัญญาซื้อขายน้ำมันและแก๊สระยะยาวกับจีน อินเดีย และสมาชิกในกลุ่ม SCO จำนวนมาก ขณะที่กาตาร์เองก็ได้มีข้อตกลงขายแก๊สธรรมชาติระยะยาวถึง 27 ปีกับจีนเช่นกัน

ตอนนี้สัญญาณต่าง ๆ ก็ชัดเจนมาก ๆ แล้วว่าเรากำลังเดินหน้าสู่การเปลี่ยนผ่านจาก “เปโตรดอลลาร์” สู่ “เปโตรหยวน”

#เพิ่มราคา “ทองคำ” อีก 100%

การดึงสกุลเงินของชาติต่าง ๆ ออกจากแผนสกุลเงินร่วมของทางสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชียทำให้ทางเลือกในตอนนี้ของคุณกลาซิเยฟ เหลือเพียง “ทองคำ”

ย้อนกลับไปในช่วง 1971 เดือนสิงหาคม เมื่อข้อตกลง the Bretton Woods System (ระบบการจัดการการเงินเบรตตันวูดส์) ถูกยกเลิกไปโดยประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน ราคาน้ำมันดิบอยู่ที่ 3.56 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และราคาตลาดของทองคำอยู่ที่ 42.85 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

เมื่อเราคำนวณราคาทองคำต่อราคาน้ำมันในเวลานั้นจะได้อยู่ที่ 1 บาร์เรลต่อทองคำ 0.0831 ออนซ์ วันนี้ราคาทองคำต่อน้ำมันอยู่ที่ 0.0417 ต่อออนซ์ หรือลดลงราว ๆ ครึ่งหนึ่ง

ถ้าสุดท้ายกลุ่มโอเปกบวก (OPEC+) ตกลงที่จะใช้ทองคำสนับสนุนค่าเงินเราก็จะได้เห็นต้นทุนแท้จริงของดอลลาร์สหรัฐที่ถูกเกินควรมาตลอดหายไป และเพื่อชดเชยต้นทุนที่เหมาะสมซึ่งหมายถึงรายได้ของเหล่าชาติกลุ่มผลิตน้ำมันทั้งหลายที่หายไปมาตลอดนับตั้งแต่ Bretton Woods ถูกระงับ

ราคาทองคำก็ควรจะถูกปรับขึ้นไปอยู่ที่ 3,800 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์เป็นอย่างน้อย

เรื่อง: เอกพล มงคลพัฒนกุล

#ทองคำ #GOLD #petroyuan #มาตรฐานทองคำ #goldstandard #รัสเซีย #จีน

TAGS: #ทองคำ #GOLD #petroyuan #มาตรฐานทองคำ #goldstandard #รัสเซีย #จีน