'ศิริกัญญา' รับ พรรประชาชน ไม่มีปัญหา ทำกาสิโนถูกกฎหมาย แต่ 'เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์' ยังมีช่องโหว่ ไร้มาตรการป้องกันฟอกเงิน-คุมผีพนัน
น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี ครม.อนุมัติหลักการร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. .... หรือ "เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์" ว่า ต้องบอกว่าเราไม่ได้มีปัญหากับการที่จะทำให้กาสิโนถูกกฎหมาย เพียงแต่ว่ากระบวนการต้องเป็นไปอย่างรัดกุมรอบคอบ
ซึ่งตรงนี้ที่ผ่านมาเราก็พยายามพูดพยายามบอกหลายหนว่ามันจะต้องทำอะไรบ้าง เพื่อทำให้กระบวนการพวกนี้มันรัดกุมมากยิ่งขึ้น ให้เกิดความโปร่งใสในการประมูลใบอนุญาตแต่ละใบ รวมไปถึงการป้องกันการฟอกเงิน การบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นและปัญหาสังคมที่จะตามมาจากการที่อาจจะมีคนที่ไปเล่นการพนันมากขึ้น แต่ว่าพูดจนแล้วจนรอดก็ยังไม่ได้มีผลตอบรับอะไร
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ดูจากตัวร่าง พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่รัฐบาลยื่นเข้ามามันเป็นการเขียนกฎหมายแบบค่อนข้างกว้าง และให้อำนาจในแต่ละหน่วยงานใหม่ที่ตั้งขึ้นมา ในการที่จะไปเตรียมการแก้ไขในการแก้ปัญหา เราจะเห็นได้ว่ามีหน่วยงาน เช่น สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาออกมาระบุว่า ต้องออกกฎหมายลูกอีกหลายสิบฉบับตามมาด้วย มันก็สะท้อนให้เห็นว่าตัวร่าง พ.ร.บ.เองมันยังไม่ได้มีรายละเอียดสำคัญที่จะนำไปสู่การควบคุม กำกับ ดูแลอย่างเข้มข้น
“ตอนนี้ถึงแม้ว่าเราจะยังไม่ได้ยื่นร่างกฎหมายประกบ ต้องบอกว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ เป็นร่างนโยบายของทางฝั่งพรรคเพื่อไทย แต่ว่าเราเตรียมข้อมูลที่จะนำไปสู่การแก้ไขในแต่ละมาตราเอาไว้อย่างเข้มข้น จะเห็นว่าทางพรรคประชาชนเองก็มีการประชาสัมพันธ์ออกไปว่าสิ่งที่เราอยากให้เป็นนั้นเป็นอย่างไรบ้าง การเลือกจังหวัดควรต้องทำอย่างไร เลือกเสร็จแล้ว แต่ละจังหวัดควรต้องทำประชามติในจังหวัดก่อนหรือไม่ การเตรียมการสำหรับป้องกันการฟอกเงิน
ปัญหาเรื่องการมีทุนเทาเข้ามาครอบงำอะไรต่าง ๆ ต้องมีการป้องกันอย่างไร รวมถึงอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการต่างๆ ที่จำเป็นจะต้องกำหนดกรอบให้มีความชัดเจนมากขึ้น ซึ่งเราเตรียมรายละเอียดไว้แล้ว รอให้ ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวเข้าสู่การของสภา ให้ได้มีการอภิปรายกันในวาระที่ 1 ในเรื่องของเนื้อหาสาระสำคัญต่างๆ จากนั้นก็ไปรอแก้ไขในชั้นกรรมาธิการต่อไป” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว
นายปริเยศ อังกูรกิตติ โฆษกพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) ชวนประชาชนจับตาดีลใหญ่ช่วงสุดสัปดาห์ โดยระบุว่า แม้กฎหมายกาสิโนเพิ่งเริ่มต้น แต่อยากให้ประชาชนจับตาดูเครื่องบินเจ็ตที่จะบินออกจากประเทศไทยในช่วงสุดสัปดาห์นี้พร้อมนักธุรกิจไทย จุดมุ่งหมายเกาะฮ่องกง เพื่อเจรจาแบ่งเค้กกาสิโน โดยมีผู้มากบารมีที่ยังอยู่ต่างประเทศเป็นศูนย์กลางการเจรจา ระหว่างกลุ่มธุรกิจจากประเทศไทย ประเทศจีน และมาเก๊า ซึ่งหากข่าวนี้เป็นจริง จะถือว่าเป็นการทำงานที่รวดเร็วมากสำหรับนโยบายกาสิโน เพราะไม่ต้องรอกฎหมาย แต่ใช้การเจรจาบนโต๊ะ จิบไวน์แล้วลงตัวได้เลย จึงถือได้ว่าเป็นมิติใหม่ของการทำงานของรัฐบาลมากๆ
โฆษกพรรค ทสท.กล่าวว่า กฎหมายที่มีการนำเสนอมานั้น ประธานซูเปอร์บอร์ดของนโยบายกาสิโนคือนายกรัฐมนตรี ดังนั้นถ้าจะให้ตรงไปตรงมา ผู้ที่จะทำการเปิดโต๊ะเจรจาหรือเคาะนโยบายจึงน่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี ทำทุกอย่างด้วยตนเอง หลังจากกฎหมายผ่านแล้วคงจะดีกว่า เพราะตนเองเห็นว่าแต่ละนโยบายของรัฐบาลนี้ อาจจะต้องมีคนคอยชี้นำหรือดำเนินการให้ทดแทนการทำงานของนายกรัฐมนตรี ประเทศชาติคงเจริญได้ยาก
"ร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร แม้ยังไม่ใช่ร่างที่สมบูรณ์ แต่เมื่ออ่านโดยละเอียดและเห็นเค้าโครงของกฎหมาย ก็พอจะรู้ได้ว่าไม่ได้เป็นการสร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติ ซ้ำร้ายไปกว่านั้น ยังสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้เกิดผลกระทบกับประชาชนหลายด้าน หากไม่มีการแก้ไขหรือมีโครงร่างกฎหมายแบบนี้ประชาชน คนตัวเล็กๆ ธุรกิจต่างๆ ที่เป็นธุรกิจขนาดเล็ก รวมถึงสังคม จะได้รับผลกระทบเต็มๆ แน่นอน แถมประโยชน์ที่ประเทศชาติจะได้รับคงไม่เท่ากับผลประโยชน์ที่กลุ่มทุนบางกลุ่มจะได้รับ" โฆษกพรรค ทสท.กล่าว
'บ่อนกาสิโน'เค้กก้อนโต แบ่งลงตัว ตุนกระสุนดินดำ ทุนเลือกตั้งครั้งหน้า
17 มกราคม 2568 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "เทพไท - คุยการเมือง" หัวข้อ "บ่อนคาสิโน เค้กก้อนโต" ระบุว่า..
บ่อนคาสิโน เค้กก้อนโต
หลังจากนายทักษิณ ชินวัตร ได้แสดงวิสัยทัศน์ นำธุรกิจใต้ดิน การพนันออนไลน์ มาทำให้ถูกกฎหมาย ประกาศผลักดันให้มีการสร้างสถานบันเทิงครบวงจร (entertainment complex ) ในหลายเวที จนกระทั่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติหลักการพ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร ทำให้มีเสียงคัดค้านขยายผลออกไปอย่างกว้างขวางจึงก่อให้เกิดความเห็นที่แตกต่างในสังคมทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายคัดค้าน ซึ่งจะไม่มีข้อยุติที่ชัดเจน ถ้าหากไม่มีการทำประชามติ สอบถามความเห็นของประชาชนทั้งประเทศ
การที่นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกรัฐบาล ออกมาบอกว่า มีขบวนการกลุ่มทุนที่จ้องจะล้มล้างไม่ให้เอาของใต้ดินขึ้นมาไว้บนดิน น่าจะเป็นเรื่องการสร้างข่าวแบบตีปลาหน้าไซ เพื่อสร้างความชอบธรรมให้โครงการเปิดบ่อนคาสิโนของรัฐบาล ดิสเครดิตกลุ่มที่คัดค้านว่า เป็นเครื่องมือของกลุ่มทุนธุรกิจใต้ดิน หรือกลุ่มทุนสีเทา ซึ่งเป็นลูกไม้เดิมๆ
ในส่วนของรัฐบาลเชื่อว่า จะมีการผลักดันโครงการสถานบันเทิงครบวงจร ที่มีบ่อนคาสิโนเป็นเป้าหมายหลักให้สำเร็จในรัฐบาลชุดนี้ แม้ว่าในเบื้องต้นจะมีความขัดแย้งและเห็นต่างอยู่บ้างในบางส่วน แต่เชื่อว่าในที่สุดพรรคร่วมรัฐบาล น่าจะประสานประโยชน์กันได้ลงตัว ใน 2 ประเด็นหลัก คือ
1.สถานที่ตั้งของ สถานบันเทิงครบวงจร หรือบ่อนคาสิโน จะมีการกำหนดสถานที่ ตามที่กลุ่มทุนของพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลต้องการ
2.ใบอนุญาตการตั้งบ่อนคาสิโน จะต้องมีการแบ่งประโยชน์กันระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลได้อย่างลงตัว
ถ้าหาก 2 ส่วนนี้ มีการประสานประโยชน์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลได้อย่างลงตัวแล้ว โครงการนี้ก็จะผ่านฉลุย และพรรคร่วมรัฐบาลจะมีความพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง สามารถสร้างหลักประกันได้ว่า ในการเลือกตั้งปี 2570 จะมีกระสุนดินดำพร้อม เพียงพอ ที่จะไปสู้กันในสนามเลือกตั้ง
โครงการก่อสร้างสถานบันเทิงครบวงจรและบ่อนคาสิโน จะเป็นเค้กก้อนโตอีกก้อนหนึ่ง ที่พรรคร่วมรัฐบาลหมายมั่นปั้นมือ จะนำไปใช้เป็นทุนเลือกตั้งครั้งต่อไป
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่ามี 20 ประเด็นร้อนที่จะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พร้อมกับขู่ว่าจะส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช็กบิลต่อ รัฐบาลเตรียมการรับมืออย่างไรบ้าง ว่า ตนเชื่อมั่นว่ารัฐบาลพร้อมอยู่แล้วที่จะมาตอบข้อซักถาม หรือการอภิปรายของฝ่ายค้าน ไม่มีประเด็นอะไรที่น่ากังวล ดีเสียอีกที่ฝ่ายค้านได้ทำหน้าที่
เพราะหากฝ่ายค้านไม่อภิปรายจะถือว่าเป็นเรื่องแปลก เมื่อฝ่ายค้านอภิปรายก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะรัฐบาลจะได้ชี้แจงเรื่องราวที่เป็นข้อกังขา ซึ่งเราก็สนับสนุนให้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะเป็นเรื่องที่ถูกต้องตามระบอบประชาธิปไตย
นายวิสุทธิ์กล่าวย้ำว่า เมื่อมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ คนก็จะได้เข้าใจ ประชาชนที่เป็นผู้ติดตามก็จะได้ตัดสินและได้เห็นว่าน้ำหนักของฝ่ายค้านเป็นอย่างไร การตอบของรัฐบาลเป็นอย่างไรบ้าง ถือเป็นการชี้แจงที่จะทำให้ประชาชนได้เห็นข้อเท็จจริงต่างๆ ล้วนเป็นเรื่องที่ดี ไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วงหรือเป็นกังวล
เมื่อถามว่า มองว่าเป็นผลดีต่อรัฐบาลมากกว่าใช่หรือไม่ นายวิสุทธิ์กล่าวว่า ใช่ เป็นผลดี เพราะเป็นโอกาสที่รัฐบาลจะได้ชี้แจงและมีการถ่ายทอดไปทั่วประเทศ คนจะได้เห็นว่าเมื่อฝ่ายค้านพูดมาเช่นนี้รัฐบาลสามารถตอบได้ จะได้เปิดเผยกันอย่างตรงไปตรงมา
ถือเป็นเรื่องที่ดีที่ระบอบประชาธิปไตยเปิดให้มี ไม่ว่าจะเป็นการเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลหรือรายคณะ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมาตรา 151 หรือการอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริง หรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี โดยไม่มีการลงมติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมาตรา 152 แต่ก็ยังไม่ทราบว่าครั้งนี้ฝ่ายค้านจะอภิปรายตามมาตราใด