กรมสอบสวนคดีพิเศษ ประชุมคณะพนักงานสอบสวน ก่อนเคาะมติเตรียมแจ้งข้อหา “แชร์ลูกโซ่” ผู้ต้องหาคดี “ดิไอคอน กรุ๊ป” หลังหารือร่วม สคบ. และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กรณีแผนธุรกิจการขายสินค้าผลิตภัณฑ์
ความคืบหน้า คดี ดิไอคอนกรุ๊ป หลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI รับดำเนินการสืบสวนสอบสวนต่อจากสำนวนคดีของตำรวจ บก.ปคบ. จนกระทั่ง DSI เตรียมแจ้งข้อหา พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 เป็นอีกหนึ่งฐานความผิด นอกจาก 2 ฐานความผิดเดิม อันประกอบด้วย ฐาน “ฉ้อโกงประชาชน และความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ”
ล่าสุด พ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI รักษาราชการแทนอธิบดี DSI เผย ภายหลังการหารือพูดคุยกับผู้แทน สคบ. และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อแง่ข้อกฎหมายที่จะพิจารณาในความผิดตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 ซึ่งทางดีเอสไอได้หารือในหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นแผนธุรกิจของบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด การขายสินค้า เป็นต้น รวมถึงข้อเท็จจริงจากการสอบสวนทั้งหมด เพื่อให้ทั้ง 2 หน่วยงานดังกล่าวได้พิจารณาพฤติการณ์ของบริษัทฯ ก่อนให้ความเห็นในเรื่ององค์ประกอบของกฎหมายแก่ดีเอสไอ
ส่วนการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมของดีเอสไอ ที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็น 18 บอสเดิม หรือมีบุคคลอื่นด้วยหรือไม่นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างนำเรื่องทั้งหมดเข้าที่ประชุมพิจารณาในรูปแบบคณะพนักงานสอบสวน เพื่อมีมติร่วมกันว่าจะแจ้งข้อกล่าวหา พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 หรือกฎหมายแชร์ลูกโซ่ กับบุคคลใดบ้าง ขอให้มั่นใจว่าการแจ้งข้อกล่าวหาจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้
ส่วนกรณีที่นายวิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของบอสพอล จะนำพยาน 20 รายเข้าให้ข้อมูลกับดีเอสไอ ในวันพรุ่งนี้ (4 พ.ย.) ทางพนักงานสอบสวนจะมีการหารือ เพื่อเตรียมพร้อมรับเรื่อง และต้องดูว่าพยานจะให้ข้อมูลในประเด็นอะไรบ้าง รวมทั้งพยานมีความเกี่ยวข้องอย่างไรในคดี ทั้งนี้ หากคำให้การของพยานเป็นประโยชน์ต่อการไปพิสูจน์ความผิด หรือความบริสุทธิ์ หรือพิสูจน์ข้อกล่าวหามากน้อยแค่ไหน ดีเอสไอ จะสอบปากคำแน่นอน
ทั้งนี้ ในการดำเนินการทุกอย่างของดีเอสไอ เจ้าหน้าที่ได้ทำอย่างรวดเร็วและรอบคอบ ทั้งการรับไม้ต่อสำนวนคดีมาไม่นาน แต่ได้สืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถที่จะเเจ้งข้อหาแชร์ลูกโซ่ หรือ พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 แก่ผู้ต้องหาได้แล้ว