คอลัมน์ 'Growth and Sustainability' โดย "วิฑูรย์ สิมะโชคดี"
แนวความคิดในการพัฒนาอุตสาหกรรมแฟชั่นอย่างเป็นระบบ เริ่มจากการจัดสัมมนาเรื่อง “ศูนย์กลางแฟชั่นของภูมิภาค” ที่จังหวัดกาญจนบุรี ในวันที่ 26-27 มกราคม ค.ศ.2002 ผลสรุปโดยสมาคมผู้ผลิตเครื่องนุ่งห่มไทยได้เสนอแนวความคิด “ไทย : ศูนย์กลางแฟชั่นภูมิภาค” ซึ่งที่ประชุมได้ยอมรับและมอบให้ “กระทรวงอุตสาหกรรม” เป็นหน่วยงานกลางเพื่อดำเนินการโครงการนี้ พร้อมทั้งขอให้เสนอโครงการเป็นรูปธรรม เพื่อนำเสนอรัฐบาลพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป
วิสัยทัศน์และวัตถุประสงค์ของ “โครงการกรุงเทพเมืองแฟชั่น” แบ่งเป็นระยะสั้นกับระยะยาว โดยระยะสั้น คือ การทำให้ไทยกลายเป็น Hub ของธุรกิจแฟชั่น เพื่อเป็นผู้นำของแฟชั่นภูมิภาคภายในปี ค.ศ.2005 ส่วนระยะยาว คือ การทำให้ไทย (กรุงเทพฯ) เป็นส่วนหนึ่งของศูนย์กลางแฟชั่นของโลก ภายในปี ค.ศ.2012
การทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองแฟชั่นนั้น จะดำเนินการใน 3 มิติ ได้แก่ (1) การสร้างคน (2) การสร้างธุรกิจ และ (3) การสร้างเมือง โดยทั้ง 3 มิตินี้จะต้องดำเนินการพร้อมๆ กันและต้องประสานทุกหน่วยงานเข้ากันแบบบูรณาการด้วย
“การสร้างคน” ถือเป็นการพัฒนาทรัพยากรบุคคลด้านแฟชั่น ได้แก่ การสร้างและพัฒนานักออกแบบ (Designer) เพื่อสร้างนักออกแบบแฟชั่นที่มีชื่อเสียงระดับโลก พัฒนานักธุรกิจด้านแฟชั่น รวมทั้งพัฒนาโรงงานผู้ผลิตสิ่งทอเสื้อผ้าให้กับอุตสาหกรรมแฟชั่นไทย
“การสร้างธุรกิจ” คือ การพัฒนากิจการธุรกิจด้านแฟชั่น และสร้างความเชื่อมโยงระหว่างธุรกิจเหล่านี้ นอกจากนี้ต้องทำให้กรุงเทพฯ เป็นศูนย์รวมข้อมูลด้านเทรนด์ของแฟชั่น ทั้งนี้เพื่อยกระดับและพัฒนาขีดความสามารถของกิจการแฟชั่น และเชื่อมโยงกิจการต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำเข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มพูนมูลค่าเพิ่มแก่สินค้าแฟชั่นของไทย เพื่อพัฒนาให้ไทยกลายเป็นผู้นำด้านแฟชั่นในระยะยาวต่อไป
“การสร้างเมือง” คือ การสร้างภาพพจน์ว่า “กรุงเทพเป็นเมืองแฟชั่น” เช่น การสร้างแฟชั่นโชว์ จัดนิทรรศการ เวิรค์ชอป โรดโชว์ระดับโลก รวมทั้งโชว์ผลงานนักออกแบบแฟชั่นของไทย อีกทั้งจัดการประกวดดีไซน์เนอร์ระดับโลก และเข้าสู่วงการห้างสรรพสินค้าระดับโลก ตลอดจนการทำโฆษณาภาพพจน์กรุงเทพเมืองแฟชั่นอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้นการ “สร้างคน-สร้างธุรกิจ-สร้างเมือง” จึงเป็น 3 หลักการ (หรือ 3 มิติ) สำคัญที่ต้องสร้างและต้องดำเนินการไปพร้อมๆ กัน เพื่อให้ชี่อของประเทศไทย ในนามของ “กรุงเทพ” เป็นเมืองแฟชั่นอีกแห่งหนึ่งของโลก ที่เรียกขานกันจนเป็นแบรนด์ของ “กรุงเทพเมืองแฟชั่น” หรือ “Bangkok Fashion City” (BFC)
กรุงเทพเมืองแฟชั่น จึงเป็นอีกหนึ่ง “Soft Power” ที่ไม่ควรมองข้าม ครับผม !