เมื่อจำนวนส.ส.ในสภาส่วนใหญ่มีแต่คนแก่ และสัดส่วนของวัยรุ่นหายไป แล้วการตัดสินใจในสภาฯ เพื่อความเป็นอยู่ของใคร?
ทำไมนักการเมืองถึงได้แก่ขึ้นทุกวัน แต่คนรุ่นใหม่มีน้อยลง? คำถามนี้มีคนพยายามที่จะให้คำตอบอยู่เหมือนกัน และคำตอบอยู่ในบทความชื่อ "นักการเมืองมีอายุมากขึ้น ปิดกั้นคนหนุ่มสาวจากการตัดสินใจทั่วโลก" (1)
สิ่งที่ผู้เขียนพบคือ "ผู้สมัคร (เลือกตั้ง) รุ่นเยาว์ มีโอกาสน้อยกว่าที่จะประสบความสำเร็จในกระบวนการเลือกตั้ง เมื่อเทียบกับผู้สมัครที่มีอายุมากกว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะพวกเขามักได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงในการแข่งขันที่พวกเขามีโอกาสชนะน้อยหรือถูกกำหนดให้อยู่ในตำแหน่งต่ำในรายชื่อปาร์ตี้ลิสต์"
ยกตัวอย่างเช่น อายุเฉลี่ยของส.ส.สหรัฐฯ นั้น มากกว่าอายุโดยเฉลี่ยของประชากรทั่วไปถึง 20 ปี และอายุของสมาชิกส.ส.ยังมากขึ้นเรื่อยๆ ช่วง 4 ทศวรรษที่ผ่านมา เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ถกเถียงกันในสหรัฐฯ เมื่อเห็นได้ชัดว่าหาก โจ ไบเดน ปธน.สหรัฐฯ ชนะการเลือกตั้งวาระที่ 2 ในสมัยหน้า เขามจะมีอายุ 86 ปีเมื่อหมดวาระ
จากหนังสือ Youth without Representation ระบุว่า นักการเมืองส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ แม้จะมีสัดส่วนทางประชากรน้อยกว่า ในทางกลับกัน คนรุ่นใหม่ ได้เป็นส.ส.น้อยมากทั้งๆ ที่มีจำนวนประชากรมากกว่า เมื่อมีแต่ตำแหน่งอาวุโสในสภา จึงทำให้การตัดสินใจต่างๆ ของคนรุ่นใหม่ ‘เพื่อคนรุ่นใหม่’ ถูกมองข้าม
ความคิดเห็นของสาธารณชนสะท้อนถึงความวิตกกังวลที่เพิ่มขึ้น โดยเกือบครึ่งหนึ่งของชาวอเมริกันแสดงความกังวลเกี่ยวกับสัดส่วนของเยาวชนในบทบาททางการเมือง การสำรวจความคิดเห็นของ CBS News ในเดือนกันยายนพบว่าเกือบ 47% เชื่อว่าการมีคนหนุ่มสาวในที่ทำงานมากขึ้นจะทำให้การเมืองดีขึ้น ในขณะที่การสำรวจความคิดเห็นของ Ipsos พบว่าชาวอเมริกันเกือบ 9 ใน 10 สนับสนุนให้จำกัดอายุลงเหลือ 75 ปีสำหรับการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี
การศึกษา 100 ประเทศทั่วโลก ได้ค้นพบถึงอายุในการรับสมัครเป็นแคนดิเดต หลายประเทศอนุญาตให้คนรุ่นใหม่ที่มีอายุ 21 25 หรือ 30 ปี ขึ้นไปสมัครลงชื่อชิงตำแหน่งทางการเมืองได้ ปัญหานี้ไม่เพียงแต่เป็นอุปสรรคต่อคนรุ่นใหม่ในด้านกฎหมาย แต่ยังแสดงให้เห็นถึงการกีดกันทางการเมืองด้วย อีกทั้งวัฒนธรรมอาวุโสในสภาเป็นความยากลำบากที่กลุ่มนักการเมืองรุ่นใหม่ต้องเผชิญ
อดีตนายกฯ นิวซีแลนด์เฮเลน คลาร์ก (Helen Clark) เผยว่า “ฉันคิดว่าอายุของสมาชิกสภานิติบัญญัตินั้นเป็นปัญหา เรามีเยาวชนที่มากที่สุดในโลก แต่การตัดสินใจเกิดจากกลุ่มของผู้คนที่มีอายุมากกว่า ฉันคิดว่ามันเป็นการขาดสมดุลทางประชาธิปไตย....รัฐสภาเป็นสถานที่ ที่เยาวรุ่นที่มีมุมมองใหม่ ๆ ควรอยู่ และระบบการเมืองควรรับรองสิ่งนั้น”
การกำหนดอายุเป็นวิธีที่จะให้โอกาสแก่คนรุ่นใหม่ในการเสนอชื่อ ซึ่งการปรับเปลี่ยนอายุให้กว้างขึ้นเช่น เยาวชนอายุ 18 ปีสามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้ ซึ่งเปิดโอกาสให้วัยรุ่นได้ป่าวประกาศได้ว่าเขาเป็นที่ยอมรับในสังคมทางการเมือง อีกทั้งคนรุ่นใหม่จะเป็นกลุ่มคนที่ต้องอยู่กับกฎหมายที่เรากำลังปรับเปลี่ยนกันในวันนี้ ผู้ใหญ่ควรเปิดโอกาสให้เขาได้เข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจต่ออนาคตของเขาด้วย
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้เขียนพบจากการศึกษาพรรคการเมืองมากกว่า 270 พรรคใน 52 ประเทศพบว่า "พรรคที่เพิ่งจัดตั้งขึ้นใหม่มักมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่อายุน้อยกว่า แต่เมื่อพรรคเหล่านี้เติบโตเต็มที่ ตัวแทนก็มักจะมีอายุมากขึ้นเช่นกัน"
นั่นหมายความว่า พรรคการเมืองที่เราเห็นว่าเป็นพรรคคนรุ่นใหม่ เมื่อกาลเวลาผ่านไป พวกเขาก็จะกลายเป็นพรรคที่มีสมาชิกสูงวัยอยู่ดี