ผอ.ฝ่ายสื่อสารองค์กรและประชาสัมพันธ์ ไทยสร้างไทย อัดรัฐบาล เอาคนไม่รู้ความหมาย มาคุมเรื่อง ซอฟต์ พาวเวอร์ หวั่นประเทศเสียโอกาสสร้างรายได้ให้คนไทย แนะเร่งคลอดหน่วยงาน หนุนขายผลงานคนไทยสู่ตลาดโลก
นายปริเยศ อังกูรกิตติ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและประชาสัมพันธ์ พรรคไทยสร้างไทย ระบุ การที่ นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวถึง ซอฟต์ พาวเวอร์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า เจ้ากระทรวงวัฒนธรรมไม่มีความรู้ความเข้าใจ อย่างแท้จริง ถือเป็นความสิ้นหวัง โดยเฉพาะตัวบุคคลที่เข้ามากำกับควบคุมบริหารราชการแผ่นดินในด้านนี้ ซึ่งไม่เข้าใจความหมายกระทั่งคำว่า ซอฟต์ พาวเวอร์ จึงทำให้เกิดคำถามตามมาว่า การยกระดับรายได้ให้คนไทยจากอุตสาหกรรม ของ ซอฟต์ พาวเวอร์ จะทำได้อย่างไร
นายปริเยศ กล่าวว่า ปัญหาบางส่วนในอุตสาหกรรมดังกล่าว ปัจจุบันมีบุคลากรและธุรกิจหลายแห่ง ที่ต้องต่อสู้เพียงลำพังโดยขาดการสนับสนุนจากรัฐบาล เช่นในอุตสาหกรรมบันเทิง ผู้ผลิตสื่อ เอเยนซี่ รวมถึงบุคลากรด้าน production หลายคน กำลังทยอยตกงาน ทั้งที่เป็นยุคเฟื่องฟูของวงการบันเทิงด้านออนไลน์ที่มีมากขึ้นด้วย แพลตฟอร์ม ต่างๆ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น
ยกตัวอย่างเยาวชนที่มีความสามารถในการทำงานที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมด้าน ซอฟต์ พาวเวอร์ ทั้งดนตรี อาหาร ศิลปะ ก็ขาดโอกาสต่อยอดในต่างประเทศ เด็กๆ หลายคนมีโอกาสจะได้ทำงานกับบริษัท production หรืองานด้านแฟชั่น ในต่างประเทศ แต่ประเทศไทยไม่มีหน่วยงานรับรอง หรือสนับสนุนการันตี ให้พวกเขาได้รับ visa ทำงานในประเทศนั้นได้โดยง่าย ตลอดเวลาที่ผ่านมาเป็นเอกชน และพวกเขาที่ต้องผลักดันตัวเอง
ขณะที่อุตสาหกรรมภายในประเทศ การผลักดัน ซอฟต์ พาวเวอร์ ก็ไม่เป็นรูปธรรม ศิลปิน บุคลากรด้าน producion หรือธุรกิจต่างๆที่เกี่ยวข้อง เข้าถึงแหล่งทุนได้ยาก งานศิลปะไม่มีการจัด event ระดับโลกใดๆ ที่ผลักดันโดยรัฐ ศิลปินเหล่านั้นต้องผลักดันโดยกลุ่มองค์กรของตนเองมาโดยตลอด เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่ไม่ได้ถูกให้ความสำคัญระดับ A+ เหมือนในเกาหลี อินเดีย หรือจีน ในขณะที่ด้านอาหารหรือด้านสุราก้าวหน้าที่เป็นวัฒนธรรมท้องถิ่น ก็ยังมีข้อจำกัดด้านกฏหมายย่อมไม่ต้องพูดถึงในการผลักดันไปยังต่างประเทศ ด้วยซ้ำ นี่คือปัญหาที่ซ่อนอยู่เพียงแค่ส่วนเดียวเท่านั้น
"เรากำลังมี รัฐมนตรีที่อธิบายว่า soft power คือพลังอันอ่อนละมุน และจะดำเนินงานโดยการสำรวจตามบ้านว่ามีพรสวรรค์อะไรบ้าง ซึ่งจะทำให้พวกเขามีรายได้ถึง 20,000 บาท รวมถึงยกตัวอย่างว่า ตัวเองจัดงานไหลเรือไฟ มาก่อนตอนเป็นผู้ว่า จึงเข้าใจว่าต้องทำงานกับกระทรวงมหาดไทยเพื่อคุยกับกำนันผู้ใหญ่บ้านในเรื่อง soft power นั้น โดยส่วนตัวรู้สึกว่ากระทรวงวัฒนธรรมที่มีโอกาสเป็นผู้ผลักดันธุรกิจใหม่ของประเทศที่ใช้ต้นทุนน้อยที่สุด มาถึงจุดสิ้นหวังทันที ตั้งแต่วันแรกที่ ครม.จะประชุม " นายปริเยศ กล่าว