เกาหลีใต้ออกกฎหมายใหม่ ทำคนทั้งประเทศอายุน้อยลงเฉลี่ย 1 ปี

เกาหลีใต้ออกกฎหมายใหม่ ทำคนทั้งประเทศอายุน้อยลงเฉลี่ย 1 ปี
เกาหลีใต้ออกกฎหมายใหม่เริ่ม 'นับอายุ' ตามสากล ทำคนทั้งประเทศเด็กลง 1-2 ปี

รอยเตอร์รายงานว่า เกาหลีใต้เริ่มบังคับใช้กฎหมายยกเลิกการนับอายุแบบธรรมเนียมโบราณ โดยเปลี่ยนมาใช้การนับอายุแบบสากลแทน โดยกฎหมายดังกล่าวซึ่งมีผลในวันนี้ ทำให้ชาวเกาหลีใต้ทุกคนมีอายุเฉลี่ยน้อยลง 1-2 ปี

ตามธรรมเนียมการนับอายุแบบเกาหลีใต้คนส่วนใหญ่จะนับอายุกันแบบ 2 วิธี วิธีแรกคือ นับอายุ 1 ขวบทันทีที่เกิดมา และจะบวกอายุเพิ่มในวันที่ 1 มกราคม ไม่ว่าจะเกิดในเดือนใดก็ตาม เท่ากับว่าชาวเกาหลีใต้ทั้ง 51 ล้านคนจะอายุแก่กว่าความจริง 1-2 ปี 

สำหรับระบบการนับอายุแบบเกาหลีทั้งสองวิธีนั้น วิธีแรกจะนับอายุ 1 ขวบทันทีที่เกิดมา และจะบวกอายุเพิ่มอีก 1 ปี ในวันที่ 1 ม.ค. ไม่ว่าวันเกิดจะอยู่ในเดือนใดก็ตาม ซึ่งวิธีการนี้เท่ากับว่า จะทำให้ชาวเกาหลีส่วนใหญ่แก่กว่าคนอายุเดียวกันในประเทศอื่น 1-2 ปี ซึ่งระบบการนับอายุแบบนี้ถูกใช้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ทศวรรษที่ 1960 เกาหลีใต้กำหนดให้เอกสารด้านการแพทย์และเอกสารกฎหมายในเกาหลีใต้ ระบุอายุประชากรตามแบบสากล คือให้นับตั้งแต่แรกเกิด 0 ปี และอายุเพิ่มทุกๆปีตามวันเกิด ทว่าคนเกาหลีใต้ส่วนใหญ่ก็ยังคงนิยมนับอายุตามธรรมเนียมดั่งเดิมอยู่

นั่นเป็นเหตุผลให้ ตั้งแต่ธันวาคมปีที่แล้ว รัฐสภาเกาหลีใต้ได้พิจารณา ร่างกฎหมายใหม่ที่กำหนดให้มีประชาชนทั่วไปนับอายุตามแบบสากลทั้งหมด โดยเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือน มิ.ย. ปี 2023 

“เราหวังว่าข้อพิพาททางกฎหมาย ข้อร้องเรียน ตลอดจนความสับสนในสังคมเกี่ยวกับการนับอายุ คงลดลงไปมากเมื่อกฎหมายนี้บังคับใช้” ลี ควัน ยู รัฐมนตรีเกาหลีใต้ระบุในคำแถลง

ผลสำรวจของรัฐบาลเมื่อเดือน ก.ย. ปี 2022 พบว่า ชาวเกาหลีใต้ 86% ยินดีที่จะเปลี่ยนไปนับอายุตนเองตามแบบสากล หลังจากที่กฎหมายนี้มีผลบังคับ

“ความจริงฉันจะอายุ 30 ปีหน้า (ตามระบบนับอายุแบบเกาหลี) แต่ตอนนี้ได้ลดอายุลงไปหน่อย และฉันรู้สึกดีมากเลย” ชอย ฮยุนจี พนักงานออฟฟิศวัย 27 ปี ในกรุงโซล ให้สัมภาษณ์ว่า อันที่จริงฉันจะอายุ 30 ปีหน้า (ตามการนับแบบธรรมเนียมเกาหลี) แต่ตอนนี้ฉันอายุลดลงโดยปริยาย ฉันรู้สึกดีมากเลย" 

อย่างไรก็ตาม ธรรมเนียมการนับอายุแบบดั่งเดิมของเกาหลี จะยังคงถูกใช้ในการเกณฑ์ทหาร การสอบเข้าโรงเรียน และการอนุญาตสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากจำเป็นต้องมีการแก้ไขกฎหมายในหลายส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว