อิสราเอลไม่ได้มีแค่หน่วยข่าวกรองที่ดีที่สุดหน่วยหนึ่งของโลก แต่พวกเขามีระบบกรองข่าวรัดกุมที่สุดรูปแบบหนึ่ง นั่นคือ หน่วยงานที่เรียกว่า Devil's Advocate
หากใครเคยชมภาพยนต์เรื่อง World War Z จะมีอยู่ตอนหนึ่งที่ตัวเอกงทรายถึงวิธีกรทำงานของหน่วยข่าวกรองอิสราเอลที่จะมีคนๆ หนึ่งเรียกว่า "คนที่สิบ" ทำหน้าที่ค้านข้อมูลทุกอย่างที่มี ทั้งๆ ที่มีหบักฐานชี้ชัดแบ้วก็ตาม กาารค้านนี้ก็เพื่อโน้มน้าวให้อีกฝ่ายเห็นคล้อยตามว่าสิ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ่น ก็อาจจเกิดขึ้นได้ ในความเป็นจริงนี่ไม่ใช่ "คนที่สิบ" แต่เป็นงานของ Devil's Advocate ที่แปลว่า "ผู้แก้ต่างให้ปีศาจ" หรือ "ทนายของปีศาจ"
Devil's Advocate Unit หรือในภาษาฮีบรูว์คือ Makhleket HaBakara ที่แปลว่า "แผนกผู้ควบคุม"" เป็นหน่วยเล็กๆ ในคณะกรรมการข่าวกรองทหารอิสราเอล มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินสมมติฐานและข่าวกรอง แต่พวกเขาไม่ได้ประเมินแบบคนธรรมดาๆ พวกเขามีหน้าที่ค้านอย่างสุดลิ่มทิ่มประตู ต่อสมมติฐานของฝ่ายวิจัยข่าวกรอง
นั่นคือ หากฝ่ายวิจัยข่าวบอกว่า จะไม่มีการโจมตีจากกลุ่มฮามาส หน่วย Devil's Advocate Unit ก็จะหากเหตุผลมาค้านให้ได้ว่ามันจะไม่เป็นแบบนั้น การค้านจจะดำเนินไปจนกว่าแต่ละฝ่ายจะจำนนต่อเหตุผลของกันและกัน ดังนั้น แม้วง่าฝ่ายวิจัยจะมีข้อมูลที่ค่อนข้างชัดว่าจะไม่มีการโจมตีจากฮามาส แต่หากฝ่าย Devil's Advocate Unit บอกว่ามีเหตุลผที่จะต้องเชื่อว่าจะมีการโจมตีแน่ๆ และฝ่ายวิจัยเถียงไม่ได้ ผลก็คือ จะต้องการเตรียมรับการโจมตี
ดังนั้น หน่วยนี้จึงได้ชื่อว้า Devil's Advocate Unit หรือในภาษาอาราเมอิกเรียกว่า "Ifcha Mistabra" แปลว่า "ดูเหมือนว่าจะเป็นฝ่ายตรงข้าม" ฝ่ายตรงข้ามในที่นี้มีที่มาจากหลักการในศาสนาเพื่อจะใช้พิสูจน์ความถูกต้องของหลักคำสอน
เช่น ในศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิก มีบุคคลทีมีตำแหน่งเรียกว่า advocatus diaboli (แปลว่าทหนายแก้ต่างให้ปีศาสจ) เป็นอดีตตำแหน่งอย่างเป็นทางการภายในคริสตจักรคาทอลิก คนๆ นี้จะทำหน้าที่ "โต้แย้งเรื่องการแต่งตั้งนักบุญ" เพื่อเปิดเผยข้อบกพร่องของลักษณะนิสัยหรือการบิดเบือนความจริงของหลักฐานที่สนับสนุนการแต่งตั้งให้เป็นนักบุญ" ด้วยเหตุที่เขาทำหน้าที่ตั้งข้อสังสัยของคนที่จะเป็นนักบุญ เขาจึงเหมือนทำหน้าที่เป็นทนายแก้ต่างให้กับฝ่ายปีศาจหรือมาร ที่จะขัดขวางการยกย่องผู้ที่กระทำความดี แต่ความจริงแล้ว เขาไม่ได้สนับสนุนปีศาจ แต่ทำหน้าที่เหมือนปีศาจที่ค้านจนหมดความกังขาต่อคนที่จะเป็นนักบุญ
เช่นเดียวกับหน่วย Devil's Advocate Unit ก็จะทำตัวเป็นคนค้านทุกเรื่องจนดูเหมือนเป็นศัตรูของประเทศ แต่จริงๆ แล้วเขาทำหน้าที่ไขความสงสัยทุกเรื่องเกี่ยวกับข่าวกรองที่จะกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะเรื่องสงคราม
หน้วยนี้จึงถูกตั้งขึ้นมาหลังสงครามยมกิปปูร์ (Yom Kippur War ตุลาคม ปี 1973) หรือสงครามอิสราเอล-อาหรับครั้งที่ 4 โดยปฏิบัติงานโดยตรงภายใต้หัวหน้าหน่วยข่าวกรองทหาร และไม่อยู่ภายใต้หัวหน้าแผนกวิจัย (Research Department) ซึ่งเป็นหน่วยข่าวกรองของประเทศ
จากการเปิดเผยของหัวหน้าหน่วยนี้มีหลายกรณีที่มีการประเมินโดยใช้วิธีแบบ Devil's Advocate เกิดขึ้น การประเมินแบบนีมีทั้งที่เที่ยงตรงและผิดพลาด เช่น
ก่อนที่จะถอนตัวออกจาก "แถบรักษาความปลอดภัย" หรือพื้นที่ยึดครองของอิสราเอลทางตอนใต้ของเลบานอน การประเมินในแผนกวิจัยระบุว่าการถอนตัวออกจากเลบานอนเพียงฝ่ายเดียวจะนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของอัตราการโจมตีอิสราเอลด้วยการสังหารจากกลุ่มติดอาวุธในดินแดนเลบานอน ในทางกลับกัน Devil's Advocate Unit เชื่อว่าเลบานอน ซีเรีย และฮิซบอลเลาะห์มี "ผลประโยชน์เชิงกลยุทธ์" ในการถอนตัวของอิสราเอลไปยังเส้นสีน้ำเงิน (Blue Line เส้นแบ่งเขตที่แบ่งเลบานอนออกจากอิสราเอลและที่ราบสูงโกลาน เสนอโดยองค์การสหประชาชาติ) ปรากฎว่าทฤษฎีของหน่วย Devil's Advocate Unit กลับกลายเป็นว่าถูกต้อง
ในช่วงสงครามเลบานอนครั้งที่สอง (ปี 2006) กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ได้ยิงขีปนาวุธต่อต้านเรือประเภท C-802 เข้าใส่เรือรบนจนได้รับเสียหายและมีทหารเรือเสียชีวิต 4 นาย ตั้งแต่ปี 2003 ข้อมูลเกี่ยวกับการมีอยู่ของขีปนาวุธที่อยู่ในความครอบครองของฮิซบอลเลาะห์ได้ไปถึงแผนกข่าวกรองและแผนกข่าวกรองของกองทัพเรือ หัวหน้าแผนก ผู้ควบคุม Devil's Advocate Unit ในขณะนั้นคือ พ.อ. ชโลโม คาชิ ได้ส่งจดหมายแจ้งข้อมูลไปยังหน่วยและแผนกต่างๆ แล้ว แต่เรื่องนี้ไม่ได้รับการเตรียมรับมือตามที่มีคำเตือนไป
ในปี 2024 มีการเปิดเผยว่าหน่วยพยายามเตือนซ้ำแล้วซ้ำอีกถึงการโจมตีของกลุ่มฮามาสก่อนการโจมตีในวันที่ 7 ตุลาคม 2023 โดยส่งคำเตือนไปถึงผู้มีอำนาจตัดสินใจระดับสูงทุกคนในกองทัพและระดับการเมืองในวันที่ 21 และ 26 กันยายน 2023 โดยตรง
แต่แล้วการโจมตีก็เกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว และสงครามระหว่างอิสราเอลกับฮามาสก็ยจังยืดเยื้อต่อมาจนถึงปี 2024
Photo by Menahem KAHANA / AFP