"ตัดเงินเดือน 30% หรือถูกไล่ออก 50%" เป็นคนจีนคุณจะเลือกแบบไหน?

รู้กันว่าเศรษฐกิจจีนกำลังอ่อนอย่างหนัก ถึงขนาดที่มีเสียงบ่นของผู้คนมากขึ้นเรื่อยๆ เรื่องการตกงานและหางานทำยาก

ล่าสุด ในโซเชียลมีเดียของจีนมีการตั้งคำถามว่า “ให้บริษัทลดเงินเดือน 30% หรือเลิกจ้าง 50% ในฐานะพนักงานคุณสนับสนุนแผนไหนมากกว่ากัน?”  

สาเหตุที่มีคำถามนี้ขึ้นมาก็เพราะบริษัทเทคโนโลยีของจีน ซึ่งแต่ก่อนเป็นเสาหลักของการพัฒนาประเทศและร่ำรวยอย่างมาก ตอนนี้กำลังประสบปัญหาชะงักงัน ส่วนหนึ่งเพราะสงครามการค้ากับสหรัฐฯ และส่วนหนึ่งเพราะการควบคุมอย่างเข้มงวดของรัฐบาลจีน

คำถาม "ให้บริษัทลดเงินเดือน 30% หรือเลิกจ้าง 50%" กลายเป็นเรื่องไวรัลขึ้นมาเพราะบริษัทเทคเริ่มเลย์ออฟพนักงานหรือไม่ก็ลดเงินเดือน 

แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แค่บริษัทเทคเท่านั้น แต่ยังรวมถึงบริษัทเอกชนสายอื่นๆ หรือแม้แต่รัฐวิสาหกิจที่เคยคิดกันว่างานมั่นคง

ตัวอย่างเช่น ในโซเชียลมีเดียของจีนมียูสเซอร์คนหนึ่งชื่อว่า "เสียวหม่า ตี่ลี่ เฉียนสิง" (小马砥砺前行) เล่าว่าเพื่อนของเขาทำงานในรัฐวิสาหกิจในเมืองหนานจิง ซึ่งเริ่มลดเงินเดือนพนักงานแล้ว

งานรัฐวิสาหกิจนอกจากมั่นคงแล้วยังมีรายได้ดี แต่เพื่อนของเขาบอกว่านายจ้างของเขาไม่ได้ขึ้นเงินเดือนมาหลายปีแล้ว และรายได้ของเขาก็ลดลงเช่นกันตั้งแต่ปีที่แล้ว 

“ผมถามว่าทำไมเขาถึงลดเงินเดือน เขาก็บอกว่า สาเหตุหลักก็คือประสิทธิภาพของบริษัทไม่ดีเหมือนเมื่อก่อน และสวัสดิการของรัฐวิสาหกิจก็ไม่ดีเหมือนเมื่อก่อน และสวัสดิการก็ไม่ดีเช่นกันก็ลดลงเช่นกัน” "เสียวหม่า ตี่ลี่ เฉียนสิง" บอก

นี่เป็นสถานการณ์ที่น่าตกใจอย่างมาก เพราะตามความเข้าใจของคนทั่วไป  รัฐวิสาหกิจ โรงเรียน และโรงพยาบาลเป็นอาชีพที่ดีมาก หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า "ชามข้าวเหล็ก" (铁饭碗) เพราะไม่มีวันที่ชามข้าวหรือแหล่งรายได้นี้จะแตกสลายได้ และยังเป็นเรื่องยากที่คนธรรมดาที่จะเข้าไปทำงานในหน่วยเหล่านี้ เพราะต้องการคุณวุฒิการศึกษาที่สูง อย่างน้อยก็เป็นนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา แม้แต่นักศึกษาระดับปริญญาตรีก็ไม่เป็นที่ต้องการ

แต่ล่าสุด ข้อมูลเกี่ยวกับการเลิกจ้างโดยรัฐวิสาหกิจเริ่มแพร่หลายในอินเทอร์เน็ตมากขึ้นเรื่อยๆ จนคนจีนตระหนักว่างานรัฐวิสาหกิจไม่ได้รับการประกันชีวิตที่มั่นคงอีกต่อไป มีรายงานว่าวิสาหกิจเริ่มเลิกจ้างพนักงานเมื่อปีที่แล้วในอัตรา 5% และในปีนี้จะเลิกจ้าง 10%

ยูสเซอร์อีกคนหนึ่ชื่อว่า "ข่งต้าปิ่ง" (孔大饼) เล่าว่า เขามาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีนและทำงานในรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ที่มีพนักงานเกือบ 10,000 คนมานานกว่า 8 ปี แต่เขาถูกเลิกจ้างเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว เขาบอกว่า “ไม่ว่าคุณจะเก่งแค่ไหน ไม่ว่าคุณจะมีการศึกษาดีแค่ไหน ตราบใดที่คุณไม่มีเส้นสายความสัมพันธ์ เขาก็จะเลิกจ้างคุณโดยไม่มีการเจรจา ผมไม่มีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับใครและผมไม่รู้จะเชลียร์หัวหน้ายังไง ผมจึงถูกเลิกจ้าง”

หลังจากถูกเลิกจ้างเขายังหางานทำไม่ได้ เขาไม่กล้าบอกญาติที่บ้านเกิดทางภาคอีสาน (หรือภูมิภาคตงเป่ยของจีน) ว่าเขาไม่มีงานทำ และเขาใช้เงินเก็บที่มีอยู่เดิมไปเรื่อยๆทุกวัน

ในขณะที่รัฐวิสาหกิจที่เป็นเสมือนมาตรวัดความมั่นคงของจีนเริ่มที่ะสั่นคลอน บริษัทเทคที่เป็นแขนขาซึ่งช่วยให้จีนก้าวไปข้างหน้าก็อ่อนแออย่างหนัก 

ตั้งแต่ปี 2022 บริษัทอินเทอร์เน็ตและบริษัทเทคโนโลยีได้เลิกจ้างพนักงานอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด มีชาวเน็ตบางส่วนโพสต์ข่าวว่าโรงงานใหญ่แห่งหนึ่งได้เริ่มเลิกจ้างพนักงาน โดยมีสัดส่วนการเลิกจ้างตั้งแต่ 10% ถึง 30% ข้อมูลเผยว่าเป็นกลุ่มธุรกิจภายใต้บริษัท Tencent ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ด้านเทคของจีน

แม้ว่า จวงจวิน (张军) ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ Tencent จะโพสต์โต้แย้งข่าวดังกล่าวในบัญชี Weibo แต่ข่าวดังกล่าวก็ยังคงถูกเผยแพร่ทางออนไลน์

Photo - ภาพประกอบข่าว ชาวจีนร่วมพิธีมิสซาเนื่องในวันอีสเตอร์ ที่โบสถ์แห่งหนึ่งในกรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่  30 มีนาคม 2024. (Photo by WANG Zhao / AFP)

TAGS: #เศรษฐกิจจีน