บริษัท ITD-CREC No.10 JV ที่สร้างตึก สตง. ยังเป็นผู้สร้างทางรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน

บริษัท ITD-CREC No.10 JV ที่สร้างตึก สตง. ยังเป็นผู้สร้างทางรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน

ข้อมูลบริษัทจีน'จงเถี่ยสือจวี๋' (CREC No.10) ผู้เกี่ยวข้องกับการสร้างอาคาร สตง. ที่พังถล่ม ยังเป็นผู้สร้างทางรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ในชื่อ 'ITD-CREC No.10 JV'  หรือกิจการร่วมทุนระหว่างบริษัทอิตาเลียนไทย และ  สำนักงานการรถไฟจีนที่ 10' รับเหมาก่อสร้างสัญญาที่ 3-1 ช่วงแก่งคอย-กลางดง เและ ปางอโศก-บันไดม้า ระยะทาง 30.21 กม. 

จาการตรวจสอบข้อมูลพบว่า โครงการรถไฟจีน-ไทยระยะที่ 1 ช่วงที่ 3-1 ดำเนินการสร้างโดยสำนักงานการรถไฟจีนที่ 10 หรือ 'จงเถี่ยสือจวี๋' (CREC No.10) และร่วมทุนกับบริษัท อิตาเลียน ไทย ในนาม 'กิจการร่วมค้า ITD-CREC No.10 JV' 

โครงการนี้เปิดให้ประมูลเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2019 เนื่องจากผู้เสนอราคาต่ำสุดคือ BPNP ละเมิดข้อกำหนดการประมูล การรถไฟแห่งประเทศไทยจึงประกาศเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2020 ว่ากลุ่มบริษัท 'กิจการร่วมค้า ITD-CREC No.10 JV' เป็นผู้ชนะการประมูลโครงการดังกล่าว แต่จากนั้น BPNP จึงยื่นอุทธรณ์ต่อกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ผู้จัดการประมูล กรมบัญชีกลางได้ให้การยกเว้นเป็นกรณีพิเศษครั้งแรกของประเทศไทย และชี้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยละเลยสถานการณ์ผิดกฎหมาย และมอบการประมูลให้กับ BPNP 

อย่างไรก็ตาม บริษัท 'จงเถี่ยสือจวี๋' หรือ สำนักการรถไฟแห่งที่ 10 ในฐานะ "กิจการร่วมค้า 'ITD-CREC No.10 JV' ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองของประเทศไทยโดยเร็วที่สุด โดยชี้ให้เห็นโดยตรงว่ากรมบัญชีกลาง ใช้อำนาจในทางมิชอบและการยกเว้นพิเศษนั้นผิดกฎหมาย 

หลังจากที่ศาลปกครองกลางและศาลฎีกาของศาลปกครองได้พิจารณาทบทวนซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นเวลาสองปีครึ่ง เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2023 ศาลฎีกาของศาลปกครองของไทยได้มีคำตัดสินอย่างเป็นทางการว่าการยกเว้นพิเศษให้กับ BPNP นั้นผิดกฎหมาย และคำอุทธรณ์ของบริษัท 'จงเถี่ยสือจวี๋' หรือ 'ITD-CREC No.10 JV' ได้รับการยืนยัน คดีนี้ยังเป็นคดีแรกที่ประสบความสำเร็จของบริษัทที่ได้รับทุนจากต่างประเทศที่ท้าทายคำสั่งทางปกครองของรัฐบาลไทย นับตั้งแต่รัฐบาลไทยนำระบบประมูลทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในปี 2017 

ทั้งนี้ 'จงเถี่ยสือจวี๋' หรือ สำนักการรถไฟแห่งที่ 10 ของประเทศจีนมีหน้าทีหลักคือ การก่อสร้างทางรถไฟ การปรับปรุง การดำเนินงานและการบำรุงรักษา และทางหลวง โดยในปี 2009 บริษัทได้มีส่วนร่วมในการก่อสร้างโครงการทางรถไฟเส้นทางที่ราบภาคเหนือในเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นโครงการทางรถไฟต่างประเทศโครงการแรกของสำนักการรถไฟแห่งประเทศจีนที่ 10  

ต่อมาในชิลี สำนักการรถไฟแห่งที่ 10ได้เข้าร่วมในการก่อสร้างทางรถไฟเซาเบนโตและได้รับรางวัล "โครงการคุณภาพประจำปี 2022" ของชิลี ในบราซิล บริษัทได้เข้าร่วมในการก่อสร้างทางรถไฟ FIOL และได้รับการยอมรับอย่างสูงจากประธานาธิบดีลูลาของบราซิล 

จากนั้น สำนักการรถไฟแห่งที่ 10 จึงได้ทำสัญญาโครงการทางรถไฟหลายโครงการ เช่น ทางรถไฟกินี-มาซซี  และการดำเนินการทางรถไฟไลบีเรีย โดยมีมูลค่าสัญญารวม 12,000 ล้านหยวน ไปจนถึงทางรถไฟจีน-ไทย 

โดยทางรถไฟจีน-ไทยเชื่อมต่อกับทางรถไฟจีน-ลาวทางตอนเหนือและไปถึงกรุงเทพฯทางตอนใต้ เชื่อมต่อกับการขนส่งทางทะเลผ่านท่าเรืออ่าวไทย เป็นส่วนสำคัญของเส้นทางสายหลักในการขนส่งทางบกจากจีนสู่มหาสมุทรอินเดียใน "เส้นทางสายไหมทางทะเลศตวรรษที่ 21" 

ทางรถไฟจีน-ไทยถือเป็นรถไฟความเร็วสูงมาตรฐานจีนสายแรกที่ทำสัญญากับสำนักงานการรถไฟแห่งประเทศจีนที่ 10 ในต่างประเทศ จากการายงานโดยเว็บไซต์ จงกั๋วจงเถี่ย (中国中铁) เส้นทางนี้ "มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาองค์กรและการสร้างแบรนด์ "รถไฟจีน"

TAGS: #สตง. #ตึกถล่ม #CRECNo.0