โฆษกรัฐบาล ชี้ ดรามาแบก์ชาติปัญหาหลักอยู่ที่การกำหนดนโยบายการเงิน ควรทำโดยอิสระ สอดคล้องนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล ปรามอย่าเลยเถิดไปด้อยค่าตัวบุคคล
นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทวิตข้อความผ่าน X ว่า Deal with Issue not the Person nor the Institute! (ปัญหาไม่เกี่ยวกับบุคคลและองค์กร)
วันสองวันที่ผ่านมานี้ มีกระแสถกเถียงกันเรื่องความเป็นอิสระของแบงก์ชาติต่อการฟื้นฟูและพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งจริงๆแล้วตัวประเด็นหลักก็คือ บทบาทของแบงก์ชาติในการกำหนดนโยบายการเงิน ควรจะทำได้โดยอิสระ หรือ ควรจะต้องสอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล ที่ผ่านมาเห็นได้ชัดว่า การกำหนดและดำเนินนโยบายการเงินของแบงก์ชาติ ไม่สอดคล้องกับการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาล ลักษณะเช่นนี้ย่อมเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ
นี่เป็นปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไข คำถามคือ แล้วจะแก้กันอย่างไร? จะถึงขั้นให้รัฐบาลต้องเปลี่ยนนโยบายที่ได้ให้สัญญาไว้กับประชาชนและได้แถลงต่อรัฐสภาไปแล้ว เพียงเพื่อให้มันสอดคล้องกับการกำหนดและการดำเนินนโยบายการเงินอย่างเป็นอิสระของแบงก์ชาติกระนั้นหรือ หรือแบงก์ชาติควรจะทบทวนการดำเนินนโยบายการเงินให้สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันกับนโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาลตามที่กฎหมายบัญญัติเอาไว้ ทั้งหมดนั้นคือ แก่นของเรื่องที่ถกเถียงกัน! มันคือ การ deal with issue อย่างมีวุฒิภาวะ
แต่ที่หยิบมาวิพากษ์วิจารณ์ดราม่ากันในโลกโซเชียล มันเลยเถิดไปถึงเรื่องตัวบุคคล แถมยังมีความพยายามที่จะโยงไปถึงเรื่องตัวสถาบันคือ ธนาคารแห่งประเทศไทย ด้วยวาทกรรมถากถาง เย้ยหยัน ด้อยค่า ดูแคลน โดยมุ่งโจมตีไปที่ตัวบุคคลเป็นหลัก ทำนองว่า
“จบอะไรมา มีความรู้สติปัญญาระดับไหน จึงบังอาจมาวิจารณ์ผู้ว่าแบงก์ชาติ ”
“เด็กเมื่อวานซืน ไม่มีความรู้ความชำนาญในเรื่องการเงินเลย แต่บังอาจมาวิจารณ์ความเป็นอิสระของแบงก์ชาติ”
“ นักการเมืองต้องการทำลายความเป็นอิสระของแบงก์ชาติ ก็เพื่อเปิดโอกาสให้สามารถคอร์รัปชั่นได้ง่ายขึ้น ”
“ Save ผู้ว่าแบงก์ชาติ จากการรังแกของนักการเมือง ”
“ นักการเมืองมาแล้วก็ไป ตัวผู้ว่าแบงก์ชาติมาแล้วก็ไป แต่ที่ต้องช่วยกันรักษาให้อยู่ต่อไปอย่างมีเกียรติศักดิ์ศรีก็คือ สถาบันแบงก์ชาติ”
ทั้งหมดที่ดราม่ากันมานั้น มันเป็นเพียงกระพี้! มันเป็น การ deal with the person,deal with the institute มุ่งที่จะด้อยค่าและแบ่งฝ่ายผู้คนเป็นหลัก หาประโยชน์อันใดต่อบ้านเมืองไม่ได้เลยเรากลับมาโฟกัสกันที่ the issue อันเป็นเนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองกันดีกว่าไหมครับ?