บิ๊กแบรนด์ทั่วโลกผุดแคมเปญการตลาดสีชมพู รับธีมหนังบาร์บี้

บิ๊กแบรนด์ทั่วโลกผุดแคมเปญการตลาดสีชมพู รับธีมหนังบาร์บี้
หลายธุรกิจเกาะกระแสหนังบาร์บี้ ผุดแคมเปญทำการตลาดสีชมพูตั้งแต่แฮมเบอร์เกอร์ถึงป้ายรถเมล์

สำนักข่าวเอพีรายงานว่า บรรดาภาคธุรกิจหลายแห่งต่างเกาะกระแสภาพยนตร์จากของเล่นหุ่นพลาสติกอย่าง "บาร์บี้" ในหลากหลายรูปแบบตั้งแต่ซอสสีชมพูที่ราดบนเนื้อเบอร์ของเบอร์เกอร์ คิง ในบราซิล ไปจนถึงม้านั่งป้ายรถเมล์สีชมพู หรือแม้กระทั้งกางเกงรัดรูปสีชมพูของแบรนด์หรูอย่าง Balmain

ก่อนที่ภาพยนตร์เรื่อง “Barbie” จะเข้าฉายในสหรัฐอเมริกาในวันศุกร์ บริษัทแม่ Mattel ได้สร้างการตลาดแบบสายฟ้าแลบโดยมีแบรนด์มากกว่า 100 แบรนด์ฉาบสีชมพูอยู่ทุกที่โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าผู้หญิง

ไม่เพียงแค่สินค้าสำหรับผู้หญิงเท่านั้น บริษัทเกมรายใหญ่อย่างไมโครซอฟต์ เอ็กซ์บอกซ์ (XBox) ได้ผลิตเครื่องเล่นเกมธีมบาร์บี้ สนับสนุนแคมเปญนี้เช่นกัน ไม่ต่างกับช่องรายการเกี่ยวกับบ้านในอเมริกาเอชจีทีวี (HGTV) ทำรายการพิเศษ 4 ตอนจบ ในชื่อ บาร์บี้ ดรีมเฮาส์ ชาเลนจ์ (Barbie Dreamhouse Challenge) ให้ผู้เข้าแข่งขันแข่งกันสร้างบ้านในธีมบาร์บี้ ซึ่งเหล่านี้ล้วนเป็นความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับ Mattel บริษัทแม่ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์บาร์บี้

เทรนด์มาร์เก็ตติ้งสีชมพู ยังแพร่หลายรับกระแสหนังบาร์บี้ไปทั่วสหรัฐอเมริกา โดยพบว่ามีร้านอาหารหลายแห่งคิดค้นเมนูค็อกเทลสีชมพูสุดพิเศษ พร้อมตกแต่งภายในร้านด้วยธีมสีชมพูเพื่อเพิ่มความเป็นบาร์บี้ให้กับร้า

แม้กระทั่งองค์กรไม่แสวงผลกำไรอย่าง ไอ ซัพพอร์ต เดอะ เกิร์ลส (I Support the Girls) ได้บริจาคเสื้อชั้นในและผลิตภัณฑ์ผู้หญิง 22 ล้านชิ้นให้แก่คนไร้บ้าน ผู้ลี้ภัย และผู้อพยพในอเมริกา รวมทั้งยังทำแคมเปญเกี่ยวกับประจำเดือนโดยใช้บาร์บี้เป็นสื่อกลาง รวมถึงมีการนำเสนอเกี่ยวกับผ้าอนามัยสำหรับเด็กโดยใช้ตุ๊กตาบาร์บี้เพื่อใช้เป็นสื่อการสอน

Marc Rosenberg หัวหน้าที่ปรึกษาด้านการตลาดของเล่นจาก Hasbro ที่ดูแลสินค้าอย่าง ตุ๊กตาเฟอร์บี้ กิกะเพตส์ และฮิต คลิปส์ เผยกับว่า การทำแคมเปญมาร์เก็ตติ้งแบบนี้นี้ มันก็เป็นทั้งเรื่องดีและเรื่องร้ายในคราวเดียว” และว่า “ในกรณีนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องดีหมด ตอนนี้ทุกคนในโลกต้องการสิ่งของบางอย่างที่เป็นสีชมพูบ้างแล้ว" โดยเห็นว่าเห็นว่าการตลาดที่ไปไกลกว่าภาพยนตร์นั้นดีต่อแบรนด์อายุ 64 ปีนี้อย่างยิ่ง เพราะช่วยดึงดูดฐานลูกค้าหลากหลายช่วงอายุได้ในคราวเดียว"

อย่างไรก็ตาม Allen Adamson  ผู้ร่วมก่อตั้ง Metaforce ที่ปรึกษาด้านการตลาดมองว่า การทำเทรนด์การตลาดแบบนี้ อาจถูกมองว่าเป็นการยัดเยียดเบียดเสียดกันมากเกินไป และเชื่อว่าแคมเปญนี้จะมีผู้แพ้มากกว่าผู้ชนะในเกมการตลาดนี้

สำหรับภาพยนตร์บาร์บี้ภาคฉบับคนแสดงนี้ เป็นการนำเสนอโดยสอดแทรงมุมมองจิกกัดสังคมซึ่งมีพร้อมกับกระแสความนิยมของตุ๊กตาบาร์บี้ที่ลุ่มๆดอนๆ มาหลายปี เนื่องจากมีคู่แข่งในตลาดมากขึ้น ประกอบกับความไม่สมจริงของความตามมาตรฐานของบาร์บี้ที่ไม่สอดคล้องกับค่านิยมของโลกปัจจุบัน นั่นทำให้บาร์บี้เปลี่ยนแปลงให้ตุ๊กตามีความหลากหลายมากขึ้นตั้งแต่  สีผิว สีผม สาขาอาชีพ เพิ่มขาเทียม รถเข็น โดยปีนี้บาร์บี้ได้เปิดตัวตุ๊กตาดาวน์ซินโดรมตัวแรกของแบรดน์ ด้วยเหตุนี้ บริษัทวิจัยตลาด Circana ระบุว่าตุ๊กตาบาร์บี้ยังคงเป็นตุ๊กตาแฟชั่นอันดับต้น ๆ ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2019 จนถึงเดือนมิถุนายนของปีนี้ในสหรัฐอเมริกา รวมถึงใน 12 ประเทศที่ Circana ติดตาม
 

TAGS: #บาร์บี่ #ภาพยนตร์ #การตลาด #สหรัฐ