ประเทศนี้ถ้าไม่ 'เถื่อน' อยู่ไม่ได้จริงๆ 

ประเทศนี้ถ้าไม่ 'เถื่อน' อยู่ไม่ได้จริงๆ 
ถ้าไม่'เถื่อน'อยู่ไม่ได้จริงๆ ประเทศอื่นเขาแก้กันได้ แต่แค่หมูเถื่อนก็ยังปราบกันไมได้

สมัยก่อนมีคำกล่าวเท่ๆ อยู่คำหนึ่ง คือ "ไทยไม่ใช่ทาส"

แต่ผมสงสัยเดี๋ยวนี้คงต้องเปลี่ยนเป็น "ไม่เถื่อนไม่ใช่ไทย" ซะแล้ว 

เพราะอะไรๆ ก็เถื่อนไปหมด ทั้งหวยเถื่อน แรงงานเถื่อน ทะเบียนรถเถื่อน หนี้เถื่อน (หนี้นอกระบบ) ฯลฯ แฮชแท็ก "นายกเถื่อน" ก็เคยมีมาแล้ว

ขนาดหมูยังเถื่อนเลย คิดดูก็แล้วกัน

หมูเถื่อนไม่ได้แปลว่าหมูอันธพาล แต่แปลว่าเป็นหมูที่นำเข้าแบบไม่ถูกกฎหมาย 

ถามทำไมต้องนำเข้า? ตอบว่าก็เพราะมันแพงน่ะสิ และคนไทยยังชอบกินหมูเป็นชีวิตจิตใจ ถึงขั้นคุณอุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร คิดจะดัน "หมูกระทะ" เป็นซอฟต์เพาเวอร์กันเลยทีเดียว 

แต่ก่อนจะดันหมูบนกระทะให้เป็นหน้าตาของชาติ รบกวนรัฐบาลคุณอุ๊งอิ๊ง เอ๊ย รัฐบาลคุณเศรษฐาช่วยแก้ปัญหาความเถื่อนโคตรๆ ของหมูก่อนเถิดครับ 

เพราะหมูเถื่อนกำลังกลายสภาพจากปัญหาปากท้องมาเป็นปัญหาการเมืองซะแล้ว 

คุณเศรษฐาก็น่าจะรู้ดีว่าในขณะที่ผมกำลังเขียนบทความนี้ ชาวบ้านเขาลือกันให้แซดว่าอธิบดี  DSI โดนเด้งเพราะหมูเถื่อนทำพิษ

แต่เขาลือกันสองแบบครับ แบบแรกลือกัน (หรือพูดให้น่าเกรงขามขึ้นมาหน่อยก็คือ "วิเคราะห์") ว่าโดนเด้งเพราะสืบเรื่องหมูเถื่อนไม่ไปถึงไหน

ลือแบบที่สอง เขาว่ากันว่า โดนเด้งเพราะอธิบดี  DSI  สืบไปเจอ "ตอ" เข้าจังๆ แถมยังเป็นตอใหญ่ซะด้วย ทำให้ท่านต้องหมดวาสนาในทันทีทันใด

ลุ้นในใจให้ท่านนายกฯ โดนลือแบบแรกครับ เพราะถ้าแบบที่สองมันเป็นความจริง เกรงว่าประชาชนจะสิ้นศรัทธานายกฯ 

อย่าให้เขาตั้งชื่อรัฐบาลช่วงปลายปีว่า "รัฐบาลหมูเถื่อน" เลยครับ มีทั้งคำว่า "หมู" ทั้งคำว่า "เถื่อน" มันฟังแล้วไม่น่าเลื่อมใส

หมูเถื่อนมาจากไหนแล้วทำไมรัฐบาลแก้ไม่ได้สักที? 

จากข้อมูลของ DSI เนื้อหมูเถื่อนมาจากบราซิล เยอรมนี ส่งมาที่ท่าเรือแหลมฉบัง "โดยสำแดงผิดประเภท" นั่นคือแจ้งว่าเป็นสินค้าอย่างอื่น แทนที่จะบอกว่าเป็นเนื้อหมู ก็แจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่าเป็นโพลิเมอร์บ้าง ปลาแช่แข็งบ้าง 

ถามว่าแล้วจะนำเข้ามาทำไม? บ้านเราขาดแคลนเนื้อหมูหรือไง? 

เรื่องนี้ชวนให้ผมนึกถึงตอนที่จีนเจอกับปัญหาเนื้อหมูแพงเมื่อปีที่แล้ว จนราคาทุบสถิติสูงสุด แล้วรัฐบาลต้องงัดเอาเนื้อหมูในคลังสำรองแห่งชาติออกมา 

จีนขาดแคลนเนื้อหมูเพราะจีนเป็นประเทศที่บริโภคเนื้อหมูมากที่สุดในโลก อันที่จริงจีนเป็นประเทศกินเนื้อมากที่สุดในโลก 

แต่เกิดโรคอหิวาต์สุกรที่รุนแรงในปี 2562 ทำลายชีวิตหมูกว่า 4 ล้านตัวในเอเชียเพียงแห่งเดียว ทำให้หมูขาดแคลนอย่างหนักนับแต่นั้น จนกระทั่งรัฐบาลจีนต้องงัดสารพัดวิธีมาแก้ ไม่อย่างนั้นรัฐบาลเจอฤทธิ์แค้นแรงหิวของประชาชนแน่นอน

จีนเขาคิดแบบนี้ครับ ตราบใดที่ประชาชนท้องอิ่ม ตราบนั้นประชาชนก็จะไม่เป็นศัตรูกับรัฐบาล รัฐบาลจีนจะตะลีตะลานแก้ปัญหา จนสามารถทำให้เนื้อหมูราคาลดลงมาได้ ด้วยการแทรกแซงอย่างเป็นระบบ เช่น เมื่อเนื้อหมูขาดตลาด รัฐบาลก็ระบายเนื้อหมูจากคลังเนื้อแห่งชาติที่ตุนไว้เผื่อสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมกับสนับสนุนให้เกษตรกรเลี้ยงหมูเพิ่มโดยมีแรงจูงใจที่ยั่วยวนเหลือเกิน

ครั้นหมูเริ่มล้นตลาด รัฐบาลก็จัดการกว้านซื้อเนื้อหมูกลับเข้าคลังสำรอง สร้างกลไกที่ทำให้เนื้อหมูไม่ขาด และตลาดก็ไม่เป็นง่อย

โดยที่ผู้เลี้ยงหมูก็ไม่ล้มละลายเพราะราคาตก ส่วนประชาชนก็ท้องอิ่มโดยไม่ต้องยากจนเพราะหมูแพง

ที่สำคัญไม่มีปัญหาหมูเถื่อน เพราะที่จีนถ้าใครทำตัวเถื่อนก็เตรียม "โดนอุ้ม" สถานเดียว 

ส่วนที่ไทย หมูก็แพงเอาๆ ซื้อมากินก็ไม่รู้ว่าเถื่อนหรือเปล่าอีก คนที่ได้ประโยชน์ คือพวกที่หากินกับการนำหมูเถื่อนเข้าแท้ๆ คือพวกชิปปิ้งที่ริอ่านหากินแบบเถื่อนๆ, พวกนายทุนที่ริอ่านทำธุรกิจเถื่อน, พวกห้องเย็นที่ช่วยเก็บหมูเถื่อน และพวกยี่ปั๊ว ซาปั๊ว หรือพ่อค้าคนกลางต่อที่สองและต่อที่สาม

พวกข้างบนนี่รวยเอาๆ เพราะหมูที่ได้มาจากเมืองนอกเป็นหมูราคาไม่แพง มาถึงไทยก็แบบเถื่อนๆ ก็ไม่ต้องเสียภาษีอีก กำไรเหนาะๆ 

หมูเถื่อนนี่มันทำกำไรกันสองแบบครับ แบบแรกคือไปเอาหมูจากบราซิลมา หมูที่นั่นจะถูกกว่าเพราะอาหารสัตว์ถูก บราซิลเป็นประเทศที่ปลูกถั่วเหลืองอันดับต้นๆ ของโลก และถั่วเหลืองนั้นเอาไว้ผลิตอาหารสัตว์ เนื้อหมูของบราซิลจึงถูกกว่าของไทย ซึ่งตั้งภาษีอาหารสัตว์เอาไว้สูง นัยว่าเพื่อช่วยผู้ปลูกธัญพืชในบ้านเรา 

หมูเถื่อนจากบราซิลจึงทำให้คนไทยบางคนรวยขึ้น แต่เกษตรกรผู้ปลูกถั่วเหลืองและเลี้ยงหมูในไทยต้องซี้แหงแก๋

พอจะเห็นความซับซ้อนของปัญหาหรือยังครับ? 

ข้อมูลวงในกรมศุลกากรบอกประเทศต้นทางหมูเถื่อน (บางแห่ง) ไม่กินเนื้อแดง แต่เสพแต่หมูสามชั้น และไม่กินเครื่องใน ซึ่งเดาว่าน่าจะเป็นประเทศในแถบยุโรป ซึ่งคงไม่พ้นเยอรมนี

เนื้อส่วนที่เหลือๆ เหล่านี้จึงน่าจะถูกมาก มาถึงไทยแล้วก็น่าจะได้เปรียบเรื่องส่วนต่างราคาพอสมควร 

แต่ก็มีข้อมูลวงในกรมศุลกากรอีกที่บอกว่าหมูเถื่อนไม่ได้ถูกกว่าหมูแท้ เพราะรวมค่าขนส่งแล้วราคามันก็พอๆ กัน 

แหล่งข่างวงในบอกว่าต้องใช้บริการหมูเถื่อนเพราะโรคระบาดเลยขาดหมู เกิดการขาดแคลนเนื้อหมูทั่วโลก จึงต้องสั่งของเถื่อนเข้ามา อันนี้เป็นปัญหาทั่วโลกจริงๆ และจีนก็เป็นหนึ่งในนั้น 

แต่เอาเข้าจริงคนวงในรายนี้ยืนยันว่า วงการหมูเถื่อนเขาทำมาเป็นปกติอยู่แล้ว ไม่ได้เพิ่งทำตอนขาดหมู นั่นหมายความว่ามันจะต้องคุ้มทุนในแง่ใดแง่หนึ่ง ซึ่งผมยังมองไม่เห็น เพราะไม่ได้อยู่ในวงการค้าๆ ขายๆ  

แต่รู้อยู่เรื่องหนึ่งจากแหล่งข่าววงในรายนี้ตั้งข้อสังเกตว่า หมูเถื่อนน่ะสั่งมาเป็นร้อยตู้ เยอะขนาดนี้ใครหน้าไหนจะกล้าสั่ง มันจะต้องเป็นรายใหญ่ทั้งนั้นที่ทำแบบนี้ได้ 

คำว่า "รายใหญ่" มันเป็นไปได้หลายพวก ทั้งนายทุนค้าปลีกใหญ่ๆ เจ้าหน้าที่บ้านเมืองใหญ่ๆ บริษัทชิปปิ้งใหญ่ๆ 

คนวงในรายนี้จึงบอกว่า มันเหมือนสาวใส้ให้กากิน เพราะทุกคนโยงกันหมด ใครเปิดขึ้นมา ตัวเองก็จะโดนไปด้วย คนอื่นก็จะโดนไปด้วย ดังนั้นมันจึงสาวไปถึงตัวการใหญ่ได้ยาก

แต่ถ้าปล่อยไปแบบนี้ "เรื่องนี้จะกระทบนำเข้าส่งออกไทย" นี่เป็นมุมมองจากคนวงในวงการศุลากร

แว่วๆ มาว่า มีคนขององค์กรหนึ่งที่เคยตีแผ่ค้ามนุษย์ในอุตสหกรรมประมงของไทยจนประมงไทยถูกตีตรา "ธงแดง" ไปช่วงหนึ่ง คนขององค์กรพยายามเข้าหานายกรัฐมนตรีของไทยคุยเรื่องเนื้อหมู ไปตอนแรกยังไม่ได้พบ แต่ล่าสุดดูเหมือนว่าจะเข้าถึงแล้ว 

เมื่อเรื่องค้าหมูเถื่อนถูกสาวไปถึงประเทศอื่นๆ มันจะกระทบเรื่องความโปร่งใสเรื่องการส่งสินค้าเกษตรไปต่างประเทศ โดยเฉพาะในสหภาพยุโรป ซึ่งเรานำเข้าหมูเถื่อนเข้ามาด้วย 

เพราะปัญหาหมูเถื่อนมันแสดงให้เห็นว่าการทำงานของเจ้าหน้าที่กรมศุลากรและกรมปศุสัตว์ไทยบางคน ทำแบบขอไปที ไม่ตรวจสอบให้เรียบร้อยว่าอะไรเถื่อนอะไรไม่เถื่อน 

ปล่อยให้นำเข้าหมูจากต่างประเทศง่ายๆ ทั้งๆ ที่มีการระบาดของโรคหมูทั่วไปหมด 

แล้วอย่างนี้ไม่หมายความว่าสินค้าเกษตรของไทยที่ส่งไปให้ขายเมืองนอกก็ตรวจสอบแบบส่งๆ หรือเปล่า ถ้ามันอีหรอบเดียวกัน เกรงว่าการนำเข้าส่งออกของไทยจะเสียเครดิตไปด้วย จนถูกกีดกัน ถูกตั้งระเบียบหนักกว่ารายอื่น จนข้าวของจากไทยขายกันลำบาก

นี่แหละครับ ปัญหามันโยงใยแบบนี้ 

บทความทัศนะโดย กรกิจ ดิษฐาน ผู้ช่วยบรรณาธิการ และบรรณาธิการข่าวต่างประเทศ The Better 

Photo by Miguel MEDINA / AFP

TAGS: #หมูเถื่อน #หมูแพง #หมู