แฟนซีรีย์ต้องรู้ เมื่อเน็ตฟลิกซ์ เตรียมเก็บค่าบริการเพิ่มจากบัญชีแชร์รหัสผ่าน เตรียมมีผลในมีนาคมนี้ ลุ้นต่อไปเน็ตฟลิกซ์อาจมีโฆษณาแทรกระหว่างรับชม
อาจกำลังกลายเป็นปัญหาต่อเหล่าแฟนซีรีย์ที่นิยมแชร์แอคเคาท์ดูร่วมกัน เมื่อเน็ตฟลิกซ์ (Netflix) ประกาศเตรียมเก็บค่าบริการเพิ่มเติมจากบัญชีที่แชร์รหัสผ่านเข้าใช้งานร่วมกัน ซึ่งเป็นวิธีที่หลายครอบครัวตลอดจนกลุ่มเพื่อนรอบข้างที่ชื่นชอบในคอนเทนต์เน็ตฟลิกซ์ ให้ความนิยมแชร์รหัสผ่านแล้วหารจ่ายค่าใช้บริการร่วมกัน ซึ่งจะทำให้มีราคาเฉลี่ยต่อคนถูกลง เมื่อเทียบกับการสมัครเป็น Subscribe เพียงผู้ใช้งานบัญชีเดียว ผู้บริโภคต้องจ่ายเพิ่มอีกเท่าไหร่ และเหตุใดเน็ตฟลิกซ์จึงต้องเปลี่ยน The Better ทีมมีคำอธิบาย
เหตุใดเน็ตฟลิกซ์ต้องเปลี่ยนนโยบาย
ตามข้อกำหนดการให้บริการของ Netflix ระบุว่า หนึ่งบัญชีผู้ใช้ ห้ามแชร์กับบุคคลที่อยู่นอกครอบครัว (ของพวกเขา) นั่นหมายความว่า หนึ่งแอคเคาท์สามารถแชร์ได้ภายในบ้านของตนเท่านั้น จากข้อมูลของ Netflix พบว่า มีบัญชีผู้ใช้งานไม่น้อยกว่าร้อยล้านบัญชี ที่เคยสมัครเป็นสมาชิกแล้วไม่ต่อค่า Subscribe แต่ใช้วิธีการแชร์รหัสผ่านจากแอคเคาท์เดียวกัน ซึ่งก่อนหน้านี้ดูเหมือนเน็ตฟลิกซ์จะเพิกเฉยมานานหลายปี อีกทั้งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ยอดผู้ใช้งานลดน้อยลง โดยเมื่อไตรมาสแรกของปี 2022 เน็ตฟลิกสูญเสียยอด Subscribe ไม่น้อยกว่า 200,000 แอคเคาท์
ก่อนหน้านั้น เน็ตฟลิกซ์ไม่ได้ให้ความสนใจประเด็นเรื่องการแชร์รหัสผ่าน ทั้งยังเคยทวีตข้อความเชิงสนับสนุนที่ว่า "ความรักคือการแบ่งปันรหัสผ่าน" Netflix"
ทว่า แนวคิดนี้ได้เปลี่ยนไปเมื่อ Greg Peters ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Netflix กล่าวในเดือนเมษายน 2022 ว่าบริษัท "ไม่ได้พยายามปิด" การแบ่งปันบัญชีทั้งหมด แต่กำลังหาวิธีสร้างรายได้จากผู้ชมเหล่านี้ที่ไม่ได้จ่ายเงินอะไรเลย
เน็ตฟลิกซ์มีแผนแก้เกมนี้อย่างไร ?
เมื่อเดือนมีนาคม 2022 เน็ตฟลิกซ์ แถลงว่ากำลังทดสอบวิธีการสกัดการแชร์รหัสผ่านในบัญชีผู้ใช้งานในชิลี คอสตาริกา และเปรู ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานเน็ตฟลิกซ์ในประเทศนำร่องเหล่านี้ ต้องจ่ายค่าสมาชิกต่อเดือนเพิ่มขึ้น หากต้องการจะแบ่งปันบัญชีใช้งานในหลายผู้ใช้
ในการนำร่องทดสอบ 3 ชาตินั้น เน็ตฟลิกซ์ใช้วิธีการให้ 1 ผู้ใช้งานสามารถมีบัญชีย่อยให้กับคนที่ไม่ได้อยู่ในครัวเรือนได้สูงสุด 2 แอคเคาท์ โดยมีค่าธรรมเนียมรายเดือนที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ผู้ใช้งานบัญชีย่อยจะต้องมีรหัสผ่านและแอคเคาท์ต่างหาก ที่ไม่ร่วมกับบัญชีหลัก โดยใช้วิธีการที่เน็ตฟลิกซ์สามารถตรวจจับได้ว่าอุปกรณ์ใดกำลังใช้บริการผ่านที่อยู่ IP, รหัสอุปกรณ์ และกิจกรรมในบัญชี อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์การนำร่อง จะไม่ได้ช่วยให้ตัวเลขยอดผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นก็ตาม
อีกทางหนึ่ง ผู้ใช้งานที่อาศัยบัญชีของคนอื่นชมเน็ตฟลิกซ์ สามารถโอนโปรไฟล์ของตนไปยังบัญชีใหม่โดยที่ยังเก็บประวัติการดู รายการ และคำแนะนำไว้ได้ ซึ่งแหล่งข่าวบางแห่งระบุว่า คนที่ใช้รหัสผ่านของคนอื่น ยังสามารถสมัครเป็นบัญชีหลักได้พร้อมกับส่วนลดราคาพิเศษ ซึ่งแน่นอนว่าโดยรวมแล้วดูเป็นกลยุทธ์การเพิ่มยอด Subscribe และรายได้ของเน็ตฟลิกซ์
หลังจากเริ่มทดสอบนำร่องเมื่อเดือนมีนาคมใน 3 ชาติ ได้ยืนยันในเดือนตุลาคม 2022 ว่าจะดำเนินการเปิดตัว "ความสามารถสำหรับผู้ยืมในการโอนโปรไฟล์ Netflix ไปยังบัญชีของตนเอง และให้ผู้แชร์จัดการอุปกรณ์ได้ง่ายขึ้นและสร้างบัญชีย่อย" ซึ่งต่อมามีรายงานข่าวจาก The Wall Street Journal ที่ระบุว่า เน็ตฟลิกซ์อาจกำลังพิจารณานำแผนดังกล่าวขยายไปใช้ยังประเทศในแถบละตินอเมริกาและในสหรัฐอเมริกา
สมาชิกต้องจ่ายอีกเท่าไหร่
เน็ตฟลิกซ์ยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า เมื่อขยายการบังคับใช้มาตรการนี้ในละตินอเมริกา สหรัฐอเมริกา หรืออาจจะรวมถึงผู้ใช้งานชาติในเอเชียด้วยนั้นจะเป็นเท่าใด แต่หากเทียบจากที่นำร่องใช้ใน 3 ชาติข้างต้น พบว่าผู้ใช้งานที่เพิ่ม "บัญชีย่อย" จะเสียค่าบริการเพิ่มขึ้นอีกราว 3 เหรียญสหรัฐต่อเดือน (หรือราว 90-100 บาท) ทั้งนี้คาดว่าเน็ตฟลิกซ์จะเริ่มรุก ประกาศรายชื่อประเทศที่เตรียมใช้มาตราการนี้อย่างเป็นทางการภายในไตรมาส 1 ของปี 2023 หรือภายใน 31 มีนาคมนี้ นั่นหมายความว่าหลังจากเมษาเป็นต้นไปอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในหลาย ๆ บัญชี
นี่ยังไม่นับรวมมาตรการใหม่ที่ เน็ตฟลิกซ์อาจปรับแผนแพคเกจราคา รวมไปถึงบริการรายเดือนแบบใหม่ที่ราคาถูกลงเหลือ 6.99 เหรียญสหรัฐ แต่แลกกับการมีโฆษณาระหว่างดู จากเดิมที่ผู้ใช้สามารถดูได้อย่างไรโฆษณา ทั้งหมดนี้ก็เพื่อเพิ่มรายได้ของบริษัทตลอดจนยอด Subscribe ท่ามกลางการแข่งขันของบริการสตรีมมิ่งที่สื่อยักษ์ใหญ่หลายเจ้าต่างลงแข่งขันในตลาดนี้อย่างดุเดือดมากขึ้น
Photo by Chris DELMAS / AFP