เมื่อคืนวันที่ 1 ตุลาคม 2024 อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธประมาณ 200 ลูกไปยังอิสราเอลอย่างน้อย 2 ระลอก ทำให้มีเสียงไซเรนดังขึ้นทั่วประเทศ มีรายงานว่าเกิดการระเบิดเหนือศีรษะทั่วเทลอาวีฟและเยรูซาเล็ม ซึ่งบ่งชี้ว่าขีปนาวุธอาจถูกสกัดโดยระบบป้องกันขีปนาวุธ หรือ Iron Dome ของอิสราเอล มีชาวปาเลสไตน์คนหนึ่งเสียชีวิตจากจรวดที่สกัดกั้นได้ และอีกหลายคนได้รับบาดเจ็บเนื่องจากเศษจรวดตกลงมาเหนือเมืองเจริโค
The Times of Irael รายงานว่าเจ้าหน้าที่อิสราเอลเผยว่าในการโจมตีครั้งนี้มีขีปนาวุธราว 181 ลูกที่ถูกยิงออกไป กองกำลังป้องกันประเทศอิสราเอลระบุว่าสามารถสกัดขีปนาวุธได้ “จำนวนมาก” ในเวลาเดียวกันนั้น มีคลิปวิดิโอที่แพร่ในโซเชียลมีเดียแสดงให้เห็นว่าขีปนาวุธลงสู่พื้นดินจำนวนหนึ่ง แสดงว่าสามารถเล็ดรอดการสกัดยิงของอิสราเอลได้ อีกทั้งยังมีการแพร่ข้อมูลที่ไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการว่า เครื่องบินรบ F-35 รุ่นที่ 5 ของอิสราเอลมากกว่า 20 ลำถูกทำลายระหว่างการโจมตีโดยอิหร่าน
ตามข้อมูลของกองทัพป้องกันอิสราเอล อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธอย่างน้อย 2 ระลอก ฐานยิงของอิหร่านได้แก่ เมืองทาบริซ เมืองคาชาน และชานเมืองเตหะราน ตามคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่าน คำสั่งให้ยิงขีปนาวุธไปที่อิสราเอลนั้นมาจากผู้นำสูงสุดของอิหร่าน อายาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ซึ่งพักอยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัย คำกล่าวอ้างของอิหร่านว่าเป็นผู้ก่อเหตุโจมตีครั้งนี้ได้รับการออกอากาศทางโทรทัศน์ของรัฐ โดยในแถลงการณ์นั้นมีคำเตือนว่านี่เป็นเพียง "ระลอกแรก" เท่านั้น โดยไม่มีการอธิบายเพิ่มเติม ตามการวิเคราะห์ของ The New York Times อิหร่านใช้ขีปนาวุธ Fattah-1 ในการโจมตี
การโจมตีในเดือนตุลาคมถือเป็นครั้งที่สองที่อิหร่านโจมตีอิสราเอลอย่างเปิดเผยจากดินแดนของตนเอง ต่อจากการโจมตีอีกครั้งในกลางเดือนเมษายน 2024
อิหร่านกล่าวว่าการโจมตีดังกล่าวเป็นการตอบโต้การลอบสังหารฮัสซัน นาสรัลเลาะห์และผู้บังคับบัญชาระดับสูงคนอื่นๆ ในการโจมตีทางอากาศที่ทำลายสำนักงานใหญ่ใต้ดินของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในกรุงเบรุต ประเทศเลบานอน รวมถึงการลอบสังหารอิสมาอิล ฮานีเยห์ แกนนำของฮามาส และอับบาส นิลโฟรูซาน พลจัตวาอิหร่านแห่งกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) การลอบสังหารนาสรัลเลาะห์ส่งผลให้ "แกนต่อต้าน" (Axis of Resistance) ที่นำโดยอิหร่านซึ่งเป็นเครือข่ายกองกำลังติดอาวุธอิสลามตัวแทนที่อิหร่านใช้โจมตีอิสราเอลและผลประโยชน์ของชาติตะวันตกในตะวันออกกลางมาอย่างยาวนานต้องแอยู่ในสภาถดถอย จนอิหร่านต้องลงมือด้วยตัวเอง
เชื่อว่าการโจมตีนี้จะเกิดขึ้นอยู่แล้ว
ในช่วงเวลาไม่กี่ชั่วโมงก่อนการโจมตี สหรัฐฯ ได้เตือนว่าอิหร่านอาจทำการโจมตี แต่เจ้าหน้าที่สหรัฐรายหนึ่งกล่าวกับ Reuters ว่า "การโจมตีทางทหารโดยตรงจากอิหร่านต่ออิสราเอลจะส่งผลร้ายแรงต่ออิหร่าน เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ที่ไม่เปิดเผยชื่อระบุว่ากองทหารสหรัฐที่ประจำการอยู่ในตะวันออกกลางไม่ได้ถูกโจมตีระหว่างเหตุการณ์ดังกล่าว เพื่อตอบโต้การโจมตีดังกล่าว อิสราเอล อิรัก และจอร์แดนได้ปิดน่านฟ้าของตน
ทั้งนี้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติจะจัดการประชุมฉุกเฉินในวันพุธนี้เพื่อหารือถึงการทวีความรุนแรงของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติแห่งสวิตเซอร์แลนด์ประกาศ
โฆษกของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า "เราได้กำหนดการประชุมไว้แล้ว" ในเวลา 10.00 น. (14.00 น. GMT)
สหรัฐฯ เตือนอิหร่านต้องรับผล
สหรัฐกล่าวเมื่อวันอังคารว่าอิหร่านจะต้องได้รับ "ผลที่ตามมา" จากการโจมตีอิสราเอลด้วยขีปนาวุธ และสหรัฐจะประสานงานตอบโต้กับเจ้าหน้าที่อิสราเอล
แมทธิว มิลเลอร์ โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า "แน่นอนว่าอิหร่านต้องได้รับผลที่ตามมาจากการโจมตีครั้งนี้"
"วันนี้ผมจะไม่ลงรายละเอียดว่าผลที่ตามมาคืออะไร แต่มีหลายเรื่องที่เราจะประสานงานกับพันธมิตรอิสราเอล" มิลเลอร์กล่าว
อิหร่านเตือนประเทศอื่นอย่าเข้ามายุ่ง
ฝ่ายกองทัพอิหร่านเตือนเมื่อวันพุธว่าไม่ควรมีการแทรกแซงทางทหารโดยตรงเพื่อสนับสนุนอิสราเอลเพื่อตอบโต้การโจมตีด้วยขีปนาวุธของอิหร่าน
“ในกรณีที่ประเทศต่างๆ ที่สนับสนุนระบอบการปกครอง (อิสราเอล) เข้าแทรกแซงโดยตรง... ศูนย์กลางและผลประโยชน์ของพวกเขาในภูมิภาคจะต้องเผชิญกับการโจมตีอย่างรุนแรงจากกองกำลังติดอาวุธของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านเช่นกัน” กองทัพระบุในแถลงการณ์ที่สำนักข่าวฟาร์สรายงาน
เนทันยาฮูลั่นอิหร่านต้องชดใช้
อิสราเอลรายงานว่าคณะรัฐมนตรีความมั่นคงของอิสราเอลกำลังประชุมกันในบังเกอร์ในเมืองเยรูซาเล็ม โดยที่นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูแห่งอิสราเอลกล่าวว่าอิหร่านได้ทำ “ความผิดพลาดครั้งใหญ่” และ “จะต้องชดใช้”
โฆษกกองทัพอิสราเอล เผยกับ AFP ว่า การโจมตีด้วยขีปนาวุธของอิหร่านต่ออิสราเอลเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา มีเป้าหมายเพื่อ "สังหารพลเรือนอิสราเอลหลายพันคน" และถือเป็น "สิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน"
โฆษกกองทัพกล่าวกับ AFP ว่า "ความตั้งใจที่จะสังหารพลเรือนเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เป้าหมายของอิหร่านคือการสังหารพลเรือนหลายพันคน" โดยการยิงขีปนาวุธประมาณ 180 ลูกไปที่อิสราเอล
อิหร่านยกระดับความรุนแรงที่อันตราย
ส่วนกองทัพอิสราเอลประณามการโจมตีด้วยขีปนาวุธของอิหร่านที่โจมตีประเทศอิสราเอลเมื่อวันอังคาร โดยเรียกการโจมตีครั้งนี้ว่าเป็น “การยกระดับความรุนแรงที่ร้ายแรงและอันตราย”
ดาเนียล ฮาการี โฆษกกองทัพอิสราเอลกล่าวว่า “การโจมตีของอิหร่านเป็นการยกระดับความรุนแรงที่ร้ายแรงและอันตราย จะต้องมีผลลัพธ์ตามมา อิหร่านและกลุ่มที่เป็นตัวแทนของอิหร่านต้องการทำลายล้างอิสราเอล” เขากล่าวเสริม
อิสราเอลยังโจมตีพันธมิตรอิหร่านต่อไป
อิสราเอลยังไม่ตอบโต้อิหร่านในทันที แต่กองทัพอิสราเอลกล่าวเมื่อเช้าวันพุธว่ากำลังดำเนินการโจมตีทางอากาศในกรุงเบรุตเพื่อโจมตีเป้าหมายของกลุ่มก่อการร้ายเฮซบอลเลาะห์ในเลบานอน
กองทัพอิสราเอลกล่าวว่า "ขณะนี้กองทัพอิสราเอลกำลังโจมตีเป้าหมายก่อการร้ายเฮซบอลเลาะห์ในเบรุต" ขณะที่แหล่งข่าวความมั่นคงของเลบานอนกล่าวว่าอิสราเอลได้โจมตีเขตชานเมืองทางตอนใต้ของเมืองหลวงแล้ว
ในเวลาเดียวกัน การโจมตีพันธมิตรของอิหร่านก็ดำเนินต่อไปในจุดอื่นๆ ด้วย โดยกองทัพอิสราเอลกล่าวเมื่อวันพุธว่ากองทัพอากาศจะยังคงโจมตีอย่างเข้มข้นในตะวันออกกลางในคืนนี้ หลังจากที่อิหร่านโจมตีอิสราเอลด้วยขีปนาวุธหลายลูกเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้
พลเรือเอกดานิเอล ฮาการี โฆษกกองทัพกล่าวในแถลงการณ์ว่า "กองทัพอากาศยังคงปฏิบัติการอย่างเต็มกำลัง และในคืนนี้ กองทัพอากาศจะยังคงโจมตีในตะวันออกกลางอย่างเข้มข้นต่อไป เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นตลอดทั้งปีที่ผ่านมา"
เขาให้คำมั่นว่าจะดำเนินการต่ออิหร่านหลังจากที่อิหร่านโจมตีอิสราเอลด้วยขีปนาวุธ โดยกล่าวว่าเตหะรานกำลังผลักดัน "ตะวันออกกลางให้เข้าสู่ภาวะตึงเครียด"
ขู่จะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมด
หัวหน้าคณะเสนาธิการอิหร่านประกาศเมื่อวันพุธว่าจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทั่วอิสราเอลหากดินแดนของอิหร่านถูกโจมตี หลังจากเตหะรานยิงขีปนาวุธประมาณ 200 ลูกไปที่ศัตรูตัวฉกาจของอิหร่าน
พล.ต. โมฮัมหมัด บาเกรี กล่าวทางโทรทัศน์ของรัฐว่า การโจมตีครั้งนี้ "จะเกิดขึ้นซ้ำอีกด้วยความเข้มข้นที่มากขึ้นและโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดของระบอบการปกครองจะถูกโจมตี"
ทีมข่าวต่างประเทศ The Better
Photo - ผู้ประท้วงเฉลิมฉลองระหว่างการชุมนุมด้านนอกสถานทูตอังกฤษในกรุงเตหะรานเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2024 หลังจากอิหร่านยิงขีปนาวุธถล่มอิสราเอลเพื่อตอบโต้การสังหารฮัสซัน นาสรัลเลาะห์ ผู้นำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์และกองกำลังติดอาวุธอื่นๆ ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน รายงานระบุว่าอิหร่านยิงขีปนาวุธระหว่าง 150 ถึง 200 ลูกไปที่เตหะราน นับเป็นการโจมตีอิสราเอลครั้งที่สองของประเทศ หลังจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนเมื่อเดือนเมษายน เพื่อตอบโต้การโจมตีทางอากาศของอิสราเอลต่อสถานกงสุลอิหร่านในกรุงดามัสกัสจนมีผู้เสียชีวิต (ภาพโดย ATTA KENARE / AFP)