"เฉลิมชัย" ฉุนถูกอ้างชื่อพา 16 สส.ซบ"ภูมิใจไทย" หวังร่วมรัฐบาล วอนช่วยแก้ข่าว ทำเป็นจำเลยสังคม ชี้ไม่ปฏิเสธก้าวไกล แต่ไม่เอาแนวทางแก้ม.112
นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการเลขาธิการประชาธิปัตย์ กล่าวถึง สถานการณ์การเมือง ที่แกนนำจัดตั้งรัฐบาลเปลี่ยนจากพรรคก้าวไกลมาเป็นพรรคเพื่อไทย เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลและประกาศว่าจะไปขอเสียงสนับสนุนจากพรรคการเมืองและสมาชิกวุฒิสภา ว่า ยังไม่มีการติดต่อมาที่พรรคประชาธิปัตย์ และถ้ายังมีพรรคก้าวไกลอยู่ร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย จุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์พูดชัดไปแล้ว เราไม่ได้ปฏิเสธพรรคก้าวไกล แต่เราปฏิเสธแนวทาง นโยบายและแนวความคิด เรื่องแก้มาตรา 112 ดังนั้นตราบใดที่มาตรา 112 ยังอยู่ในกระบวนการ ของพรรคก้าวไกลเราก็รับไม่ได้
เมื่อถามว่าพอเปลี่ยนแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจากพรรคก้าวไกลมาเป็นพรรคเพื่อไทยแล้ว มีโอกาสที่จะ ได้ทำงานร่วมรัฐบาล มีมากขึ้นหรือไม่นั้น นายเฉลิมชัย กล่าวว่า ตอนนี้ ต้องให้ถึงเวลาก่อน ตนยังไม่รู้ เคยบอกแล้วว่าพรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องฟังเสียงสส. จะตอบคำถามนี้คงตอบไม่ได้ และบอกไว้เลยว่าใครก็ตามที่เสนอข่าวว่าตนไปติดต่อพรรคการเมืองอื่น ช่วยลงข่าวให้ด้วยว่าเป็นการใส่ร้ายและเป็นการลงข่าวเท็จทั้งหมด"
เมื่อถามว่านายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าว 16 สส.ใต้ ไปซบพรรคภูมิใจไทยเพื่อร่วมรัฐบาลพรรคเพื่อไทย โดย ลงในเพจของพรรคประชาธิปัตย์ จะมีการดำเนินการหรือไม่ นายเฉลิมชัยกล่าวว่า ช่วยเอาคนที่เสนอข่าวมาให้ทีว่าใครเป็นคนให้ข่าว ตนก็อยากรู้ ถ้าไม่มี ถือเป็นเฟกนิวส์ ข่าวปลอม ช่วยแก้ให้หน่อยเพราะตนไม่อยากเป็นจำเลยของสมาชิกพรรค ของสังคม สิ่งที่ไม่ได้ทำอย่าพยายามมายัดเยียด มันไม่ถูกต้อง ขณะนี้พรรคเรากำลังจะเดินไปข้างหน้า จะพัฒนาเปลี่ยนแปลงปรับปรุงพรรค มันไม่ควรจะมาเล่นเกมใต้ดิน หรืออะไรทั้งหมด
เมื่อถามว่าตรงนี้เป็นการเล่นงานภายในพรรคหรือไม่ นายเฉลิมชัยกล่าวว่า "ผมไม่ทราบ เพราะผมบอกแล้วว่าผมจะไม่รับตำแหน่ง ดังนั้นเมื่อไม่รับตำแหน่งถือว่าผมไม่ได้มีผลประโยชน์ตรงนี้ ให้ไปถามคนที่ยังเวียนว่ายตายเกิด ไม่ยอมพ้นจากชาตินี้ ผมไปแล้ว ผมไม่มีแล้ว ผมบอกชัดเจนแล้วว่าถ้าเขามาขอคำปรึกษา ผมพร้อมจะให้คำปรึกษา เพราะว่า ชีวิตผมผูกพันกับพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งชีวิต คุณไม่มีสิทธิ์มาบังคับ ไม่ให้ผมเป็นสมาชิก คุณไม่มีสิทธิ์มาบังคับผม ไม่ให้รักประชาธิปัตย์ แต่ถ้าเขาไม่ปรึกษาผม ผมก็ไปตามทางผม ผมมีธุรกิจ ผมมีพรรคพวก ผมก็ไปทำงานของผม ชัดเจนนะครับ"
ขณะเดียวกันนายเฉลิมชัยยังกล่าวถึงการประชุมใหญ่วิสามัญ เลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ในวันที่ 6 สิงหาคม จะราบรื่นหรือและองค์ประชุมจะครบหรือไม่ ว่า "อยู่ที่สำนึก สำนึกมันลึกกว่าสันดาน นิสัยสันดาน แล้วก็ไปสำนึก ถ้ามีสำนึก ทุกอย่างจบหมดไม่ต้องห่วง"
หลังจากที่การประชุมเลือกกรรมการบริหารพรรคล่ม ในพรรค ได้มีการพูดคุยเพื่อให้การประชุมครั้งใหม่ เป็นไปอย่างราบรื่นหรือไม่ ว่า " วันนี้ได้มีการประชุมกันซึ่งในส่วนของข้อโต้แย้งต่างๆ ได้ยกเลิกไปหมดแล้ว เพื่อเข้าสู่กระบวนการ และวันนี้ผู้ใหญ่หลายท่าน ก็พูดชัดเจนแล้วว่า อยากจะเห็นการประชุมครบองค์ประชุมในวันที่ 6 สิงหาคม ผมคิดว่าเมื่อท่านพูดมาแล้ว ท่านก็คงจะไม่เสียคำพูดหรอกครับ คนเราถ้าเสียคำพูดก็ไม่มีใครนับถือนะครับ"
เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ที่นายเฉลิมชัยพูดว่าไม่ได้ไม่ชอบพรรคก้าวไกลแต่ไม่ชอบนโยบาย ม.112 และถ้าพรรคก้าวไกลลดเพดาน แล้ว ถ้าพรรคเพื่อไทยไม่มีพรรคก้าวไกล จะร่วมรัฐบาลได้ใช่หรือไม่ นายเฉลิมชัย กล่าวว่า "ไม่ใช่ แต่เป็นแนวคิดที่ตนบอกตั้งแต่ต้น แต่การจะเข้าร่วมรัฐบาล แต่การจะเข้าร่วมรัฐบาลกับใคร หรือไม่เข้าร่วม อยู่ที่ความเชื่อมั่น บอกเลยมีใครยืนยันได้ 100% บ้าง ถ้าเรามีความเชื่อมั่นเราก็ร่วม ไม่มีความเชื่อมั่นก็ไม่จำเป็นต้องร่วมตลอดเวลา เพราะตนพูดอยู่ตลอดเวลาว่า พรรคประชาธิปัตย์ เป็นรัฐบาลก็โอเค เป็นฝ่ายค้านก็ได้ ไม่เคยบอกเลยว่าพรรคประชาธิปัตย์จะต้องเป็นรัฐบาลอย่างเดียว
ดังนั้นข่าวต่างๆที่ออกไปขอช่วยประชาสัมพันธ์ ว่านี่เป็นคำพูดที่ออกจากปากตน ตนไม่ค่อยให้สัมภาษณ์เท่าไหร่ แต่ก็พูดออกมาเป็นระยะในวันที่ตนเสียหาย วันนี้ตนพูดชัดเจนที่สุดแล้ว ไม่เคยมีพฤติกรรมอย่างที่เป็นข่าว และขอให้หยุด พฤติกรรมเหล่านั้น มันไม่ทำให้ชีวิตคุณดีขึ้นหรอก "