วิฑูรย์ สิมะโชคดี
คำยอดฮิตในแทบทุกวงการของวันนี้ ก็คือ คำว่า “Green”
วันนี้ จึงปรากฏคำว่า Green ใน (แทบ) ทุกเรื่อง อาทิ Green Industry, Green Logistics, Green Supply Chain, Green Energy, Green Manufacturing, Green Cleaning, Green GDP, Green Economy, Green Label, Green Culture และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งหลายท่านใช้คำไทยว่า “สีเขียว” เช่น อุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) เศรษฐกิจสีเขียว (Green Energy) เป็นต้น
คำว่า “Green” จะหมายถึง “สิ่งแวดล้อม” และเป็นแนวความคิดเกี่ยวกับ “การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม” เป็นหลัก ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องของ “การสงวนรักษา และหวงแหนสิ่งแวดล้อม” พูดง่ายๆว่าการกระทำใดๆ ควรจะต้องเอาเรื่องของจิตสำนึกและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม หรือ “การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม” เป็นที่ตั้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการผลิต การประกอบกิจการธุรกิจอุตสาหกรรม การบริการ การท่องเที่ยว การเกษตร เป็นต้น
ดังนั้น การกระทำใดๆ จึงต้องยึดในหลักการของ “การเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” เป็นสำคัญ คือ ไม่ทำให้สิ่งแวดล้อม (ดิน น้ำ อากาศ ฯลฯ) ได้รับความเสียหาย หรือได้รับผลกระทบในเชิงลบ เช่น ทำให้ดินเป็นพิษ ทำให้น้ำเสีย อากาศเสีย หรือสร้างขยะ จนเป็นปัญหาต่อ “คุณภาพชีวิต” ของทุกคนที่อาศัยบนโลกใบนี้ทั้งในปัจจุบันและอนาคต
คำว่า Green จึงแสดงให้เห็นถึง “ความรับผิดชอบต่อสังคม” ของทุกผู้คนบนโลก รวมตลอดถึงความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ขององค์กรต่างๆ ด้วย เช่น โรงงาน สถานประกอบการ ร้านค้า ธุรกิจ อุตสาหกรรม วิสาหกิจ บ้านพักอาศัย และชุมชนต่างๆ เป็นต้น
ทุกวันนี้ กระแสด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน จึงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทุกธุรกิจอุตสาหกรรมต้องให้ความสำคัญมากขึ้น เพราะในปัจจุบันมีสมาชิกสหประชาชาติรวม 193 ประเทศได้ร่วมกันลงนามรับรองวาระของ “การพัฒนาที่ยั่งยืน” (Sustainable Development : SD) โดยกำหนดให้ “เป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน” (Sustainable Development Goals: SDGs) จำนวน 17 เป้าหมาย เป็นเป้าหมายและยุทธศาสตร์ของประเทศต่างๆ ด้วย
ตลอดหลายปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมหนัก เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์หรือรถยนต์ทั่วโลกจะได้รับแรงกดดันอย่างมากจากสังคม ทั้งจากวิกฤติเศรษฐกิจ วิกฤติการขาดแคลนพลังงาน ความผันผวนของราคาพลังงาน การใช้หุ่นยนต์ โดยเฉพาะวิกฤตสิ่งแวดล้อม ก๊าซเรือนกระจกและมลพิษทางอากาศ ตลอดจนปัญหาการจัดการเศษซากรถยนต์หลังหมดอายุการใช้งาน. ซึ่งเป็นเหตุให้แนวโน้มของการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์มุ่งไปสู่การใช้พลังงานทางเลือกมากขึ้น (คือ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น) เช่น รถยนต์ที่ใช้ก๊าซประเภท CNG และเอทานอล รถยนต์รุ่น Plug-in Hybrid Electric Vehicle (PHEV) รวมถึงเทคโนโลยียานยนต์ที่ใช้พลังงานทดแทนหรือพลังงานสะอาด เช่น รถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle EV) ซึ่งมีผลกระทบต่ออุปกรณ์ชิ้นส่วน และแรงงานตลอดห่วงโซ่อุปทานของธุรกิจอุตสาหกรรมยานยนต์ในปัจจุบันอย่างมากด้วย
วันนี้ จึงเป็นยุคของ “Green” ที่เราทุกคนจะต้องร่วมด้วยช่วยกันและรับผิดชอบในการสร้างโลกใบนี้ให้เป็นสีเขียว (Green) เพื่อจะได้ส่งมอบต่อให้ลูกหลานอย่างภาคภูมิใจจากคนรุ่นเรา
ต่อแต่นี้ไป ถ้าไม่ Green ก็ไม่ Growth ครับผ