ประเด็นเบื้องหลัง
(Edited) - เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ถูกยิงที่หูขวาบนและได้รับบาดเจ็บขณะร่วมหาเสียงใกล้บัตเลอร์ รัฐเพนซิลวาเนีย หลังจากถูกยิง ทรัมป์ก็ล้มลงกับพื้นและถูกหน่วย Secret Service ล้อมไว้อย่างรวดเร็ว เขาลุกขึ้นมาพร้อมด้วยเลือดที่หูและแก้ม แต่ยังชูกำปั้นขึ้นไปในอากาศหลายครั้งก่อนจะถูกรีบไปที่ยานพาหนะโดยหน่วย Secret Service เหตุการณ์นี้ทำให้มีการพูดถึงมาตรการการคุ้มกันผู้นำประเทศกันมากขึ้น
ก่อนหน้านี้ สังคมไทยให้ความสนใจกับการเพิ่มมาตรการอารักขาพระบรมวงศานุวงศ์มากขึ้น หลังจากกรณีของนางสาวตะวัน ตัวตุลานนท์ ที่บีบแตรใส่ขบวนเสด็จของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ รวมถึงขับรถประชิดขบวนเสด็จ จนทำให้ประชาชนไม่พอใจในการกระทำดังกล่าว และยังมีเสียงเรียกร้องให้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภันให้กับสมเด็จพระกนิษฐาธิราชฯ จากประเด็นดังกล่าว ยังมีคนไทยจำนวนหนึ่งเปรียบเทียบว่า หากมีการกระทำการดังกล่าวต่อขบวนรถของผู้นำประเทศอื่น ซึ่งมีมาตรการคุ้มครองที่เข้มงวดมาก ผู้กระทำก็อาจจะประสบกับเหตุร้ายได้ โดยเฉพาะการอารักขาประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งมีเจ้าหน้าคุ้มครองที่เรียกว่า Secret Service
1. เจ้าหน้าที่ United States Secret Service หรือ Secret Service (ชื่อย่อ USSS) เป็นหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ภายใต้กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS เป็นกระทรวงที่รับผิดชอบด้านความมั่นคงภายในประเทศ) ซึ่งมีหน้าที่ดำเนินการสืบสวนคดีอาญาและปกป้องผู้นำทางการเมืองของสหรัฐอเมริกา ครอบครัวของผู้นำประเทศ และคุ้มครองประมุขแห่งรัฐหรือรัฐบาลต่างประเทศที่มาเยี่ยมเยือนสหรัฐฯ ซึ่งตามกฎหมายของรัฐบาลกลาง ประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดีไม่อาจปฏิเสธการคุ้มครองนี้ได้ เพราะเป็นการนำชีวิตและประเทศชาติไปตกอยู่ในความเสียง
2. หน้าที่ปกป้องประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไม่ใช่งานง่ายๆ เพราะผู้นำอาจตกเป็นหมายการคุกคามได้ตลอดเวลา เช่น ในเหตุการณ์ลอบสังหารอดีตประธานาธิบดี จอห์น เอฟ. เคนเนดี้ เจ้าหน้าที่ USSS สองนายเสี่ยงตายอย่างมากในการป้องกันสตรีหมายเลขหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ โดยเจ้าหน้าที่ที่ชื่อ คลินท์ ฮิลล์กระโดดลงงรถที่เขานั่งอยู่ และกระโดดขึ้นไปบนท้ายรถที่กำลังเคลื่อนที่ของประธานาธิบดี จากนั้นเขาก็ใช้ร่างกายของตัวเองเป็นกำบังประธานาธิบดีและสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งจนกระทั่งรถมาถึงโรงพยาบาล ในขณะเจ้าหน้าที่อีกนาย คือ รูฟัส ยังบลัด กำลังนั่งอยู่ในรถของรองประธานาธิบดี เมื่อมีการยิงปืนขึ้น เขาก็กระโดดข้ามเบาะหน้าและใช้ร่างของเขาเป็นกำบังป้องกันรองประธานาธิบดีลินดอน บี. จอห์นสัน (ซึ่งต่อมาในวันเดียวกันได้เป็นประธานธิบดีคนถัดไป หลังจากที่เคนเนดีเสียชีวิต)
3. ยังมีอีกหลายครั้งที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ถูกลอบทำร้าย เจ้าหน้ที่ USSS ก็จะตัดสินใจคุ้มกันโดยไม่ลังเลหรือเสียดายชีวิตตนเอง เช่น เมื่อมือสังหาร จอห์น ฮิงค์ลีย์ จูเนียร์ พยายามลอบสังหารอดีตประธานาธิบดี โรนัลด์ เรแกน เจ้าหน้าที่ทิม แม็กคาร์ธี ใช้ร่างกายของเขาเองปกป้องเรแกนจากกระสุนปืนหกนัดถูกยิงโดยคนร้าย ปรากฏว่ากระสุนปืนยิงเข้าที่ช่องท้องของแม็กคาร์ธี แต่เขารอดชีวิตมากได้ และได้รับการยกย่องให้เป็นวีรบุรุษ และได้รับ รางวัล NCAA Award of Valor ในปี 1982 จากการแสดงความกล้าหาญให้เป็นที่ประจักษ์ ส่วนเจ้าหน้าที่อีกคน คือ เจอร์รี่ พาร์ ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด ด้วยการผลักประธานาธิบดีเข้ารถประจำตำแหน่งแล้วขับรถพาท่านผู้นำไปที่โรงพยาบาลแทนที่จะกลับไปทำเนียบขาว การตัดสินใจที่ว่องไวนี้ทำให้เขาได้รับการยกย่องจากรัฐสภา
4. เนื่องจากงานคุ้มครองผู้นำเป็นภารกิตที่เสี่ยงตายพอสมควร อีกทั้งยังต้องอาศัยมันสมองที่เฉียบคมในการรับมือกับสถานการณ์ไม่คาดคิด ดังนั้นเจ้าหน้าที่ USSS จึงต้องผ่านการฝึกหนัก แม้ว้าจะเสี่ยงตายและฝึกหนัก แต่มีคนมากมายพร้อมใจที่จะเสียสละเพื่อรับหน้าที่นี้ ทำให้มีอัตราการแย่วชิงตำแหน่งที่รับสมัครสูงมาก เชานในปี ในปี 2011 มีผู้สมัครมากถึง 15,600 ราย แต่รับเพียง 1% ของจำนวนดังกล่าว แม้จะมีคุณสมบัติขั้นต้นผ่านแล้ว จะต้องถูกตรวจพื้นเพอย่างละเอียดว่าสะอาดบริสุทธิ์แค่ไหน หลังจากผ่านแล้ว จะต้องรับการฝึกอบรมในสองสถานที่ รวมประมาณ 31 สัปดาห์ หลังจากผ่านครบทุกกระบวนการแล้ว พวกเขาจึงจะได้เป็น USSS เต็มตัว
5. หลังจากเป็น USSS แล้ว ในส่วนของเจ้าหน้าที่พิเศษ หรือ Special Agen ที่รับหน้าที่ปกป้อง VIP จะทำงานองครักษ์เลยไม่ได้ แต่ในช่วงหกถึงแปดปีแรกจะต้องทำที่ได้รับมอบหมายให้สำนักงานภาคสนาม โดยผู้สมัครจะเป็นคนเลือกสำนักงานในพื้นที่ต่างๆ เอง หลังจากมีประสบการณ์ในสำนักงานภาคสนามแล้ว เจ้าหน้าที่มักจะถูกย้ายไปยังหน่วยงานคุ้มครอง โดยจะอยู่ที่นั่นเป็นเวลาสามถึงห้าปี หลังจากหมดวาระด้านการคุ้มครองแล้ว เจ้าหน้าที่จำนวนมากจะกลับไปที่สำนักงานภาคสนามตลอดอาชีพการงานที่เหลือ หรือเลือกรับงานมอบหมายตามสำนักงานใหญ่ที่ตั้งอยู่ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สำหรับเงินเดือนเจ้าหน้าที่ชั้นเริ่มแรกจะอยู่ที่ราว 71,993 ดอลลาร์ต่อปี สูงสุดอยู่ที่ 191,900 ดอลลาร์ต่อปี แต่พวกเขามักต้องทำงานช่วงเวลา บางครั้งอาจมีรายได้รวมๆ กันถึง 221,900 ดอลลาร์
6. เจ้าหน้าที่ USSS ไม่ได้ทำหน้าที่แค่คุ้มครองบุคคลระดับ VIP ของประเทศเท่านั้น พวกเขายังมีภารกิจในการสืบสวนด้วย โดยเฉพาะการสอบสวนเพื่อปกป้องระบบการชำระเงินและการเงินของสหรัฐอเมริกาจากอาชญากรรมทางการเงิน หน้าที่นี้ดูเหมือนจะไปคนละทางกับการคุ้มกัน VIP แต่ที่ USSS ทำงานที่ต่างขนาดนี้ได้ เพราะหน่วยของพวกเขาเคยขึ้นตรงกับกระทรวงการคลังมาก่อนนั่นเอง และการเงินและเศรษฐกิจยังถือเป็นความมั่นคงของชาติด้วย ในฐานะที่สหรัฐฯ เป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจอันดับหนึ่งของโลก อย่างไรก็ตาม ในระยะหลัง สมาชิกสภาคองเกรสบางคนตั้งคำถามว่า USSS ควรเปลี่ยนเป้าหมายไปที่ภารกิจคุ้มครองมากขึ้นหรือไม่ โดยปล่อยให้ภารกิจเดิมไปอยู่ที่หน่วยงานอื่นมากกว่า
บุคคลที่ได้รับอภิสิทธิในการคุ้มครองจาก USSS มีดังนี้
- ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา
- รองประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา
- ประธานาธิบดีที่ได้รับเลือกของสหรัฐอเมริกา (ยังไม่สาบานตน)
- รองประธานาธิบดีที่ได้รับเลือกของสหรัฐอเมริกา (ยังไม่สาบานตน)
- ครอบครัวใกล้ชิดของบุคคลข้างต้น
- อดีตประธานาธิบดี คู่สมรส และลูกๆ ที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี
- ผู้ที่อยู่ในสายการสืบทอดตำแหน่งประธานาธิบดี
- ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดีคนสำคัญ และคู่สมรสของพวกเขา ประมุขต่างประเทศและหัวหน้ารัฐบาลที่มาเยือนสหรัฐอเมริกา
- รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง
- รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ
- ตลอดจนบุคคลอื่น ๆ ตามคำสั่งของประธานาธิบดี (โดยปกติจะเป็นหัวหน้าที่ทำเนียบขาว และที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นต้น)
ภาพปกเว็บไซต์ - สมาชิกของหน่วย USSS เปิดประตูรถลีมูซีนของประธานาธิบดีที่รู้จักกันในชื่อ "เดอะบีสท์" (The Beast) ขณะที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ ขึ้นเครื่องแอร์ ฟอร์ซ วัน (Air Force One) ก่อนออกเดินทางจากสนามบินนานาชาติลอสแอนเจลิส ในลอสแอนเจลิส แคลิฟอร์เนีย เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2567 มุ่งไปยังเมืองลาสเวกัส รัฐเนวาดา (ภาพโดย SAUL LOEB / AFP)
ภาพประกอบรายงานข่าว - การปฏิบัติหน้าที่ของหน่วย USSS ภาพจาก U.S. Secret Service