Iron Dome ปราการเหล็กบนท้องฟ้าที่ป้องกันอิสราเอลจากจรวดพิฆาต
ในปฏิบัติการโจมตีอิสราเอลแบบไม่ทันตั้งตัว กลุ่มฮามาสแห่งปาเลสไตน์ระบุว่าได้ยิงจรวดมากกว่า 5,000 ลูกจากฉนวนกาซาเข้าสู่อิสราเอลภายในระยะเวลา 20 นาที ในขณะที่สื่ออิสราเอลรายงานว่า มีการยิงขีปนาวุธอย่างน้อย 2,200 ลูกออกจากฉนวนกาซา
แต่อิสราเอลป้องกันตัวเองด้วยการเปิดระบบป้องกันภัยทางอากาศ Iron Dome ซึ่งเป็นระบบป้องกันหการโจมตีด้วยจรวดที่แข็งแกร่งที่สุดระบบหนึ่งของโลก และไม่แน่ว่าเพราะมัน จึงทำให้ให้ยอดผู้เสียชีวิตจากการโจมตีด้วยจรวดมีเพียง 5 คนเป็นอย่างน้อย
ระบบ "โดมเหล็ก" หรือ Iron Dome คืออะไร?
Iron Dome หรือ "โดมเหล็ก" เป็นระบบป้องกันทางอากาศเคลื่อนที่ทุกสภาพอากาศของอิสราเอล พัฒนาโดยบริษัท Rafael Advanced Defense Systems และบริษัท Israel Aerospace Industries ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของอิสราเอลที่ผลิตอาวุธเป็นหลัก บริษัทหลังเน้นผลิตอุปกรณ์อากาศยานทั้งฝ่ายพลฃเรือนและทหาร โดยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 ถึง พ.ศ. 2564 สหรัฐอเมริกาบริจาคเงินทั้งหมด 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐให้กับระบบการป้องกันนี้ และอีก 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐได้รับการอนุมัติจากรัฐสภาสหรัฐในปี พ.ศ. 2565
ระบบนี้ประกอบด้วยระบบตรวจจับและติดตามเรดาร์ ซึ่งเรดาร์ของระบบเรียกว่า EL/M-2084 โดยจะตรวจจับการปล่อยจรวดและติดตามวิถีของจรวดที่ยิงมา จากนั้นระบบการจัดการการต่อสู้และการควบคุมอาวุธ หรือ BMC จะคำนวณจุดผลกระทบตามข้อมูลที่รายงาน และใช้ข้อมูลนี้เพื่อพิจารณาว่าเป้าหมายถือเป็นภัยคุกคามต่อพื้นที่ที่กำหนดหรือไม่ เฉพาะเมื่อมีการระบุภัยคุกคามแล้ว ขีปนาวุธสกัดกั้นจะถูกยิงเพื่อทำลายจรวดที่กำลังเข้ามาก่อนที่จะถึงพื้นที่ที่คาดการณ์ไว้ว่าจะชน โดยขีปนาวุธสกัดขีปนาวุธ เรียกว่า Tamir interceptor missile
Iron Dome ได้รับการออกแบบมาเพื่อสกัดกั้นและทำลายจรวดพิสัยใกล้และกระสุนปืนใหญ่ที่ยิงจากระยะไกล 4 กิโลเมตร ถึง 70 กิโลเมตร โดยที่วิถีโคจรของจรวดเหล่านี้มุ่งเป้ามายังพื้นที่มีประชากรอิสราเอลอาศัยอยู่ อิสราเอลจะพัฒนาระยะการสกัดกั้นจากสูงสุด 70 กิโลเมตร เป็น 250 กิโลเมตร และทำให้มีความหลากหลายมากขึ้นเพื่อให้สามารถสกัดกั้นจรวดที่มาจากสองทิศทางพร้อมกันได้
ประสิทธิภาพอย่างแกร่ง
เริ่มใช้งานเมื่อวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2554 ใกล้กับเมืองเบียร์เชบา เมื่อวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2554 ระบบ Iron Dome สามารถสกัดกั้นจรวดที่ปล่อยจากฉนวนกาซาได้สำเร็จเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2555 หนังสือพิมพ์เยรูซาเลมโพสต์รายงานว่าระบบได้ยิงจรวดที่ปล่อยจากฉนวนกาซาตกถึง 90% ซึ่งจรวดเหล่านั้นถูกยิงเพื่อที่จะให้ไปตกลงในพื้นที่ที่มีประชากรอาศัยอยู่
ประสิทธิภาพในการสกัดกั้นจรวดจากฝ่ายกาซาถือว่าแข็งแกร่งมาก เมื่อเทียบกับก่อนหน้าที่จะมีระบบนี้ เช่น ในการทำสงครามกับกกลุ่มฮิซบุลเลาะห์ในปี 2549 ก่อนการพัฒนา Iron Dome ในระหว่างการสู้รบ 34 วัน มีจรวด 4,000 ลูกถูกยิงเข้ามาตกในอิสราเอล และชาวอิสราเอล 53 คนเสียชีวิต และทางทิศใต้ มีขีปนาวุธมากกว่า 8,000 ลูก (ประมาณว่ามีจรวด 4,000 ลูก และปืนครก 4,000 ลูก) ถูกยิงเข้าอิสราเอลอย่างไม่เลือกเป้าหมายจากฉนวนกาซาระหว่างปี 2543 ถึง 2551 โดยกลุ่มฮามาสเป็นหลัก
ระหว่างเกิดสงครามกาซา พ.ศ. 2557 ช่วง 50 วันของความขัดแย้ง มีจรวดและปืนครก 4,594 ลูกถูกยิงใส่เป้าหมายของอิสราเอล ระบบ Iron Dome สกัดกั้นขีปนาวุธ 735 ลูกที่ระบบพิจารณาว่ากำลังคุกคาม โดยมีอัตราความสำเร็จในการสกัดกั้นที่ 90% จรวดเพียง 70 ลูกที่ยิงใส่อิสราเอลจากฉนวนกาซาที่สกัดไม่ได้ พลเรือนหนึ่งรายถูกสังหาร ส่วนอีกสามคนและทหารเก้านายได้รับบาดเจ็บจากระเบิดปูน แต่พวกเขาไม่ได้อยู่ในพื้นที่คุ้มครองโดยไอรอนโดม
ในช่วงวิกฤตอิสราเอล–ปาเลสไตน์ พ.ศ. 2564 ฮามาสยิงจรวดจากฉนวนกาซามากกว่า 4,300 ลูกใส่อิสราเอล ตั้งแต่วันที่ 11 ถึง 21 พฤษภาคม ในช่วง 24 ชั่วโมงแรกของความขัดแย้ง มีการยิงจรวดไป 470 ลูก ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าที่เคยเกิดขึ้นในความขัดแย้งครั้งก่อนๆ มาก ในบรรดาจรวด 17% เป็นการโจมตีระยะไกลต่อเทลอาวีฟ มากกว่าครั้งก่อน ระบบ Iron Dome สกัดกั้นจรวดได้ประมาณ 90% ที่มุ่งหน้าไปยังพื้นที่ที่มีประชากรอาศัยอยู่ภายในอิสราเอล ในระหว่างปฏิบัติการ Iron Dome ยังได้ยิงโดรนที่ติดระเบิดตกลงมาด้วยหนึ่งลำ
ราคาของมันแพงแค่ไหน?
ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2564 คาดว่ากลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์มีคลังแสงจรวดและปืนครกประมาณ 30,000 ลูกในฉนวนกาซา ในขณะที่อิสราเอลก็มีข้อจำกัดเช่นกัน เพราะ Iron Dome มีต้นทุนสูง ราคาโดยประมาณของขีปนาวุธสกัดกั้นทามีร์แต่ละลูก อยู่ที่ระหว่าง 20,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ถึง 50,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ จากข้อมูลในปี พ.ศ. 2557 เป็น แต่จากการวิเคราะห์ในปี พ.ศ. 2563 ประมาณราคารวมอยู่ที่ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ถึง 150,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับการสกัดกั้นแต่ละครั้ง ในทางตรงกันข้าม จรวด Qassam ที่ผลิตอย่างหยาบมีราคาประมาณ 800 ดอลลาร์ และจรวด Hamas Grad มีราคาเพียงไม่กี่พันดอลลาร์เท่านั้น
จุดอ่อนของโดมเหล็ก
ฝ่ายตรงข้ามสามารถเอาชนะ Iron Dome ได้ด้วยการยิงฝูงขีปนาวุธจำนวนมากที่เกินความสามารถในการสกัดกั้น และด้วยจำนวนขีปนาวุธโจมตีจำนวนมากในระหว่างการรบ หากไม่มีเครื่องสกัดกั้นเพียงพอที่จะตอบโต้พวกมัน นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายของการสกัดกั้นแต่ละครั้งยังสูง ในขณะที่การโจมตีด้วยจรวดอาจมีราคาไม่แพงนัก
Iron Dome ยังมีประสิทธิภาพด้อยลงอย่างมากเมื่อเทียบกับการโจมตีแบบอิ่มตัวในระยะใกล้มาก กลุ่มฮามาสตระหนักถึงช่องโหว่เหล่านี้ นอกจากจะมีจรวดจำนวนมากและใช้การโจมตีแบบอิ่มตัวแล้ว พวกมันยังยิงจรวดในวิถีวิถีต่ำอย่างสม่ำเสมอเพื่อทำให้สกัดกั้นได้ยากขึ้น
ในช่วงวิกฤตอิสราเอล–ปาเลสไตน์ปี 2565 อิสราเอลกล่าวว่ากลุ่มฮามาสกำลังพัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อรบกวนระบบ Iron Dome เครื่องบินของอิสราเอลได้ทำลายอาคารหลังหนึ่งซึ่งกล่าวกันว่าถูกกลุ่มฮามาสใช้เป็นฐานที่มั่นก่อกวนระบบ Iron Dome
การโจมตีเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 ซึ่งเป็นการโจมตีด้วยจรวดครั้งใหญ่พร้อมๆ กับการจู่โจมภาคพื้่นดิน ปรากฏว่า ชาวอิสราเอลมากกว่า 300 คนถูกสังหาร บาดเจ็บ 1,864 ราย 53 ถูกจับ คาดว่ามีการยิงจรวดมากกว่า 2,200 ถึง 5,000 ลูกออกจากฉนวนกาซา ซึ่งพอๆ กับในช่วงวิกฤตอิสราเอล–ปาเลสไตน์ พ.ศ. 2564 ซึ่งฮามาสยิงจรวดจากฉนวนกาซามากกว่า 4,300 ลูกใส่อิสราเอล แต่คราวนี้อิสราเอลกับเสียหายหนักกว่าเดิมมาก
หรือว่าฮามาสจะทะลวงจุดอ่อนของ Iron Dome ได้สำเร็จแล้ว?
Photo by Mohammed ABED / AFP