LINE MAN Wongnai และกรมอนามัย เดินหน้าปีที่ 3 โครงการ “หวานน้อยสั่งได้ - เมนูชูสุขภาพ” ลดเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) พบเทรนด์คนไทยสั่ง “ไม่หวานเลย” พุ่ง 160%
LINE MAN Wongnai และกรมอนามัย ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ สานต่อโครงการ “หวานน้อยสั่งได้ – เมนูชูสุขภาพ” เป็นปีที่ 3 หลังจากประสบความสำเร็จในปีที่ผ่านมา พบว่าคนไทยกว่า 50% สั่งเครื่องดื่มแบบลดหวาน ส่งผลให้สามารถลดการบริโภคน้ำตาลไปกว่า 120 ตัน พร้อมเผยเทรนด์สุขภาพที่มาแรง ยอดสั่งเครื่องดื่มแบบ “ไม่หวานเลย” เพิ่มขึ้นถึง 160% ตั้งเป้าขยายความร่วมมือสู่เมนูอาหารจานหลัก หวังลดความเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ
การบริโภคน้ำตาลมากเกินไปส่งผลเสียต่อสุขภาพในหลายด้าน โดยเฉพาะการเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคอ้วน น้ำตาลส่วนเกินที่ร่างกายไม่ได้ใช้จะถูกเปลี่ยนเป็นไขมันสะสม นำไปสู่ภาวะไขมันพอกตับและความผิดปกติของระบบเผาผลาญ อีกทั้งยังทำให้ฟันผุ ส่งผลต่อสมองและอารมณ์ ทำให้เกิดภาวะติดหวาน และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้าในระยะยาว
นอกจากนี้ น้ำตาลยังเร่งกระบวนการแก่ก่อนวัย และอาจกระตุ้นการเติบโตของเซลล์มะเร็ง องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้จำกัดการบริโภคน้ำตาลไม่เกิน 6 ช้อนชาต่อวันสำหรับผู้ใหญ่ และ 4 ช้อนชาสำหรับเด็ก เพื่อลดความเสี่ยงของโรคต่างๆ ทางที่ดีควรเลือกดื่มเครื่องดื่มไม่หวานหรือหวานน้อย หลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูง และบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว
บริโภคน้ำตาลเกินพอดี เสี่ยงโรค NCDs คร่าชีวิตคนไทยปีละ 400,000 ราย
โครงการ “หวานน้อยสั่งได้ – เมนูชูสุขภาพ” มุ่งส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงอาหารและเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพได้ง่ายขึ้น ผ่านบริการฟู้ดเดลิเวอรี พร้อมรณรงค์ให้ลดการบริโภคน้ำตาล ไขมัน และโซเดียม เพื่อลดความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคไตเรื้อรัง ซึ่งปัจจุบันพบว่าคนไทยยังบริโภคน้ำตาลเกินมาตรฐานที่องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนด ส่งผลให้แต่ละปีมีผู้เสียชีวิตจากโรค NCDs มากถึง 400,000 ราย หรือคิดเป็น 77% ของการเสียชีวิตทั้งหมดในประเทศ
2 ปีลดน้ำตาลกว่า 120 ตัน ยอดสั่ง “ไม่หวานเลย” เพิ่ม 160%
คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai เผยถึงความสำเร็จของโครงการตลอด 2 ปีที่ผ่านมา โดยมีร้านค้าเข้าร่วมกว่า 60,000 ร้านทั่วประเทศ มียอดสั่งเครื่องดื่มแบบหวานน้อยสูงถึง 30 ล้านแก้ว หรือ 58% ของยอดสั่งเครื่องดื่มทั้งหมด และพบว่าอัตราการสั่งเครื่องดื่มแบบ “ไม่หวานเลย” เพิ่มขึ้นถึง 160% ระหว่างปี 2566-2567 การลดการบริโภคน้ำตาลได้มากถึง 120 ตันนี้ ยังช่วยลดการใช้ซองเครื่องปรุงไปกว่า 120 ล้านซองอีกด้วย
เดินหน้าขยายโครงการสู่เมนูอาหารจานหลัก ลดน้ำตาล ไขมัน โซเดียม
แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ในปีนี้ โครงการจะขยายความร่วมมือจากเมนูเครื่องดื่มไปสู่กลุ่มอาหารจานหลัก ผ่านโครงการ “เมนูชูสุขภาพ” และ “เมนูทางเลือก” ที่เน้นการลดน้ำตาล ไขมัน และโซเดียม เพื่อให้ประชาชนสามารถเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพได้ง่ายขึ้น โดย LINE MAN Wongnai จะสนับสนุนให้ร้านอาหารบนแพลตฟอร์มพัฒนาสูตรอาหารให้ผ่านเกณฑ์รับรองจากกรมอนามัย ซึ่งครอบคลุมถึงความปลอดภัยจากเชื้อโรค สารเคมี และคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสม
ร้านอาหารที่สนใจสามารถเข้าร่วมโครงการและขอการรับรองผ่านโปรแกรมรับรองเมนูชูสุขภาพออนไลน์ (Food4Health) นอกจากนี้ ในอนาคต ผู้บริโภคจะสามารถสั่งเมนูชูสุขภาพได้โดยตรงบนแพลตฟอร์ม LINE MAN พร้อมกิจกรรมส่งเสริมการขาย เช่น โปรโมชั่นลดการแจกซองเครื่องปรุงรส สำหรับผู้ที่ต้องการลดการปรุงรสเพิ่มเติม เพื่อสร้างพฤติกรรมการบริโภคที่ดีต่อสุขภาพในระยะยาว
ขับเคลื่อนแนวคิดอาหารสุขภาพผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน
ภายในงานลงนามบันทึกข้อตกลงครั้งนี้ LINE MAN Wongnai และกรมอนามัยได้มอบ “ป้ายเมนูชูสุขภาพ และหวานน้อยสั่งได้” ให้แก่ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ หนึ่งในนั้น ได้แก่ ร้าน “อีกา” ร้านอาหารไทยสูตรชุมชนในเครือ It’s Happened to be A Closet และร้าน “ชาตรามือ” แบรนด์ชาชื่อดังของไทย ซึ่งเป็นตัวอย่างของร้านที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภค และพร้อมสนับสนุนแนวคิดอาหารสุขภาพร่วมกับภาครัฐและเอกชน
โครงการ “หวานน้อยสั่งได้ – เมนูชูสุขภาพ” ถือเป็นต้นแบบของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ที่สามารถผลักดันแนวคิดเชิงนโยบายให้เกิดขึ้นจริง นำไปสู่พฤติกรรมการบริโภคที่ดีขึ้นของประชาชนไทยในระยะยาว ลดความเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และสร้างสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน