รองนายกฯ แจงกฎหมายเอนเตอร์เทนเมนต์ไม่ใช่ส่งเสริมการพนัน แต่คือทางเลือกเพิ่มรายได้ให้ประเทศในวันที่เศรษฐกิจเจอมรสุม เตือนอย่าเหมารวมว่าคนยืนหน้าสภาคือเสียงของประชาชนทั้งหมด เพราะคนไทยอีกมากยังคิดต่าง
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสถานบันเทิงครบวงจร (Entertainment Complex) ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 9 เมษายนนี้ โดยย้ำว่า รัฐบาลเปิดกว้างให้มีการอภิปรายในสภา และควรเคารพกระบวนการรัฐสภาอย่างสร้างสรรค์ ภายใต้หลักการประชาธิปไตย
เขาระบุว่า เสียงจากการชุมนุมนอกสภาเป็นสิทธิของประชาชน แต่ไม่ควรเหมารวมว่าเป็นเสียงของประชาชนทั้งหมด เพราะประชาชนทั้งประเทศมีความคิดเห็นที่หลากหลาย โดยเฉพาะในต่างจังหวัด ซึ่งหลายคนไม่ได้มีมุมมองตรงกับฝ่ายค้าน
นายภูมิธรรมกล่าวเพิ่มเติมว่า ร่างกฎหมายนี้ไม่ใช่การส่งเสริมหรือยุยงให้ประชาชนติดการพนัน เพราะมีมาตรการควบคุมอย่างเข้มงวด เช่น การจำกัดอายุและรายได้ของผู้เข้าใช้บริการ ซึ่งไม่ใช่ใครก็สามารถเข้าไปใช้บริการได้ จึงควรมองร่างกฎหมายนี้ในมิติเชิงระบบเศรษฐกิจที่สามารถสร้างรายได้และเม็ดเงินเข้าสู่ระบบประเทศ
เขายังชี้ให้เห็นถึงสถานการณ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะมาตรการทางภาษีของสหรัฐอเมริกาที่ปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากไทยสูงถึง 36% ซึ่งถือเป็นผลกระทบใหญ่ที่ไทยต้องเร่งหามาตรการรองรับ เขายกตัวอย่างประเทศสิงคโปร์ที่ถูกเก็บภาษีนำเข้าเพียง 10% ยังมีการเตรียมการรับมืออย่างจริงจัง จึงเห็นว่าประเทศไทยควรมีมาตรการเพิ่มรายได้เพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาว
นายภูมิธรรมเน้นย้ำว่า ไม่ควรปิดกั้นการพิจารณาร่างกฎหมายด้วยอคติ แต่ควรใช้เวทีรัฐสภาเป็นพื้นที่หลักในการพิจารณาและปรับปรุงร่างกฎหมาย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ