ในการแถลงข่าวประกาศขึ้นภาษีทั่วโลกของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ มีการเปิดเผยรายชื่อประเทศต่างๆ ที่ทรัมป์จะขึ้นภาษีด้วย หนึ่งในนั้นรวมถึงประเทศไทย
แต่ปรากฎว่าในบรรดาประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศกัมพูชาถูกเก็บภาษีสูงสุด
กัมพูชา 49%
เวียดนาม 46%
ไทย 36%
อินโดนีเซีย 32%
มาเลเซีย 24%
สิงคโปร์ 10%
ฟิลิปปินส์ 10%
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังเอ่ยถึงกัมพูชา (โดยไม่ได้เอ่ยถึงไทย) ว่า "อู้ววว์ ดูกัมพูชาสิ 97% เราจะลดมันลงเหลือ 49% พวกเขาสร้างโชคลาภกับสหรัฐอเมริกาพอดูเลย"
การเอ่ยถึงกัมพูชาและการขึ้นภาษีกัมพูชาสูงมาก ทำให้โซเชียลมีเดียพูดถึงเรื่องนี้พอสมควร โดยผู้ใช้ X หลายคนเกิดความความสับสนและถามว่ากัมพูชาทำอะไรกับสหรัฐอเมริกาถึงได้รับการตอบสนองด้วยภาษีศุลกากรที่สูงจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
เช่น ผู้ใช้ X โพสต์ว่า “กัมพูชา 97%??? พวกเขาทำอะไร”
“สหรัฐฯ ทำการค้ากับกัมพูชาจริง ๆ มากเพียงใด” ผู้ใช้ X อีกรายโพสต์
“กัมพูชาทำอะไรกับสหรัฐฯ ถึงได้ขึ้นภาษี 97%?” อีกคนโพสต์บน X เช่นกัน
"กัมพูชาส่งออก 26,000 หมื่นล้านดอลลาร์ (โดยที่) ไปยังสหรัฐฯ 10,000 หมื่นล้านดอลลาร์ ทรัมป์โจมตีพวกเขาด้วยภาษีนำเข้า 49% ซึ่งทำให้การส่งออกของพวกเขาลดลงเกือบหนึ่งในสาม" ผู้ใช้รายหนึ่งเขียนบน X
อีกคนบอกว่า "ข้อมูลเพื่อให้คุณทราบ เสื้อผ้าส่วนใหญ่ผลิตในเวียดนาม จีน และกัมพูชา" ผู้ใช้รายหนึ่งเขียน
ผู้ใช้อีกรายโพสต์ที่ X ว่า “กัมพูชา เจอภาษีศุลกากรซึ่งกันและกัน 97% - 47% เป็นภาษีที่สูงที่สุด ทั้งหมดเกี่ยวกับเสื้อสเวตเตอร์ถัก กัมพูชาส่งออกเสื้อสเวตเตอร์ถักมูลค่าเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์ไปยังสหรัฐอเมริกา” ผู้ใช้รายอื่นเขียนบน X
ทั้งนี้ ตามสถิติแล้ว ในปี 2024 สหรัฐฯขาดดุลการค้ากับกัมพูชาอยู่ที่ 12,300 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 9.4% จากปี 2023 โดยสหรัฐฯ นำเข้าสินค้าจากกัมพูชารวมมูลค่า 12,700 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 9.3%
ภาวะขาดดุลได้รับแนวทางจากเศรษฐกิจของกัมพูชาที่เน้นการส่งออกเป็นหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคส่วนต่างๆ เช่น การผลิตเสื้อผ้า ซึ่งสินค้าส่วนใหญ่ส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา
มีข้อมูลอีกด้านที่ควรทราบ คือ จีนเป็นแหล่งการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่ใหญ่ที่สุดของกัมพูชา โดยการลงทุนจากจีนคิดเป็นสัดส่วนสำคัญของทุนการลงทุนทั้งหมดของกัมพูชา โดยเฉพาะในภาคการผลิต
การลงทุนของจีนในกัมพูชาส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นไปที่ภาคการผลิต ซึ่งมีส่วนสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมของกัมพูชา
อย่างไรก็ตาม รายงานโดย Research and Markets ได้เน้นย้ำว่า ประมาณ 90% ของหน่วยการผลิตเครื่องนุ่งห่มในประเทศกัมพูชานั้นเป็นของบริษัทจีนหรือผู้ลงทุนจีน
จากการรายงานของ Khmer Times ชี้ว่ารายงานดังกล่าวยังเน้นย้ำว่าภาคการผลิตเครื่องนุ่งห่มยังคงดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะจากจีน “บริษัทเครื่องนุ่งห่มในกัมพูชาส่วนใหญ่เป็นของต่างชาติ ซึ่งตอกย้ำถึงความน่าดึงดูดใจของภาคการผลิตนี้ต่อการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) โรงงานที่เป็นเจ้าของโดยชาวจีนเป็นส่วนใหญ่ คิดเป็นประมาณ 90% ขณะที่บริษัทในยุโรปบางแห่ง เช่น บริษัทจากเนเธอร์แลนด์ ก็ได้ลงทุนในกัมพูชาเช่นกัน
“ที่น่าสังเกตคือ การส่งออกเครื่องนุ่งห่มของกัมพูชาส่วนใหญ่มุ่งตรงไปที่ประเทศตะวันตก โดยสหภาพยุโรป (EU) เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุด รองลงมาคือสหรัฐอเมริกา” รายงานระบุ
โดยทีมข่าวต่างประเทศ The Better
Photo - TOPSHOT - ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารหลังจากกล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับภาษีศุลกากรแบบตอบแทนในงานที่ Rose Garden ซึ่งมีชื่อว่า "Make America Wealthy Again" ที่ทำเนียบขาวในวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2025 ทรัมป์เตรียมเปิดเผยภาษีศุลกากรใหม่ "Liberation Day" ซึ่งถือเป็นการเคลื่อนไหวที่คุกคามที่จะจุดชนวนสงครามการค้าโลกที่เลวร้าย พันธมิตรการค้ารายสำคัญของสหรัฐฯ รวมถึงสหภาพยุโรปและอังกฤษ กล่าวว่าพวกเขากำลังเตรียมรับมือกับการลุกลามของทรัมป์ ขณะที่ตลาดในยุโรปและอเมริกาเริ่มผันผวน (Photo by SAUL LOEB / AFP)