'อินิชิเอทีฟ' จับมือ Plan B สานต่อโครงการ "ป้ายต่อความสุข" รีไซเคิลป้ายไวนิลใช้แล้วสร้างประโยชน์ ต่อยอดพัฒนาโรงเรียนให้ยั่งยืน
เทรนด์รักษ์โลกยังคงเป็นเทรนด์ที่นำมาพูดถึงทุกปี และหนึ่งในวิธีการรักษ์โลกที่นิยมมากที่สุดและง่ายที่สุดคือ “การรีไซเคิล” หรือการนำกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ทุกคนตระหนักมากขึ้น
ตัวอย่างขวดน้ำพลาสติก และกระดาษ คือขยะที่ถูกนำมาเข้าสู่ขบวนการรีไซเคิลเยอะที่สุด แต่เคยมีใครสงสัยหรือไม่ ว่าพวกป้ายไวนิลที่เราเห็นๆ กัน หากหมดโปรโมชั่นหรือไม่ได้ใช้งานแล้ว ป้ายไวนิลเหล่านี้จะไปอยู่ไหน พวกป้ายเหล่านี้จะเป็นขยะหรือไม่
นับตั้งแต่ปี 2565 บริษัท อินิชิเอทีฟ ในเครือ ไอพีจี มีเดียแบรนด์ส ประเทศไทย ได้เล็งเห็นคุณสมบัติของป้ายไวนิลที่ไม่ได้งานนั้นยังคงมีประโยชน์อย่างมากจึงจับมือกับ Plan B เริ่มโครงการที่นำเอาป้ายไวนิลเหล่านี้กลับไปใช้ใหม่ในรูปแบบต่างๆ เพื่อพัฒนาชุมชนให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ภายใต้ชื่อ "ป้ายต่อความสุข"
และในครั้งนี้บริษัท อินิชิเอทีฟ ในเครือ ไอพีจี มีเดียแบรนด์ส ประเทศไทย และ Plan B ร่วมกับอาสาสมัครจากมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ เครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติจังหวัดปทุมธานี จัดกิจกรรมนำป้ายไวนิลมารีไซเคิล โดยเริ่มที่โรงเรียนรวมราษฎร์สามัคคี จังหวัดปทุมธานี
เมื่อธุรกิจเชื่อมต่อสังคม
ดร. สร เกียรติคณารัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินิชิเอทีฟ ในเครือ ไอพีจี มีเดียแบรนด์ส ประเทศไทย และ บีพีเอ็น ประเทศไทย กล่าวถึงโครงการนี้ว่า "ในการตัดสินใจทำโครงการนี้ขึ้นมา มันเป็นเหมือนแพชชั่นของบริษัทอยู่แล้วครับ แล้วก็เป็นแพชชั่นส่วนตัวด้วย เรามีวิชาชีพในการทำสื่อ มีเพื่อน และมีเน็ตเวิร์คมากมายนะครับ ถ้าเราทำแค่ธุรกิจมันก็คงจะดูเห็นแก่ตัวเกินไป เราก็รู้สึกว่าถ้าเราใช้พลังที่มีมาทำให้ธุรกิจเชื่อมต่อสังคม เพื่อให้ช่วยเหลือ สนับสนุนสังคมให้ดีขึ้นได้ มันน่าจะเป็นกำลังผลักดันที่ดีครับ”
“เพราะเรามองว่าการเรียน ยิ่งเรียนยิ่งรู้ ยิ่งมีวิชาชีพและได้อยู่อย่างยั่งยืน น้องๆหลายคนอยากเรียน แต่ว่าอาจจะไม่มีอุปกรณ์ ในการเรียนเราจึงสนับสนุนกันไปเรื่อยๆ รวมทั้งด้านเกษตรให้ยั่งยืนขึ้น นี้เป็นสาเหตุที่ทำไมเราต้องมาที่นี่” ดร. สรกล่าว
ดร.สรเผยถึงเหตุผลที่เลือกโรงเรียนรวมราษฎร์สามัคคีว่า “สำหรับที่เลือกโรงเรียนนี้ก็เอาจริงๆ ไม่มีเหตุผลใดๆ เลยเพียงแต่นโยบายของเราคือ ถ้าเราไปอยู่ใกล้ ที่ไหนก็อยากทำตรงที่เราอยู่ใกล้ให้ดีขึ้น บังเอิญว่ามีน้องคนหนึ่งที่บ้านอยู่แถวนี้ ได้มาพูดคุยกับท่านอาจารย์จึงได้ทราบถึงปัญหาและนำมาแชร์กันในทีม เราเห็นตรงกันว่าอยากมาช่วยที่โรงเรียนนี้”
ในด้านประโยชน์ที่ทางโรงเรียนจะได้รับจากโครงการ ดร.สร กล่าวว่า “สำหรับประโยชน์ที่คุณครู บุคลากรและนักเรียนที่จะได้รับต้องเกริ่นก่อน ว่าคุณครูเสียสละมากๆนะครับ นอกจากเป็นครู แล้วจะต้องดูแลน้องๆ ตั้งเกือบห้าร้อยคน ทั้งเรื่องอาหาร ความสะอาด แล้วก็ต้องเฝ้าโรงเรียนเองด้วยเพราะว่าที่นี่มีความเสี่ยงสูงเพราะมันมืด หากเราได้ช่วยตรงนี้ก็จะทำให้คุณครูเบาแรงลง มีเวลาโฟกัสในการที่จะพัฒนาน้องๆ เรื่ององค์ความรู้ที่เยอะขึ้นนะครับ”
“สิ่งที่คาดหวังคือ เราว่าเราเป็นจุดเล็กๆ ที่ช่วยกันทำ ก็หวังว่าทางสื่อได้มาคุยกับเราก็จะเป็นกระบอกเสียงให้บริษัทอื่นได้เห็นว่า เฮ้ยถ้าเรามีเน็ตเวิร์ค มีพลัง และมีเพื่อนหรือมีกัลยาณมิตรที่ดี แค่เราร่วมด้วยช่วยกันแล้วก็ทำให้คนอีกห้าร้อยคนดีขึ้น” ดร.สรกล่าวเสริม
เมื่อนักเรียนมีความสุขจะส่งผลโดยตรงกับคุณครู
นางสาวพาขวัญ วงศ์พลทวี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดและพันธมิตรธุรกิจ บริษัท แพลน บี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "มันเริ่มต้นจากทางอีนิชิเอทีฟนะคะ แล้วก็ทำมาปีนี้เป็นปีที่สองแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นคือเนื่องจากบริษัทเราเป็น บริษัทสื่อโฆษณานอกบ้าน เราก็จะมีวัสดุที่เป็นไวนิลที่ลูกค้าใช้แล้วก็เหลือใช้อยู่ ทางบริษัท อินิชิเอทีฟ ในเครือ ไอพีจี มีเดียแบรนด์ส ประเทศไทย ก็มีโปรเจกต์ที่อยากเอาสิ่งต่างๆ เหล่านี้ มาทำโครงการป้ายต่อความสุข เอาสิ่งเหลือใช้เหล่านี้มาสร้างประโยชน์ เราก็เลยยินดีและเรามีทรัพยากรบุคคลอยู่แล้ว เราเลยมาช่วยเหลือโรงเรียน”
“ถ้าฝั่งสภาพแวดล้อมของการทำงานจริงๆ ถ้ามองก็คือว่าโรงเรียนจริงๆ เขาขาดแคลนอยู่หลายเรื่อง เวลาที่เขาขาดแคลน หลายอย่าง เช่น ระบบไฟฟ้า ถ้าได้ฟังสัมภาษณ์คุณครู ก็คือมันไม่มีระบบไฟฟ้าและความสว่างมากพอ และพวกอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับแปลงผักที่เรามาช่วยทำครั้งนี้ การทำสิ่งเหล่านี้มันจะช่วยทำให้นักเรียนมีความสุข ในที่แบบเขาจะมีชีวิตอยู่ดีขึ้นทำให้สภาพแวดล้อมในโรงเรียนน่าอยู่ เมื่อนักเรียนมีความสุขจะส่งผลโดยตรงกับคุณครู เด็กๆ เขาก็จะมีความตั้งใจเรียนมากขึ้น ทำให้องค์รวมทุกๆ อย่างรวมถึงบรรยากาศดีขึ้น” นางสาวพาขวัญกล่าว
สำหรับสิ่งที่คาดหวังในโครงการป้ายต่อควาสุขครั้งนี้ นางสาวพาขวัญกล่าวว่า “สิ่งที่คาดหวังไว้กับโครงการนี้ก็อยากให้น้องๆทุกคนเขาได้รับโอกาสในการศึกษา ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมแล้วก็อยากให้ทุกคนเติบโตขึ้นไปก็เป็นคนที่ดี ในสังคมรู้จักคำว่า แบ่งปัน มีอะไรที่เราช่วยเหลือได้ มอบคืนสู่สังคม เราก็ยินดีที่จะทำ ก็อยากให้ทุกคนได้ซึมซับสิ่งเหล่านี้"
เมื่อสวัสดิภาพและสุขภาพของนักเรียนคือสิ่งสำคัญ
นางสาวปริศนา ป้องปิ่น ผู้อำนวยการโรงเรียนรวมราษฎร์สามัคคีเผยความรู้สึกต่อโครงการว่า "โครงการป้ายต่อความสุขนะคะ จุดเน้นที่โครงการได้มาพัฒนาโรงเรียนก็คือ 1. พื้นที่กสิกรรม เพื่ออาหารกลางวันของนักเรียน และส่วนที่ 2. ก็คือพัฒนาพื้นที่ส่องสว่างของโรงเรียน”
“โครงการป้ายต่อความสุขได้นำป้ายไวนิลที่เหลือใช้เอามาทำเป็น กระถางต้นไม้ สำหรับปลูกต้นไม้ หรือปลูกผักให้กับเด็กๆ ในโรงเรียน แล้วก็ส่วนนึงเอามาปูโรงเลี้ยงไก่ นอกจากนั้นก็ทำการติดตั้งแสงไฟส่องสว่างในโรงเรียนและอีกอย่างหนึ่งมีการปรับปรุงคุณภาพของอาหาร ด้วยการซื้อตู้สำหรับใส่อาหารของนักเรียน เนื่องจากว่าตู้เดิมหนูกัดแทะ ทำให้เป็นอันตรายต่อนักเรียน พี่ๆ เค้าเห็นความสำคัญในเรื่องของการรักษาสุขภาพอนามัยที่ดีก็ซื้อตู้มาใส่ทานอาหารให้กับโรงเรียนด้วยค่ะ” นางสาวปริศนากล่าว
ความร่วมมือจากองค์กรภายนอกและชุมชนโดยรอบ ปกติแล้วทางชุมชนมีความร่วมมือในการพัฒนาโรงเรียนประจำ อย่างต่อเนื่องแต่เนื่องจากสถานการณ์โควิดทำให้ไม่ได้จัดงานประจำปี โดยปกติทางโรงเรียนได้ทุนสนับสนุนที่จะมาพัฒนาโรงเรียนจาก บริษัท ห้างร้าน ต่างๆ ในชุมชนเอง นางสาวปริศนาเผยต่อ The Better ถึงโครงการที่มาพัฒนาโรงเรียนครั้งนี้
“โรงเรียนรวมราษฎร์สามัคคีมีแผนที่จะพัฒนาหรือปรับปรุง ในด้านผลสัมฤทธิ์ควบคู่ไปกับการพัฒนาปรับปรุงทางด้านภูมิทัศน์ให้กับโรงเรียน แต่โรงเรียนประสบปัญหาภัยธรรมชาติ เราก็เลยปรับแผนกลยุทธ์ของโรงเรียนเรา ก็คือเราจะต้องพัฒนาอาคารสถานที่ก่อน เนื่องจากว่าอาคารเรียนของเราทุกอาคารได้รับผลกระทบ หลังคาและฝ้าหลุดร่วง ทำให้น้ำเข้าไปในอาคารเรียน นอกจากนั้นก็มีหลังคาห้องน้ำปลิว ห้องน้ำก็ไม่สามารถที่จะใช้งานได้ เราก็เลยคิดว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องพัฒนาก่อนเป็นอันดับแรก”
นางสาวปริศนากล่าวต่อว่า “หลังจากการจัดกิจกรรมในครั้งนี้แล้ว ทางโรงเรียนมีการวางแผนในระยะยาวคือ โรงเรียนของเราจะมีการพัฒนาในส่วนของแปลงผักและแปลงเกษตรของนักเรียน รวมไปถึงโรงเพาะเห็ดกับฟาร์มไก่ด้วย เพื่อที่เราจะได้นำไปเป็นอาหารกลางวันสำหรับนักเรียน ตัวของพื้นที่โดยรอบอย่างสนามเด็กเล่น เราก็มีการทำตะแกรงเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักเรียนมากขึ้น เนื่องจากว่าเป็นรางระบายน้ำและไม่มีฝาปิดอาจเกิดอุบัติเหตุสำหรับนักเรียนได้ค่ะ"
เมื่อสังคมที่เกื้อกูลทำให้เกิดความเจริญที่แท้จริง
คุณมิ่งขวัญ ธิยาเวศ อาสาสมัครมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ เครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติจังหวัดปทุมธานี ได้เผยว่า ในการเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ นับเป็นเรื่องที่น่ายินดียิ่งที่ทางเครือข่ายได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมดีๆเช่นนี้
“ทางเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติได้เชื่อมโยงสานสัมพันธ์กับทางชุมชนอยู่แล้ว ให้สอดคล้องกับคำว่า บวร คือ สังคมที่เกื้อกูล ส่งเสริม ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในสังคมนั้นๆ ความเจริญที่แท้จริงของสังคมที่จะมีความสุขจึงจะสมบูรณ์แบบ และการสร้างแหล่งอาหารที่ปลอดภัยในสถานศึกษา เป้าหมายหลักคือ เด็กได้รับประทานพืชผักอาหารที่ปลอดภัย ตามหลักโภชนาการ อีกทั้งสร้างเสริมทักษะการเรียนรู้ในภาคปฏิบัติในวิชาเกษตรของโรงเรียนรวมราษฎร์สามัคคี" คุณมิ่งขวัญกล่าว
คุณมิ่งขวัญได้กล่าวเชิญเพื่อนๆ มาเป็นจิตอาสาดูแลพื้นที่สีเขียวของชุมชน "ในสภาวะโลกรวนที่ประสบในทุกวันนี้ จะเห็นได้ว่าเริ่มรุนแรงขึ้นทุกวัน ต้นไม้ 1 ต้น ให้ทั้งอาหารปลอดภัย เป็นทั้งยารักษาโรค อีกทั้งยังใช้ทำที่อยู่อาศัย และที่สำคัญต้นไม้ให้อากาศบริสุทธ์ ให้ระบบนิเวศน์ที่สมบูรณ์แก่เรา ขอฝากคำสั้นๆ ว่า คิดอะไรไม่ออก ปลูกต้นไม้ ชอบกินอะไรก็ปลูกสิ่งนั้น ปลูกได้ทุกที่ถึงจะมีพื้นที่ในที่จำกัด"